เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
Economic ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
Business ‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
ไทยเปิดบ้านรับ AI จีน นายกฯ ดันลงทุน ปลดล็อก 7 แสนล้าน ในงาน Thailand–China Expo
Economic ไทยเปิดบ้านรับ AI จีน นายกฯ ดันลงทุน ปลดล็อก 7 แสนล้าน ในงาน Thailand–China Expo
มัมดานีส่งสาร ‘เนทันยาฮู’ คืออาชญากรสงคราม ที่นิวยอร์กไม่มีอำนาจจับกุม
World มัมดานีส่งสาร ‘เนทันยาฮู’ คืออาชญากรสงคราม ที่นิวยอร์กไม่มีอำนาจจับกุม
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
ก.ตร. มีมติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็น ผบ.ตร. คนที่ 16
Politics ก.ตร. มีมติ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็น ผบ.ตร. คนที่ 16
‘พิพัฒน์’ เร่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย 27,000 ครัวเรือน บุกรุกบนที่ดินรถไฟ
Real Estate ‘พิพัฒน์’ เร่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย 27,000 ครัวเรือน บุกรุกบนที่ดินรถไฟ
ดูทั้งหมด

Chapter ใหม่ ‘ท่องเที่ยวไทย’ (ต้อง) คิดเร็ว ทำเร็ว ลุกเร็ว 2 เท่า

15 ม.ค. 2569 | 14:51น.
amazingThailand2

ปี 2568 ที่ผ่านมาประเทศไทยปิดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 32.97 ล้านคน สูงกว่าค่าประเมินเล็กน้อย แต่ถ้าเทียบกับปี 2567 ในภาพรวมยังติดลบอยู่ 7.23% มีรายได้รวม 2.7 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ GDP คือ 14.4%

“ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อมูลว่า แม้การท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมาจะติดลบ แต่ถ้าเปรียบเทียบกับปัจจัยลบที่ต้องเผชิญทั้งปี การหดตัวดังกล่าวยังถือว่าเป็นอะไรที่ Amazing เพราะหลายประเทศสร้างสถิติใหม่

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

โดยเฉพาะตลาดระยะไกลที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นประวัติการณ์ โดยมีจำนวนรวมอยู่ที่ 10.83 ล้านคน โดยสหราชอาณาจักร (UK) และอเมริกาเป็นตลาดนิวไฮ และมีจำนวนมากกว่า 1 ล้านคน

และอีกตลาดที่แข็งแกร่งมาก ๆ คือตลาดไทย หรือการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งมาจากการที่รัฐบาลและ ททท. พยายามจัดกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปี 2568 ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวตลาดไทยเที่ยวไทยจำนวน 202 ล้านคนครั้ง เพิ่มขึ้น 2.7%

“คิดเร็ว-ทำเร็ว-ลุกเร็ว” คูณ 2

“ฐาปนีย์” บอกว่า ปี 2569 ถือว่าเป็นปีสำคัญที่ต้องพลิกฟื้นการท่องเที่ยวของประเทศให้กลับมาเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยปีนี้ ททท.ครบรอบปีที่ 66 คือการยกกำลัง 2 ฉะนั้น Chapter ใหม่ หรือ Thailand Tourism Next 2026 ปีนี้คือ ทุกอย่างจะต้องเร็วเป็น 2 เท่า คิดเร็ว วิเคราะห์เร็ว ทำเร็ว หรือถ้าล้มก็ต้องลุกเร็วแบบคูณ 2

และให้ความสำคัญกับการทำ Swop Risk Factor เพื่อให้เห็นถึงจุดอ่อนหรือปัญหา เพื่อหาจุดแข็ง และใช้จุดแข็งหาโอกาสแบบ 2 เท่า รวมทั้งลดอุปสรรค หรือจุดอ่อนลงให้เป็น 2 เท่าเช่นกัน ขณะเดียวกัน ก็ต้องบริหารความเสี่ยงแบบไม่ประมาท

เช่น ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ของโลก ทั้งอเมริกา เอเชียตะวันออก ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีความอ่อนไหวและซับซ้อนมากขึ้น จึงต้องติดตามและบริหารงานอย่างรอบคอบ หรือประเด็นของการแข่งขันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จากประเทศที่เคยเป็นคู่ค้ากลายเป็นคู่แข่ง (ดูตารางประกอบ)

“วันนี้จีนได้มีการยกระดับการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ และก็เป็นคู่แข่งของประเทศที่ทำท่องเที่ยวทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย”

ประเด็นการเกิดผู้เล่นรายใหม่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก ยกตัวอย่างเช่น เวียดนามที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและทำการตลาดเชิงรุกทุกรูปแบบ และยังมีปัจจัยด้านบวกค่อนข้างเยอะ ซึ่งเรื่องนี้ทุกหน่วนงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกัน

รวมถึงการทำศัลยกรรมแหล่งท่องเที่ยวที่พร้อมขาย เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งแม้จะมีความสวยอยู่แล้วแต่ก็ต้องทำศัลยกรรม นำเสน่ห์ความเป็นไทยมารวม เพื่อให้มีศักยภาพในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังต้องเพิ่มอาวุธ เพิ่มทักษะความรู้ให้ผู้ประกอบการ รวมทั้งช่วยเหลือในเรื่องของการเงิน ตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงกลุ่มคนที่เป็นรายใหญ่

amazingThailand2

ตั้งเป้ารายได้ 3 ล้าน ล.เท่าปี’62

ผู้ว่าการ ททท.บอกด้วยว่า ไม่ว่าสถานการณ์ในปี 2569 จะท้าทายเพียงใด คำเดียวที่ชาว ททท. และภาคการท่องเที่ยวต้องใช้คือ “ต้องไปต่อ” เพราะว่าภาคการท่องเที่ยวคือเส้นเลือดสำคัญที่เหลืออยู่ในการพยุงเศรษฐกิจ

โดยปีนี้ ททท.ตั้งเป้าแบบท้าทาย (ฝ่ายแผนมีประเมินตัวเลขน้อยกว่านี้) และต้องการ Amazing Thailand ยกกำลังสอง จึงตั้งเป้าการเติบโตของจำนวนมากกว่า 2 ดิจิต หรือ +11% หรือมีมูลค่ารวม 3 ล้านล้านบาท (เท่ากับปี 2562 ก่อนโควิด)

มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคน แบ่งเป็น ตลาดระยะไกล ในสัดส่วน 30% หรือประมาณ 11 ล้านคน มีเป้าหมายรายได้ 45% ของรายได้รวม ส่วนตลาดระยะใกล้ จำนวนสัดส่วน 70% รายได้ 55% ของรายได้รวมที่ 2 ล้านล้านบาท

ส่วนอีก 1 ล้านล้านบาท มาจากตลาดในประเทศ หรือตลาด “ไทยเที่ยวไทย”

ชูธีม “Amazing 5 Economy”

และเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ททท.จะผลักดันภายใต้ธีม Amazing 5 Economy ประกอบด้วย 1.Life Economy หรือเศรษฐกิจแห่งชีวิต ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิตเป็นศูนย์กลาง

“การท่องเที่ยวในยุคที่เรียกว่า Life Economy นั้นจะไม่ได้มองแค่การเติบโตด้านเศรษฐกิจ แต่หมายรวมถึงความสุขและการให้คุณค่ากับชีวิต การรักษาสุขภาพ หรือจะไม่มองแค่ GDP แต่จะมองที่ Well Being ของสังคมโดยรวม หรือทั้งประเทศด้วย ซึ่งต้องยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสินค้าเฮลท์แอนด์เวลเนสด้วย”

2.SubCulture Economy เป็นการทำการตลาดเจาะกลุ่มที่มีความเชื่อมต่อถึงดีเอ็นเอของนักท่องเที่ยว ด้วยความเชื่อเชิงลึก เพราะเป็นกลุ่มที่มีพลังมาก ๆ หากสามารถเชื่อมต่อและเข้าถึงได้จะสามารถเข้าถึงเป็นแฟนดอมอีกหลายกลุ่ม

3.Night Economy ประเด็นนี้เป็นเรื่องของการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ยามค่ำคืน มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มระยะเวลาในการใช้จ่าย และกระจายแหล่งท่องเที่ยวไปในเมืองหลักและเมืองรอง

4.Circular Economy ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวที่มีการออกแบบให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ฟื้นฟูได้ และสามารถนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวทุกคนต้องอยู่ในสายป่านเดียวกัน ต้องมีความร่วมมือร่วมใจกัน ตรงนี้ ททท.ก็สนับสนุนทุกรูปแบบ

และ 5.Platform Economy คือเรื่องของระบบเศรษฐกิจ ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ เป็นตัวกลางในการเชื่อม Tourism System ทั้งระบบ (ดูตารางประกอบ)

กราฟิก อุตฯท่องเที่ยว

“ต้องบอกว่าตอนนี้สนามการแข่งขันของการท่องเที่ยวในปัจจุบัน เราไม่ได้แข่งขันในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ได้แข่งขันกันที่วัฒนธรรม ไม่ได้แข่งขันกันที่ราคาอีกต่อไป แต่มันย้ายเข้าไปสู่สิ่งที่เรียกว่า Digital ทุกอย่างผ่านดิจิทัลหมด”

ตั้งเป้าดึงท่องเที่ยวคุณภาพ

“ฐาปนีย์” บอกด้วยว่า ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าวนั้น ททท.จะมุ่งสู่การท่องเที่ยว “คุณภาพ” สร้างรายได้ Value Over Volume โดยเน้นการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์อเมซิ่งไทยแลนด์อย่างต่อเนื่อง ด้วยมาตรฐานความปลอดภัย สุขอนามัย และบริการระดับโลก ยกตัวอย่างเช่น CNN ที่ชื่นชมงานเคานต์ดาวน์ของประเทศไทยมาก หลังจากนี้ก็จะมีงานเวิลด์แบงก์ที่จะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งได้คุยกับ ททท.ในการที่จะทำสเปเชี่ยลบางอย่างที่ประเทศไทย

รวมทั้งการรักษาขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศไทย โดยเฉพาะการมุ่งเน้นการบุกตลาดการบิน หรือแอร์ไลน์โฟกัส เพราะประเด็นที่จะทำให้นักท่องเที่ยวมามากขึ้นคือ การมีไฟลต์บินใหม่ ๆ มีเดสติเนชั่นใหม่ ๆ

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นจุดแข็งให้ประเทศไทยรักษาขีดความสามารถอย่างแข็งแรง เสริมให้ประเทศไทยเป็น Top of Mind Destination ด้วยการให้ความสำคัญกับการตลาด ลงลึกเชิงพื้นที่ และการสื่อสารแบบตรงเป้า

รวมถึงการบริหารโอกาส-ความเสี่ยง สร้างความสมดุลในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และต้องสมดุลทั้งระบบ เพื่อให้มีการบริหารสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ นักท่องเที่ยวไทย ควบคู่การกระจายพื้นที่และช่วงเวลาการเดินทางของนักท่องเที่ยว

ตลาด Long Haul โตต่อเนื่อง

“จิระวดี คุณทรัพย์” รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ให้ข้อมูลว่า สำหรับตลาดระยะไกล หรือ Long Haul Market นั้น ในปี 2568 ที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตที่โดดเด่น ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว 10.83 ล้านคน (+10.64%) คิดเป็นสัดส่วน 32.85% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด สร้างรายได้รวม 6.85 แสนล้านบาท (+13.6%)

โดยตลาด 10 อันดับแรกมีทิศทางเป็นบวกทั้งหมด

สำหรับในปี 2569 นี้ ได้ตั้งเป้าสำหรับนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลไว้ที่จำนวน 11.66 ล้านคน (+7.4%) และสร้างรายได้ 7.42 แสนล้านบาท (+8.38%)

ทั้งนี้ จะโฟกัสตลาดที่มีการใช้จ่ายสูง (Core-High Value Market) ตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต (Strategic Growth Market) และตลาดดาวรุ่งและตลาดใหม่ (Rising & Emerging Market)

amazingThailand2

อัดการตลาดเชิงลึกรายตลาด

ด้าน “ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่” รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ระบุว่า ปี 2568 ที่ผ่านมาตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-Haul Market) มีจำนวนรวม 22.14 ล้านคน (-14.0%) สร้างรายได้ 8.51 แสนล้านบาท (-15.7%)

โดยตลาดหลักส่วนใหญ่อยู่ในทิศทางชะลอตัว คือ มาเลเซีย (-8.71%) จีน (-33.55%) เกาหลีใต้ (-16.79%)

ดังนั้น ในปี 2569 นี้ต้องทำการตลาดอย่างหนัก โดยลงลึกรายตลาดและขยาย Niche Market เช่น จีน จะโฟกัสตลาดที่เป็นเมืองเทียร์ 2 มาเลเซียจะเพิ่มน้ำหนักการโปรโมตการเดินทางทางบกเพิ่มขึ้น อินเดียจะมุ่งไปที่กลุ่มมิลเลนเนียลและขยายขีดความสามารถด้านการบิน ออสเตรเลียจะเน้นขายความยั่งยืน ไต้หวันจะเน้นไปที่ความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และเจาะเมืองรอง เป็นต้น

ทั้งนี้ ในภาพรวมก็ยังคงมุ่งจับกลุ่มใช้จ่ายสูง (High-Value) เจาะตลาดเซ็กเมนต์ใหม่-พื้นที่ใหม่ โดยคาดว่าในปี 2569 นี้ตลาดระยะใกล้จะมีจำนวนรวมที่ประมาณ 22.58 ล้านคน (+1.3%) สร้างรายได้ 8.74 แสนล้านบาท (+2.49%)

สำหรับตลาดไทยเที่ยวไทยนั้น ททท.เตรียมมอบประสบการณ์ Holistic Travel ภายใต้ Thailand Premium ชวนออกเดินทางค้นหา Miracle แห่งธรรมชาติและภูมิปัญญา สร้าง Memories ที่มีความหมาย และการท่องเที่ยวแบบ Giving ที่คืนคุณค่าให้ตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาค

พร้อมผลักดันเส้นทาง UNESCO Creative City ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ

ต้องลุ้นกันว่า การมุ่งยกระดับ ปรับสมดุล และเดินหน้าสู่คุณภาพของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2569 นี้จะบรรลุเป้าหมายรายได้การท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาทอีกครั้งได้หรือไม่