เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

พจน์ หารือแคนดิเดตนายกฯ ไทยสร้างไทย ชี้โจทย์ใหญ่ฟื้นเศรษฐกิจ

22 ม.ค. 2569 | 11:57น.

หอการค้าไทย หารือแคนดิเดตนายกฯ ไทยสร้างไทย ชี้โจทย์ใหญ่ฟื้นเศรษฐกิจ ปากท้อง-ต้านคอร์รัปชั่นจริงจัง พร้อมสะท้อนภาพสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้หอการค้าไทยได้ให้การต้อนรับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ดร.โภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค ในโอกาสเข้าพบหารือแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง และทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนข้อเสนอจากภาคเอกชน และเสริมสร้างความร่วมมือเชิงนโยบายระหว่างภาคการเมืองกับภาคธุรกิจก่อนการเลือกตั้งทั่วไป

พร้อมกันนี้ ยังได้สะท้อนภาพสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ ซึ่งภาคเอกชนเห็นว่าการฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป จำเป็นต้องอาศัยนโยบายเศรษฐกิจที่มีความชัดเจน ทำได้จริง และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

โดยต้องมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและนักลงทุน โดยเฉพาะนโยบายในช่วงหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาวที่สามารถขับเคลื่อนต่อเนื่องได้จริง

หอการค้าไทยจึงได้นำเสนอ 6 ปัญหาวาระแห่งชาติเร่งด่วนที่ควรถูกยกระดับเป็นกรอบนโยบายหลักของประเทศ ได้แก่

1.การขาดยุทธศาสตร์ชาติที่ “ทำได้จริงและทำต่อเนื่อง”
2.การปฏิรูประบบราชการ
3.การปราบปรามคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง
4.โครงสร้างการบริหารประเทศที่ขาดการบูรณาการ
5.การปฏิรูปภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ
6.แผนรับมือภัยพิบัติระดับชาติ

ขณะเดียวกัน หอการค้าไทยย้ำว่าการขับเคลื่อนประเทศไทยจำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เพราะปัญหาคอร์รัปชั่นส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ประเทศ และขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะการคอร์รัปชั่นเชิงระบบและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคธุรกิจ

หอการค้าฯ จึงเล็งเห็นว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องเริ่มจากภาครัฐอย่างจริงจัง ผ่านการปรับโครงสร้างกลไกที่เกี่ยวข้องให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการประกาศนโยบายและมาตรการปราบปรามคอร์รัปชั่นที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสามารถเกิดผลได้อย่างแท้จริง ลดต้นทุนแฝงของระบบเศรษฐกิจ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตของประเทศในระยะยาว

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การปฏิรูปประเทศจำเป็นต้องเริ่มจากการปรับโครงสร้างเชิงกฎหมายและกลไกการบริหารให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก พรรคไทยสร้างไทยมีนโยบายที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างกลไกป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้

และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่กันนั้น จำเป็นต้องเร่งแก้ไขและยกเครื่องกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชน ผ่านการผลักดันกฎหมายกลาง โดยตั้งเป้าปรับปรุงกฎหมายกว่า 1,000 ฉบับภายใน 1 ปี เพื่อลดขั้นตอน ลดต้นทุน และปลดล็อกข้อจำกัดที่ฉุดรั้งศักยภาพของภาคธุรกิจและผู้ประกอบการทุกระดับ

ในด้านการพัฒนาทุนมนุษย์และภาคธุรกิจ ต้องยกระดับคนและบริษัทให้เข้าถึง AI และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผ่านหลักสูตรพัฒนาและการเรียนรู้ระยะยาว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม รวมไปถึงการยกระดับภาคเกษตรโดยใช้จุดแข็งของประเทศให้เต็มศักยภาพ

โดยตั้งเป้าขยับมูลค่าภาคเกษตรและอาหารจาก 2 ล้านล้านบาท สู่ 2.3-2.5 ล้านล้านบาท สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด การผลิตสินค้าเกษตรที่ตรงกับความต้องการของตลาด และการพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าอย่างครบวงจร พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่บทบาท “Food Bank ของภูมิภาค” เพื่อรองรับความต้องการด้านอาหารของประเทศเพื่อนบ้านและตลาดโลก

ดร.โภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศอย่างชัดเจนและยั่งยืน โดยควรมุ่งเสริมความเข้มแข็งใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ อาหาร สุขภาพ การท่องเที่ยว และ Ocean Link ซึ่งเป็นฐานศักยภาพสำคัญของประเทศในการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง 3 เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำคือ

1) ปัญหาของผู้ประกอบการรายย่อยและคนตัวเล็กที่ประสบข้อจำกัดในการทำมาหากิน ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ขาดการเข้าถึงเทคโนโลยี และต้องเผชิญกับตลาดที่มีขนาดเล็กและขาดอำนาจต่อรอง จึงจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เอื้อต่อการเติบโตอย่างทั่วถึงและลดความเหลื่อมล้ำ

2) ด้านการศึกษา จำเป็นต้องปฏิรูประบบอย่างจริงจัง โดยลดระยะเวลาการศึกษา ปรับเปลี่ยนวิธีการวัดผลจากการท่องจำ เป็นการค้นหาศักยภาพและความถนัด เพื่อให้คนสามารถค้นพบตัวตนของตนเองได้เร็วขึ้น และพร้อมปรับตัวเข้าสู่โลกการทำงานในอนาคต

3) การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นยังคงเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยควรสนับสนุนบทบาทของ ป.ป.ช.ภาคประชาชน ให้ทำงานควบคู่กับ สำนักงาน ป.ป.ช.อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ฟื้นฟูความเชื่อมั่น และวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว