Skip to content

‘แลนด์แอนด์เฮ้าส์’ ยกการ์ดสูง ลดเสี่ยงอสังหาฯ-มูฟลงทุนโรงแรม

26 ม.ค. 2569 | 13:55น.
‘แลนด์แอนด์เฮ้าส์’ ยกการ์ดสูง ลดเสี่ยงอสังหาฯ-มูฟลงทุนโรงแรม

จาก “ความไม่แน่นอนสูง” ที่มองไปข้างหน้ายังไม่เห็นปัจจัยบวก ทำให้พี่ใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย “บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)” หรือ LH ส่งสัญญาณ “ไม่ฝืน” อารมณ์และความรู้สึก ปรับแผนธุรกิจปี 2569 เข้าสู่โหมดตั้งรับและระมัดระวังต่อเนื่องจากปี 2568 เน้นลงทุนแบบพอเพียง เร่งระบายสต๊อก ลดระดับหนี้สินต่อทุน รับมือเศรษฐกิจผันผวนและตลาดอสังหาฯที่คาดเดายากว่าอีกกี่ปีถึงจะฟื้น ?

เน้นลดสต๊อก-เปิด 2 โครงการ

“นพร สุนทรจิตต์เจริญ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) นิยามตลาดอสังหาฯปี 2569 ยากและท้าทายกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ต้องเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่ยังผันผวน หนี้ครัวเรือนสูง การเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ กระทบกำลังซื้ออสังหาฯทุกระดับราคา จึงไม่กล้าคาดเดาตลาดอสังหาฯจะฟื้นตัวเมื่อไร เนื่องจากตอนนี้เศรษฐกิจไทยเหมือนคนป่วยเบาหวาน มีโรคแทรกซ้อน ซึมมาเรื่อย ๆ ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจไม่แข็งแรง กำลังซื้ออ่อนแอ คาดหวังว่าความเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่จะทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้น

“ตอนนี้ยอดรีเจ็กต์เรตเราเยอะ 30% ขึ้นไป ในทุกระดับราคา ภาพตลาดตอนนี้เป็นเรื่องอารมณ์ล้วน ๆ กลุ่มล่างไม่มีเงิน แบงก์ไม่ปล่อยกู้ หนี้เสียเยอะ กลุ่มบนมีเงิน แต่เซนติเมนต์ไม่ดี จึงไม่ค่อยซื้อ การทำธุรกิจไม่ใช่บอกว่าเราอยากทำ คำถามคือคนจะซื้อเขาคิดอะไรมากกว่า ถามว่าปีนี้ยังเห็นการลดราคาหนักอีกหรือไม่ คงยังมีแต่ทุกคนก็เต็มกลืน เพราะทุกอย่างมีต้นทุน” นพรกล่าว

จากสถานการณ์ที่ยังไม่เห็นข่าวดี “นพร” บอกว่า ทำให้ต้องหันกลับมาดูตัวเอง ด้วยฉากทัศน์ตลาดและภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ในปีนี้จึงเน้นประคองตัว หันมาบริหารจัดการกระแสเงินสด ประเมินสถานการณ์ว่าตอนไหนควรรุก ตอนไหนควรรับ เพราะยังมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้

โดยปีนี้เน้นลดระดับสินค้าคงเหลือ เปิดโครงการใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 3,660 ล้านบาท เป็นโครงการเดิมที่เลื่อนมาจากปีที่แล้ว 1 โครงการ และเปิดใหม่ 1 โครงการ ถือว่าน้อยสุดในรอบหลาย ๆ ปี เป็นแนวราบทั้งหมดและชะลอคอนโดฯและทาวน์เฮาส์ เพราะยังมีสต๊อกเหลืออยู่มากพอสมควร พร้อมตั้งเป้ารายได้รวมที่ 26,900 ล้านบาท จากยอดขาย 15,000 ล้านบาท ยอดโอนกรรมสิทธิ์ 17,000 ล้านบาท และอสังหาฯเพื่อเช่า 9,900 ล้านบาท

นพร สุนทรจิตต์เจริญ
นพร สุนทรจิตต์เจริญ

มูฟลงทุนโรงแรมปั้นรายได้

“การที่บริษัทเปิดโครงการน้อยลง เริ่มทำมา 3-4 ปีแล้ว ตามภาวะเศรษฐกิจและตลาดอสังหาฯที่ชะลอตัว เร่งเปิดมากไปก็ไม่เป็นผลดีต่อซัพพลายในตลาด จึงมูฟเงินมาลงทุนโรงแรมมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว โดยปี 2568 เราลงทุนโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ รวม 4 แห่ง มูลค่ากว่า 4,400 ล้านบาท ซึ่งปีนี้มีเปิดโรงแรมใหม่ 1 แห่งที่พัทยา จากปัจจุบันมีอสังหาฯเพื่อเช่าอยู่ภายใต้การบริหาร 17 แห่ง ทั้งโรงแรมและศูนย์การค้า รวมถึงอพาร์ตเมนต์และโรงแรมในสหรัฐอเมริกา 3 แห่ง ซึ่งโรงแรมอัตราเข้าพักค่อนข้างดีตามภาคการท่องเที่ยว เฉลี่ยอยู่ที่ 80-90%” นพรกล่าว

“อาชวิณ อัศวโภคิน” กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ให้รายละเอียด 2 โครงการใหม่ว่า เป็นกลุ่มระดับกลาง-บน ประกอบด้วย โครงการนันทวัน เพรสทีจ ราชพฤกษ์-พรานนก เนื้อที่ 33.2 ไร่ จำนวน 34 หลัง เป็นบ้านเดี่ยวราคา 60-100 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 2,220 ล้านบาท เลื่อนมาจากปี 2568 เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานบริเวณหน้าโครงการของหน่วยงานรัฐยังไม่พร้อมใช้งาน คาดจะเปิดตัวไตรมาส 1 นี้ และโครงการชัยพฤกษ์ 3 รามอินทรา-วงแหวน เนื้อที่ 30.9 ไร่ จำนวน 124 ยูนิต บ้านเดี่ยวราคา 10-13 ล้านบาท มูลค่า 1,440 ล้านบาท เปิดตัวไตรมาส 4 นี้

เมื่อรวมกับโครงการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน จะมี 69 โครงการ มูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท เป็นแนวราบ 63 โครงการ มูลค่าประมาณ 69,000 ล้านบาท และคอนโดฯ 6 โครงการ มูลค่า 11,000 ล้านบาท โดยเป็นคอนโดฯสร้างเสร็จพร้อมโอน 5 โครงการ และอีก 1 โครงการคือ วันเวลา ณ เจ้าพระยา จะสร้างเสร็จเริ่มโอนไตรมาส 4 นี้

อาชวิณ อัศวโภคิน
อาชวิณ อัศวโภคิน

ซื้อที่ดินเพิ่ม 2 พันล้าน

ด้านการลงทุนปีนี้ บริษัทเตรียมงบฯลงทุนไว้ 4,500 ล้านบาท สำหรับซื้อที่ดิน 2,000 ล้านบาท และลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า 2,500 ล้านบาท ในโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ 2 แห่ง ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ได้แก่ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา มูลค่า 4,300 ล้านบาท จะเปิดตัวเดือนตุลาคมนี้ เป็นโรงแรมแห่งที่ 3 ในพัทยา ขนาด 494 ห้อง จุดขายคือสวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตร.ม. และแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ มูลค่า 3,600 ล้านบาท จะเปิดไตรมาส 2 ปี 2571 และยังมองหาทำเลสำหรับลงทุนโรงแรมแห่งใหม่ ไม่ว่าพัทยาหรือที่กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนออกหุ้นกู้มูลค่า 15,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด และจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง น่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อตลาดหุ้นกู้ ส่วนการลดหนี้สินต่อทุนนั้น คาดว่า ณ สิ้นปี 2569 อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิจะลดลงอยู่ในระดับประมาณ 1 เท่า จาก ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ระดับประมาณ 1.20 เท่า

การผ่อนคันเร่งของ “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” น่าจะสะท้อนสภาพตลาดอสังหาฯไทย “ขาลง” อย่างชัดเจน และมีแนวโน้มจะตกอยู่ในสภาพนี้อีกหลายปี ตราบใดที่เศรษฐกิจยังโตต่ำ หนี้ครัวเรือน หนี้เสียยังพุ่งไม่หยุด