เอกชนหนุนธุรกิจฮาลาล เครื่องจักรดันเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวไทยตัวใหม่ ชี้ศักยภาพสูง มูลค่าทั้งโลกถึง 1.36 ล้านล้านดอลล์ เสียดายโควิดทำไทยหลุดท็อป 3 แนะผนึกหอการค้าอิสลามชิงครัวมุสลิมโลก ปั้นมาตรฐาน GMHI รับรองโรงแรม โรงพยาบาล สปา ฯลฯ “ไก่ย่างจีระพันธ์” แนะกลยุทธ์ Muslim Friendly ชิงนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางชดเชยนักเที่ยวจีน
นายมารุต เมฆลอย นายกสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ธุรกิจฮาลาลในไทยมีศักยภาพสูงและสามารถเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งการบริโภคในประเทศ ซึ่งมีประชากรมุสลิม 7-8 ล้านคน และการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากชาติมุสลิม อาทิ อาเซียนที่มีประชากรมุสลิมกว่า 300 ล้านคน และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งมีกำลังซื้อสูงใช้จ่าย 3,000-5,000 บาทต่อวัน เดินทางเป็นกลุ่มใหญ่แบบทั้งครอบครัว และใช้เวลาพักในไทยนาน 2-3 สัปดาห์ต่อทริป เพื่อทำกิจกรรมหลากหลายทั้งช็อปปิ้ง ท่องเที่ยวธรรมชาติ-วัฒนธรรม ฯลฯ
แนะไทยทวงคืน Top 3
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่หลังโควิดเป็นต้นมา ไทยสูญเสียตำแหน่งในกลุ่ม Top 3 เดสติเนชั่นท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวมุสลิม โดยตกลงมาอยู่ในอันดับ 6-7 เชื่อว่าเป็นเพราะไทยไม่ถูกมองเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิม เนื่องจากศักยภาพด้านฮาลาลของไทยยังไม่ถูกนำออกมาใช้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณสินค้าฮาลาลที่มีกว่า 200,000 รายการ ขณะที่มาเลเซีย ซึ่งส่งออกอาหารฮาลาลเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน แต่มีสินค้าเพียง 40,000-50,000 SKU เท่านั้น
“แม้ไทยจะมีร้านอาหารฮาลาลจำนวนมาก แต่ไม่มีใครทำฐานข้อมูลเอาไว้ โรงแรมหลายแห่งก็ไม่สามารถให้คำแนะนำกับนักท่องเที่ยวมุสลิมได้ว่าจะหาอาหารฮาลาลทานได้ที่ไหนบ้าง จึงเป็นอุปสรรคสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม ซึ่งหากแก้ได้ มีโอกาสที่จะดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาทดแทนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง”
ฮาลาล 1.3 ล้าน ล. ยังมีโอกาส
สอดคล้องกับข้อมูลของ นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวในงาน Special Talk THAILANDัs NEW PROSPECT : The Global Halal Economy ว่า ตลาดฮาลาลโลกปี 2566 มีมูลค่าถึง 1.36 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น สินค้าฮาลาล 546,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าหลัก ประกอบด้วย 1.อาหารฮาลาล มีสัดส่วน 43% มูลค่ากว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 2.เคมีภัณฑ์ 26% 3.Medicine 11% ด้านบริการฮาลาลมีมูลค่า 815,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น 1.การท่องเที่ยว 2.การขนส่ง และ 3.การบริการอื่น ๆ ซึ่งขนส่งและบริการมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือประมาณ 20-22% ของมูลค่ารวมบริการ
นายศุภกิจย้ำว่า ในขณะที่ตลาดฮาลาลโลกมีมูลค่ามหาศาล แต่ปัจจุบันการส่งออกสินค้าฮาลาลของไทยยังมีส่วนแบ่งเพียง 1.6% จึงมีโอกาสเติบโตได้อีกในอนาคต
ผนึกหอการค้าอิสลาม
นายมารุตกล่าวต่อไปว่า ด้วยเหตุนี้ สมาคมจึงต่อยอดโพซิชั่นตัวแทนประเทศไทยในหอการค้าและการพัฒนาของอิสลาม (The Islamic Chamber of Commerce and Development-ICCD) องค์กรเครือข่ายธุรกิจที่เชื่อมโยง 57 ประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฮาลาล มาตรฐานการค้า และการลงทุน ผลักดันศักยภาพฮาลาลของไทยในด้านการท่องเที่ยว ประสานความร่วมมือระหว่าง ICCD กับภาครัฐและเอกชนไทย
โดยเฉพาะการต่อยอดแนวคิดการเป็นครัวโลก ไปสู่การเป็นผู้ผลิตอาหารรายสำคัญให้แก่ประเทศ OIC ด้วยศักยภาพการผลิตอาหารฮาลาลคุณภาพสูง หลังช่วง ม.ค.-ต.ค. 68 ไทยส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลไปยังประเทศสมาชิก OIC มูลค่า 4,872 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดอาหารฮาลาลโลกมีมูลค่าประมาณ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงยังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมาก โดยสินค้าอาหารฮาลาลที่ไทยส่งออก ได้แก่ ข้าว, น้ำตาล, อาหารทะเลกระป๋อง, ไขมัน-น้ำมันจากพืชและสัตว์, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง, ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง, ผลไม้สดและแปรรูป, ข้าวสาลี, เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปต่าง ๆ
ดันมาตรฐานโรงแรม GMHI
ขณะเดียวกันจะเดินหน้ามาตรฐานฮาลาลด้านการบริการในชื่อ Global Muslim Hospitality Index หรือ GMHI สำหรับรับรองและจัดอันดับสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร โรงพยาบาล และสปา ที่นำเกณฑ์ความเป็นมิตรต่อชาวมุสลิมมาปรับใช้ เช่น โรงแรมต้องสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารฮาลาลที่อยู่ใกล้เคียงได้ และมีเครื่องหมายบอกทิศกิบลัต (Qibla) สำหรับการละหมาดในห้องพัก รวมไปถึงการมีสายชำระในห้องน้ำ หรือการแยกโซนสปาชาย-หญิง เป็นต้น โดยปัจจุบันมาตรฐานนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และมีการหารือเบื้องต้นกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แล้ว
ชูกลยุทธ์ Muslim Friendly
ดร.บัญญัติ ทิพย์หมัด ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีระพันธ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ไก่ย่างจีระพันธ์ เปิดเผยว่า ไทยมีศักยภาพด้านอาหารสูงมาก จากการเป็น “ครัวของโลก” อยู่แล้ว จึงควรต่อยอดไปสู่ “ครัวฮาลาลโลก” ซึ่งจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์และเพิ่มการยอมรับจากตลาดฮาลาลทั่วโลก โดยโจทย์สำคัญคือ ขณะที่ไทยมีปริมาณผลิตภัณฑ์ฮาลาลที่หลากหลายกว่าประเทศอื่น ๆ แต่กลับไม่เป็นที่รู้จักในเวทีโลกเท่าคู่แข่ง เนื่องจากรัฐบาลของประเทศเหล่านั้นให้การสนับสนุนเต็มที่ ทั้งการโปรโมตและสร้างภาพลักษณ์
หนึ่งในทางออกคือ เน้นเรื่อง Muslim Friendly ซึ่งแตกต่างจากฮาลาลเต็มรูปแบบ โดยฮาลาลต้องถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม 100% ส่วน Muslim Friendly คือการทำให้ธุรกิจ “เป็นมิตรต่อผู้บริโภคมุสลิม” ผู้ประกอบการทั่วไปสามารถนำไปปรับใช้ได้ง่ายกว่า
ตัวอย่างของแนวคิด Muslim Friendly คือ การจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองวิถีชีวิตของชาวมุสลิม เช่น หรืออบรมพนักงานให้รู้จักคำศัพท์และพฤติกรรมพื้นฐานของชาวมุสลิม ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่ช่วยสร้างความคุ้นเคยและความสบายใจให้กับนักท่องเที่ยวมุสลิมที่มาใช้บริการในไทย
ดึง นทท.ตะวันออกกลาง-อินเดีย
ด้านนางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มมุสลิมเป็นตลาดสำคัญและมีแนวโน้มเติบโตอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศในโซนตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปสูง และตลาดอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ใกล้เคียงกับจีน โดยจากการสำรวจ ททท.พบว่า นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลางมีการใช้จ่ายสูงสุดเฉลี่ย 90,000 บาท/คน/ทริป โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และคูเวต โดยซาอุดีอาระเบียสูงสุดเป็นอันดับ 1 เฉลี่ยประมาณ 100,000 บาทต่อคนต่อทริป
“ในปี 2568 ที่ผ่านมา ททท.ได้เพิ่มน้ำหนักในการทำตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลางมากขึ้น เพื่อขยายฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูง หลังแนวโน้มตลาดเอเชียบางส่วนชะลอตัว” นางสาวภัทรอนงค์กล่าวและว่า ขณะที่ตลาดอินเดียเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ มีประชากรกว่า 1,500-1,600 ล้านคน โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดีย 2.48 ล้านคน สูงสุดเป็นอันดับ 3 รองจากนักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซีย เพิ่มจากปี 2567 ที่มีจำนวน 2.12 ล้านคน
“อินเดียเป็นตลาดที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการเดินทางครั้งแรกของนักท่องเที่ยวได้อีกมาก พร้อมเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพในตลาดอินเดีย กลุ่ม Family, Incentive, Wedding & Celebrations, Lady Travelers, Active Senior, Millennials, Luxury Leisure”