LINE MAN Wongnai เล็ง IPO “ฮ่องกง-นิวยอร์ก” เหตุตลาดหุ้นไทยซบเซา
LINE MAN Wongnai
LINE MAN Wongnai เล็ง IPO ใน “ฮ่องกง-นิวยอร์ก” เร่งระดมทุนดันธุรกิจฟินเทค “LINE Pay” หลังชะลอแผนเข้าตลาดหุ้นไทยเมื่อปี 2025 เพราะเงินทุนไหลออก-หลายบริษัทเผชิญปัญหามูลค่าตกต่ำ
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า “ไลน์แมน-วงใน” (LINE MAN Wongnai) บริษัทสตาร์ตอัพไทยที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติสิงคโปร์ (GIC) กำลังพิจารณาการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) ในต่างประเทศ เพื่อดึงดูดความต้องการของนักลงทุนและเพิ่มมูลค่าบริษัท สะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นในตลาดหุ้นท้องถิ่น
นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า บริษัทกำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการ IPO ในฮ่องกงและสหรัฐอเมริกา หลังจากเลื่อนการขายหุ้นในประเทศออกไป คาดว่าจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้
“การจดทะเบียนในประเทศมีความน่าสนใจน้อยลง เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคไม่เอื้ออำนวย ทั้งเศรษฐกิจที่อ่อนแอและการเมืองที่ไม่มั่นคง น่าจะเป็นผลประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ถือหุ้นของบริษัท หากนำหุ้นไปจดทะเบียนในต่างประเทศที่มีตลาดหุ้นและกิจกรรมการซื้อขายที่คึกคักกว่า”
รายงานระบุด้วยว่า “ไลน์แมน-วงใน” กำลังเดินหน้าแผนการระดมทุน เพื่อเพิ่มการลงทุนในหน่วยธุรกิจฟินเทค “ไลน์เพย์” (LINE Pay) เพราะจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้รายได้เติบโต หลังปี 2025 บริษัทสามารถทำกำไรได้เป็นปีแรก
อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ไทยกำลังเผชิญปัญหาการถอนตัวของบริษัทต่าง ๆ ที่กำลังมองหาแหล่งเงินทุนที่มากขึ้น และสร้างมูลค่าบริษัทที่สูงขึ้นในต่างประเทศ ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลและตลาดหลักทรัพย์ได้ออกมาตรการจูงใจต่าง ๆ เช่น การผ่อนปรนเกณฑ์การจดทะเบียน เพื่อรักษาบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตสูงไว้ในประเทศ แต่ภาวะตลาดตกต่ำ และการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ ได้บั่นทอนความน่าดึงดูดของตลาดหลักทรัพย์ไทย
โดยปี 2025 ที่ผ่านมา ตลาด IPO ของไทยระดมทุนได้ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท ถือเป็นมูลค่าที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010 อีกทั้งบริษัทไทยหลายแห่งยังเลือกที่จะไปจดทะเบียนในต่างประเทศมากกว่า เช่น บิทคับ (Bitkub) กำลังพิจารณาเสนอขายหุ้นในฮ่องกง และบริษัทผลิตน้ำมะพร้าว IFBH (เจ้าของแบรนด์ IF) ตัดสินใจ IPO ในฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายน 2025
ก่อนหน้านี้ นายยอดเคยแสดงความเห็นกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ของตลาดทุนไทยในช่วงที่ผ่านมาไม่ดีเลย ทำให้นักลงทุนดึงเงินไปลงทุนในตลาดอื่นที่มีความชัดเจนในการผลักดันด้านการต่อยอด AI และพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดของหลายบริษัทต่ำกว่าเพอร์ฟอร์แมนซ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้บริษัทตัดสินใจชะลอแผนการ IPO ในปี 2025 ออกไปก่อน