จบศึกเลือกตั้ง 2569 ฝุ่นตลบยังไม่สงบดี คอการเมืองยังไม่ทันได้พัก ต้องตามกันต่อการจัดตั้ง รัฐบาลภูมิใจไทย (ภท.) หลังจากที่ค่ายการเมืองสีน้ำเข้าวิน ได้สิทธิแรกเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี พร้อมตั้งรัฐบาลใหม่จากคนเก่า
ณ วันนี้ยังเป็นช่วงเปิดตลาด ภูมิใจไทยพรรคการเมืองที่ได้เก้าอี้ สส. อย่างไม่เป็นทางการ 193 ที่นั่ง กำลังกดเครื่องคิดเลขคํานวณว่าจะส่งเทียบเชิญค่ายสีไหน ร่วมงานเพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากที่สุด
ต้องรอดูจากนี้อีกไม่เกิน 60 วัน (7 เมษายน 2569) เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผล สส. ถือเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีกรรมการเมือง แต่ระหว่างทางนี้ ค่ายน้ำเงินจะมีอุปสรรคอะไรหรือไม่ต้องจับตาใกล้ชิด เพราะสังคมกำลังตั้งข้อกังขาการนับคะแนนหลายพื้นที่ เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ ไม่รู้เลวร้ายถึงขั้นโมฆะเลือกตั้งหรือไม่
ระหว่างนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ชวนคอการเมืองลองมาวิเคราะห์สูตรจัดตั้ง “รัฐบาลอนุทิน 2” จะออกสูตรไหนเพราะตัวเลือกมีทั้งที่มิตรเก่าอย่างพรรคประชาชน (ปชน.) ที่เคยดันให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 หรือค่ายการเมืองที่เคยร่วมหัวจมท้ายกันมาอย่างพรรคเพื่อไทย หรือพรรคกล้าธรรม เป็นต้น
เปิด 4 สูตร ตั้งรัฐบาลสีน้ำเงิน
สำหรับผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เรียงตามลำดับ ดังนี้ : 1.ภูมิใจไทย 193 เสียง / 2.ประชาชน 118 / 3.เพื่อไทย 74 / 4.กล้าธรรม 58 / 5.ประชาธิปัตย์ 22 / พรรคเล็กอื่นๆ อาทิ ไทรวมพลัง ประชาชาติ พลังประชารัฐ เศรษฐกิจ รวมไทยสร้างชาติ 15 – 21
สูตร1 “การเมืองไม่เปลี่ยนแปลง” 325 เสียง “ภูมิใจไทย เพื่อไทย กล้าธรรม”
สูตรนี้หากดูจากตัวเลข ถืออาจจะเป็นการสร้างความมั่นคงแข็งแกร่งให้รัฐบาลภูมิใจไทย ด้วยการดึงมิตรเก่าอย่างพรรคกล้าธรรม และพรรคเพื่อไทย เข้ามาร่วม
แต่ต้องยอมกลืนเลือดลืมอดีตกันบ้าง ระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย เพราะก่อนหน้าทั้งสองพรรคเป็นไม่เบื่อไม่เมากันมา ตั้งแต่การจุดประเด็น ตรวจสอบคดีเขากระโดง ฐานที่มั่นบ้านครูใหญ่ “เนวิน ชิดชอบ” ตามด้วยการเปิดเกมตรวจสอบการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยุครัฐบาลเพื่อไทย ที่นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ ยุครัฐบาลเพื่อไทย
แต่บทสรุปสุดท้าย จะลืมอดีตและร่วมงานกันได้หรือไม่ต้องรอชม
สูตร 2 “รัฐบาลในฝัน” 333 เสียง “ภูมิใจไทย ประชาชน ประชาธิปัตย์”
สูตรนี้เป็นสมการที่หลายคนในค่ายการเมืองสีน้ำเงินอยากได้ เพราะจะได้ลบภาพการร่วมรัฐบาลสีเทา และปิดแผลหลายเรื่องกับเพื่อไทย ที่เคยไล่บี้ซึ่งยังติดอยู่ในใจ อย่างกรณีคดีเขากระโดง คดีฮั้ว สว. เป็นต้น
แต่ก็ต้องรอดูท่าทีจากพรรคส้มว่าจะเอาอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน เคยประกาศจะไม่ซ้ำรอยส่ง อนุทิน ขึ้นเป็นนายกฯ อีก แต่ทว่าต้องรอดูท่าทีจากพรรคประชาชน หลัง กกต.ประกาศรับรองผล สส. และความชัดเจนจากศาลฎีกา หลังจาก ป.ป.ช. ชงให้พิจารณาคดี อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ที่ถูกร้องความผิดฐานฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีแก้ไข มาตรา 112
กรณีดังกล่าว มีโอกาสทำให้ 15 ว่าที่ สส.พรรคประชาชน ทั้งระบบเขตและปัญชีรายชื่อ ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ทำหน้าที่ขานชื่อเลือกนายกฯ และอาจทำให้ ณัฐพงษ์ ต้องพ้นจากเก้าอี้หัวหน้าพรรคฯ ซึ่งผู้ที่ถูกมองว่า คนที่จะมารับไม้ต่อเป็นแม่ทัพสีส้มคนต้อไปคือ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” ซึ่งพรรคประชาชน ช่วงเดือน มี.ค. – เม.ย. มีการนัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกทีมบริหารชุดใหม่ ฉะนั้นต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด ว่ามีโอกาสที่น้ำเงินจะรวมส้มหรือไม่
ถ้าเป็นจริง ก็อาจได้ประชาธิปัตย์ พรรคที่ประกาศไม่เอาเทามาร่วมรัฐบาลด้วย ซึ่งจะเป็นการเสริมภาพรัฐบาลอนุทิน 2 ดูดีขึ้นเป็นกอง

สูตร 3 “กลืนเพื่อไทย” 282 เสียง “ภูมิใจไทย เพื่อไทย กลุ่มพรรคเล็ก”
สูตรนี้สมการ พรรคภูมิใจไทย ต้องการดึง สส. จากพรรคเพื่อไทยต้องการอยู่ร่วมชายคารัฐบาล ซึ่งพรรคภูมิใจไทย ต้องการดึง สส.กลุ่มนี้เข้าร่วมพรรคในอนาคตอยู่แล้ว
สูตรนี้ อาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ “แดงแตก” ในภาคอีสาน ขยายพื้นที่สีน้ำเงิน ได้ 2 เด้ง ทางแรกคือได้คะแนนเสียงเพิ่มเสถียรภาพรัฐบาล เด้งที่ 2 ได้การเมืองค่ายสีแดงเข้ามาเป็นพวก น้ำเงินกลืนแดงและล้างภาพ รัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับ “การเมืองสีเทา”
แต่ยอมรับว่า สูตรนี้อาจเกิดยาก เพราะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวขบวนพรรคที่เรียกตัวเองว่าเป็น “ค่ายสีเขียว” มีความสัมพันธ์แนบแน่น กับนักการเมืองหลายมุ้งใหญ่ในพรรคเพื่อไทย และอ้างว่าเคยเข้า-ออกบ้านจันทร์ส่องหล้า แบบหัวบันไดไม่แห้ง
สูตร 4 “ไม่ลงแดง” 266+ เสียง “รัฐบาลภูมิใจไทย กล้าธรรม กลุ่มพรรคเล็ก”
สูตรนี้ค่ายสีน้ำเงิน ต้องการดึง สส.งูเห่าบางกลุ่ม เข้าสังกัด แต่ไม่ต้องการ สส.มาทั้งพรรค หากทำได้สำเร็จจะเป็นการทำลายอำนาจบารมีของค่ายการเมืองสีแดงที่สั่งสมมานาน เพราะจะทำให้พรรคเพื่อไทยที่สถานะวันนี้หลังแพ้เลือกตั้ง 2 ครั้งต่อเนื่อง จำนวน สส. ลงลงกว่า 50 % ทำให้อาการทรุดหนักลงอีก เพราะมีความเชื่อว่าหากเป็นสูตรนี้ สส.แดง หลายคนอยากจะกลายร่างเป็นงูเห่า ในฟาร์มสีน้ำเงินหรือเขียว
แม้การจัดตั้งรัฐบาลครั้ง นี้จะปลอดจากการเมืองของสภาสูง ปลอดอำนาจวุฒิสมาชิกในการโหวตนายกรัฐมนตรี แต่ทุกพรรค มีล็อกของตัวเอง ประกอบกับ การจัดการเลือกตั้ง และการรับรอง สส. ของ กกต. อาจเป็นจุดเปลี่ยน-เดดล็อกอำนาจ
ไม่นับรวม “ผู้จัดการรัฐบาล” ที่ซ่อนอยู่ในเงาสีมืด เส้นทางการขึ้นสู่ทำเนียบรัฐบาล จึงต้องรอแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์