เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ด่วน ! ศาลสูงสุดฟัน ‘ภาษีทรัมป์’ ชี้ใช้อำนาจเกินขอบเขต

20 ก.พ. 2569 | 22:17น.

ศาลสูงสุดสั่งยกเลิกมาตรการภาษีต่างตอบโต้ทั่วโลก นโยบายเสาหลักของทรัมป์ ชี้ใช้อำนาจเกินขอบเขต ถือเป็นความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งใหญ่ของผู้นำสหรัฐ

เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2026 เวลาท้องถิ่น บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ศาลสูงสุดสหรัฐมีคำพิพากษา 6 ต่อ 3 เสียงยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งเป็นการบั่นทอนนโยบายเศรษฐกิจหลักของเขา และถือเป็นความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งในทำเนียบขาว

ศาลกล่าวว่า การประกาศใช้ภาษีศุลกากรทั่วโลกมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตโดยอ้างกฎหมายอำนาจฉุกเฉินของรัฐบาลกลางหรือพระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (The International Emergency Economic Powers Act : IEEPA) เพื่อบังคับใช้ภาษี “ตอบโต้” ทั่วโลก รวมถึงภาษีนำเข้าที่รัฐบาลอ้างว่าเป็นการแก้ปัญหาการค้าเฟนทานิลที่เรียกเก็บกับจีน แคนาดาและเม็กซิโก ชาติเพื่อนบ้านในทวีปอเมริกาเหนือ

ในคดีนี้ธุรกิจส่งออกขนาดเล็ก 5 แห่งและอัยการ 12 รัฐ ซึ่งเป็นล้วนรัฐของพรรคเดโมแครตยื่นฟ้องฝ่ายจำเลยคือรัฐบาลสหรัฐ

ภาษีที่ผิดกฎหมายตามคำตัดสิน ได้แก่ 1) ภาษีอัตราฐานขั้นต่ำ 10% รวมถึงภาษีต่างตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ตั้งแต่ 10% – 41% สำหรับสินค้าจากประเทศที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐ

2) ภาษีเพิ่มเติมสำหรับสินค้านำเข้าบางรายการจากเม็กซิโก จีน และแคนาดา ซึ่งทรัมป์กล่าวว่ามีความชอบธรรมเนื่องจากวิกฤตยาเฟนทานิลในสหรัฐ หรือ ‘ภาษีเฟนทานิล’

ทั้งนี้ ศาลไม่ได้กล่าวถึงภาษีที่เรียกเก็บกับสินค้าบางประเภทโดยอาศัยกฎหมายอื่น ตัวอย่างเช่น ฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้เรียกเก็บภาษีกับเหล็ก อะลูมิเนียม รถยนต์ ผลิตภัณฑ์ทองแดง และไม้แปรรูป โดยใช้มาตรา 232 ของพระราชบัญญัติการขยายการค้าปี 1962 ภาษีเหล่านั้นขึ้นอยู่กับการสืบสวนของกระทรวงพาณิชย์ที่สรุปว่าการนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

เรื่องผู้นำเข้ามีสิทธิ์ได้รับเงินคืนหรือไม่ ศาลสูงสุดปล่อยให้ศาลชั้นล่างเป็นผู้พิจารณาประเด็นเหล่านั้น หากได้รับอนุญาตอย่างเต็มที่ เงินคืนอาจมีมูลค่าสูงถึง 170,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.2 ล้านล้านบาท) ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ที่ได้จากนโยบายภาษีนำเข้าของทรัมป์

สำหรับผู้ที่คัดค้านคำพิพากษามี 3 คนรวมถึงผู้พิพากษาเบรตต์ คาวานอห์ กล่าวว่ากระบวนการคืนเงิน “น่าจะยุ่งยาก” ดังที่ฝ่ายทนายความของจำเลย ซึ่งคือรัฐบาลยอมรับในการพิจารณาคดีด้วยวาจาไปก่อนหน้านี้ ผู้พิพากษาแคลเรนซ์ โทมัส และซามูเอล อลิโต ก็คัดค้านเช่นกัน

ทำเนียบขาวกล่าวว่าจะรีบหามาตรการภาษีอื่นมาทดแทนโดยใช้เครื่องมือทางกฎหมายอื่น แต่ทางเลือกสำรองมักจะยุ่งยากหรือมีข้อจำกัดมากกว่าอำนาจที่กว้างขวาง ซึ่งทรัมป์อ้างภายใต้พระราชบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศนี้

เว็บไซต์แอกซิออส สำนักข่าวออนไลน์ของสหรัฐสรุปคำพิพากษา ดังนี้ ;

สิ่งที่ศาลกล่าว: “รัฐบาลตีความ IEEPA ว่าให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรฝ่ายเดียวโดยไม่จำกัดขอบเขตและเปลี่ยนแปลงได้ตามอำเภอใจ มุมมองดังกล่าวจะเป็นการขยายอำนาจของประธานาธิบดีในด้านนโยบายภาษีศุลกากรอย่างพลิกโฉม” คำตัดสินระบุ

ระดับความเสี่ยง: คำตัดสินนี้อาจนำไปสู่กระบวนการคืนเงินที่อาจวุ่นวาย ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลสหรัฐต้องคืนเงินหลายพันล้านดอลลาร์ให้กับธุรกิจที่จ่ายภาษีศุลกากร

ศาลสูงสุดไม่ได้กล่าวถึงประเด็นนี้: “ศาลไม่ได้กล่าวอะไรในวันนี้ เกี่ยวกับว่ารัฐบาลควรดำเนินการคืนเงินหลายพันล้านดอลลาร์ที่เก็บจากผู้นำเข้าหรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้น ควรดำเนินการอย่างไร” ผู้พิพากษาเบรตต์ คาวานาห์ เขียนไว้ในความเห็นแย้งของเขา

สิ่งที่น่าสนใจ: อย่าคาดหวังว่าภาษีศุลกากรจะหายไป

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์เคยกล่าวว่าจะอาศัยอำนาจทางการค้าอื่นๆ เพื่อทดแทนภาษีศุลกากรใดๆ ที่ศาลได้ยกเลิกไป

ยังไม่ชัดเจนว่าประเทศอื่นๆ จะตอบสนองอย่างไร ภาษีศุลกากรเหล่านี้เป็นพื้นฐานของข้อตกลงทางการค้าจำนวนมากที่ฝ่ายบริหารประกาศไปเมื่อต้นปีนี้

ราคาหุ้นและโลหะมีค่าปรับตัวสูงขึ้นหลังจากคำตัดสินของศาล แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ดัชนี S&P 500 ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 0.3% ในช่วงเช้าของการซื้อขาย ราคาทองคำล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 1.7% ขณะที่โลหะเงินเพิ่มขึ้นมากกว่า 5%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ ภาษีทรัมป์