เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ปลุกพลัง “โกงได้…แก้ได้”เปิดข้อมูล 89% ปัญหาโกงฉุดพัฒนาประเทศ
Economic วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ปลุกพลัง “โกงได้…แก้ได้”เปิดข้อมูล 89% ปัญหาโกงฉุดพัฒนาประเทศ
ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
Economic ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
DITP เปิดเกมเยอรมนี ดัน “เกมไทย-อาหารไทย” เจาะตลาดโลก
Economic DITP เปิดเกมเยอรมนี ดัน “เกมไทย-อาหารไทย” เจาะตลาดโลก
พาณิชย์พาศิลปินไทยบุก Kiaf SEOUL ดัน “ลิขสิทธิ์ศิลปะ” สู่สินทรัพย์โลก
Economic พาณิชย์พาศิลปินไทยบุก Kiaf SEOUL ดัน “ลิขสิทธิ์ศิลปะ” สู่สินทรัพย์โลก
‘อ.ธนาธร’ ชำแหละมายาคติ AI ชี้โจทย์ใหญ่ปฏิรูปราชการไม่ใช่ “แทนคน” แต่คือ “รีดีไซน์ระบบ”
Uncategorized ‘อ.ธนาธร’ ชำแหละมายาคติ AI ชี้โจทย์ใหญ่ปฏิรูปราชการไม่ใช่ “แทนคน” แต่คือ “รีดีไซน์ระบบ”
‘สามชาย’ ชำแหละแผนปฏิรูปข้าราชการ ชง 3 ยุทธศาสตร์ รื้อระบบจ้างงาน-เลิกลดคนแบบฉาบฉวย
Politics ‘สามชาย’ ชำแหละแผนปฏิรูปข้าราชการ ชง 3 ยุทธศาสตร์ รื้อระบบจ้างงาน-เลิกลดคนแบบฉาบฉวย
“อัทธ์” เสนอ 8 แนวทางคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ห้ามแย่งไฟ-น้ำประชาชน
Economic “อัทธ์” เสนอ 8 แนวทางคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ห้ามแย่งไฟ-น้ำประชาชน
BKP-สมาคมส่งออกถั่วเหลืองสหรัฐ” ลงนาม MOU ขยายความร่วมมือความยั่งยืน
Business BKP-สมาคมส่งออกถั่วเหลืองสหรัฐ” ลงนาม MOU ขยายความร่วมมือความยั่งยืน
LHMH รุกขยายพอร์ตโรงแรม ทุ่ม 4.3 พันล้านเปิดแบรนด์ “วอยาจ” บูมพัทยา
Business LHMH รุกขยายพอร์ตโรงแรม ทุ่ม 4.3 พันล้านเปิดแบรนด์ “วอยาจ” บูมพัทยา
กางเข็มทิศอุตสาหกรรมดนตรีไทย ในสายตา ‘วิเชียร ฤกษ์ไพศาล’ ผ่านปรากฏการณ์ ‘เนเน่ รอยัล’
ไฮไลท์ประชาชาติ กางเข็มทิศอุตสาหกรรมดนตรีไทย ในสายตา ‘วิเชียร ฤกษ์ไพศาล’ ผ่านปรากฏการณ์ ‘เนเน่ รอยัล’
ดูทั้งหมด

กายภาพบำบัดปรับโครงสร้าง รักษา “ออฟฟิศซินโดรม”

28 ก.ค. 2561 | 23:24น.
“ออฟฟิศซินโดรม” โรคยอดฮิตของคนวัยทำงาน โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศ (ตามชื่อโรค) สาเหตุคร่าว ๆ กว้าง ๆ เกิดจากการที่ร่างกายเสียสมดุล อยู่ในโครงสร้างที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน อาการกลุ่มโรคที่เรียกว่า “ออฟฟิศซินโดรม” นั้น เกิดได้ทั้งกับระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบการย่อยอาหารและการดูดซึม ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบฮอร์โมน ตาและการมองเห็น
 
อาการ “ออฟฟิศซินโดรม” ที่เรารู้จักและพบมากทั่วไปเป็นอาการเจ็บปวดที่ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ซึ่งอาการนี้สามารถรักษาได้ด้วยการทำกายภาพบำบัด (physical therapy)
 
มนัสวี สามสี นักกายภาพบำบัดประจำคลินิกกายภาพบำบัด K&K Balance ให้ข้อมูลว่า คนที่มีปัญหาสุขภาพที่เรียกว่า “ออฟฟิศซินโดรม” ส่วนมากเกิดอาการที่คอและบ่า เพราะนั่งทำงานนาน ไม่มีการลุกขึ้นเหยียดตัว ร่างกาย คอ บ่า จึงตกลงตามแรงโน้มถ่วง อีกทั้งเวลานั่งคนเราจะไม่ใช้กล้ามเนื้อหลัง กล้ามเนื้อหลังจึงสบายที่ไม่ต้องทำงาน แต่เมื่อกล้ามเนื้อส่วนนั้นสบายเป็นเวลานาน ๆ กล้ามเนื้อจะเริ่มเปลี่ยนช่วงความยาว เป็นความยาวที่ไม่เหมาะสม และการหดตัว-คลายตัวไม่ปกติ
 
กล้ามเนื้อที่สำคัญมากและมีส่วนอย่างมากกับอาการออฟฟิศซินโดรมคือ “สะบัก” สาเหตุที่คนส่วนใหญ่เจ็บแขน คอ และบ่าไหล่ เพราะสะบักเป็นเหมือนสมองของแขน เมื่อแขนเคลื่อนไหว สะบักจำเป็นต้องอยู่นิ่งและเคลื่อนไหวล้อตามกันไป แต่ถ้าสะบักสูญเสียการทำงาน หรือสะบักเคลื่อนที่ กล้ามเนื้อที่อยู่รอบ ๆ ก็จะต้องยืดออก ทำให้รู้สึกตึงและมีอาการเจ็บปวด
 
“สะบักเปรียบเหมือนแผ่นเหล็ก 1 แผ่นที่มีเชือกโยงอยู่ ซึ่งเชือกที่โยงอยู่ก็คือกล้ามเนื้อรอบ ๆ ที่เกาะจากสะบักไปกระดูกสันหลัง คอ และแขน เมื่อไหร่ที่สะบักมีความบิดเพี้ยน แสดงว่ากล้ามเนื้อที่เกาะอยู่โดยรอบมีการเกร็งตัว หรือกล้ามเนื้ออีกมัดยืดออกมากเกิน หรืออีกมัดอาจจะมีแรงไม่พอที่จะดึงสะบักไว้ เมื่อกล้ามเนื้อมีการเปลี่ยนแปลง และต้องทำงานซ้ำ ๆ กล้ามเนื้อจะเกิดการบาดเจ็บ เพราะช่วงการทำงานไม่เหมาะสม”
 
นอกจากนั้น นักกายภาพบำบัดบอกว่า ยังมีความเจ็บปวดกล้ามเนื้อที่เป็นผลมาจากกระดูกสันหลังคดด้วย ซึ่งปัญหากระดูกสันหลังมีทั้งแบบที่คดมาตั้งแต่กำเนิด และปัญหาที่เกิดจากพฤติกรรม การนั่ง การออกกำลังกาย รวมถึงเป็นผลมาจากอุบัติเหตุ
 
เมื่อกระดูกสันหลังคดบิดเป็นรูปตัวเอส กล้ามเนื้อซึ่งเกาะอยู่กับกระดูกจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ช่วงความยาวของกล้ามเนื้อบางมัดจะเพิ่มขึ้น (ยืดยาวออก) กล้ามเนื้อบางมัดจะหดตัวสั้นลง เมื่อกล้ามเนื้อเสียสมดุล ไม่อยู่ในช่วงความยาวและตำแหน่งปกติ จึงทำให้เกิดอาการเจ็บปวด
 
นักกายภาพบำบัดประจำ K&K Balance บอกว่า อาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ รักษาได้ด้วยศาสตร์กายภาพบำบัด (physical therapy) เป็นการรักษาโดยการปรับสรีระโครงสร้างร่างกายให้กลับเข้าสู่สมดุล ซึ่งเป็นการปรับเข้าสู่ตำแหน่งและหน้าที่ที่เหมาะสม เป็นกระบวนการรักษาที่ตรงจุดและไม่ใช้ยา โดยใช้หลักการและกระบวนการทางฟิสิกส์ร่วมกับความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์ (anatomy)
 
มีวิธีการรักษา 3 วิธี ได้แก่
 
1.การทำหัตถการ หรือการใช้มือนวดและกดตรงจุดกล้ามเนื้อ เพื่อคลายการเกร็ง ตึง ที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวด
 
2.อัลตราซาวนด์ คือการใช้คลื่นเข้าไปกดกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนเลือดในกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อที่มีการเกร็งอักเสบคลายตัวและกระบวนการอักเสบหายเร็วขึ้น เป็นสิ่งที่ใช้มือทำได้ยาก ทั้งการคอนโทรลให้น้ำหนักเสถียร และการกดเข้าไปกล้ามเนื้อลึก ๆ ซึ่งคลื่นจะเข้าไปได้ลึกกว่าการกดด้วยมือ
 
3.ชอร์ตเวฟ (คลื่นสั้น) เป็นการแอ็บซอร์บคลื่นอุ่น ๆ เข้าไปยังจุดที่มีปัญหา เน้นการไหลเวียนเลือดและการคลายกล้ามเนื้อ ไม่ใช่แรงกดเหมือนการอัลตราซาวนด์ ซึ่งการทำชอร์ตเวฟจะให้ความรีแลกซ์ ให้ความรู้สึกอุ่น ๆ ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น
 
“การเลือกใช้วิธีการรักษา ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนักกายภาพบำบัด ถ้าต้องการลดการอักเสบ ใช้อัลตราซาวนด์ดีกว่า แต่ถ้าต้องการให้กล้ามเนื้อรีแลกซ์ ให้คลายตัว ใช้ชอร์ตเวฟดีกว่า แต่ก็สามารถใช้ร่วมกันได้ โดยหวังผลสูงสุดให้อาการปวดลดลง ให้โครงสร้างคลายตัว กลับมาเป็นปกติ บางครั้งการใช้มืออย่างเดียวก็ไม่ตอบโจทย์ ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้รักษาว่าจะใช้อันไหน”
 
ส่วนปัญหากล้ามเนื้อที่เป็นผลมาจากกระดูกสันหลังคด สามารถรักษาได้โดยการปรับโครงสร้างให้กล้ามเนื้อกลับเข้าสู่แนวปกติมากที่สุด โดยต้องคลายจุดที่ตึงเกร็งและเจ็บก่อน จากนั้นรักษาด้วยการทำหัตถการ และใช้เครื่องมือช่วย (ดังที่กล่าวไปแล้ว)
 
หลังจากรักษาแล้ว นักกายภาพบำบัดจะมีท่าเอ็กเซอร์ไซส์ที่ออกแบบสำหรับแต่ละคนกลับไปทำ ให้เหมาะกับปัญหากล้ามเนื้อแต่ละมัดโดยเฉพาะ กล้ามเนื้อมัดที่ยืดตัวจะต้องออกกำลังกายให้กระชับหดเข้า ส่วนกล้ามเนื้อที่หดตัว จะต้องคลายออก
 
เมื่อกล้ามเนื้ออยู่ในช่วงความยาวและตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว กระดูกสันหลังจะถูกกล้ามเนื้อดึงให้ไปอยู่ในแนวที่ปกติ ส่วนกรณีคนที่กระดูกสันหลังคดมาตั้งแต่กำเนิดนั้นไม่สามารถทำให้กลับเข้าสู่แนวปกติได้ แต่สามารถทำให้คดน้อยลง หรือมีวิธีทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้