“ทักษิณ” กลางดง “6 คดีทุจริต” เพื่อไทยสลับหัวฝ่าพลังดูด “พรรค คสช.”
กว่า 13 ปีที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ต้องระหกระเหิน-พเนจร ณ ต่างแดน ภายหลังถูกโค่นบัลลังก์อำนาจจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ค่ำคืนแห่งรัฐประหาร 19 ก.ย. 49 ทุกวันที่ 26 ก.ค. เป็นอีก 1 รอบเกิด จากทั้งหมด 4 ครั้ง ที่ “ทักษิณ” ต้องเป่าเทียน-ตัดเค้กวันเกิด ณ ดินแดนไกล
“ครั้งสุดท้าย” ย้อนเวลาไปไกลถึงปี”49 “ทักษิณ” ร้องเพลง “แฮปปี้เบิร์ทเดย์” ในแผ่นดินแม่ ณ บ้านจันทร์ส่องหล้า-รังอุ่นไอชินวัตร
วันครบรอบ 69 ปีนี้ “ทักษิณ” เลือกสถานที่ร้องเพลงวันเกิด-ทอล์กการเมือง กลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
มีสาวก-อดีต ส.ส.เพื่อไทยที่ยังภักดีกับนายใหญ่นับ 10 ชีวิต บินลัดฟ้าไปรายงานตัว-รับคำฝากฝัง-เดิมเกมการเมืองในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ก่อนเข้าสู่โค้งใกล้เลือกตั้งตามโรดแมป ปี”62
เบิร์ทเดย์ 69 ปีของทักษิณ คึกคักในช่วงที่กระแส “พลังดูด” กำลังรุกหนัก แต่ 1 ในประเด็นวงสนทนาการเมือง หนีไม่พ้นการหากลยุทธ์การตลาดฮึดสู้ กระแสพลังดูดในจังหวะที่เพื่อไทย “เลือดไหลไม่หยุด” สอดแทรกวาระ “เฟ้นผู้นำ” กุมบังเหียนสู้ศึกเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ทำให้คนที่ว่าตัวเองมี “คุณสมบัติเพียบพร้อม”
ทยอยไปรายงานตัวกับผู้เป็น “นายใหญ่” ไม่ว่า “พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล-พิชัย นริพทะพันธุ์” อดีต รมว.พลังงาน
ทว่าคนที่หลบกระแสดูด-ฉวยจังหวะที่การเมืองไทยยังมีแต่กระแสฟุตบอลโลกกับการช่วยเหลือ 13 ชีวิตหมูป่า บินลัดฟ้า-ดอดไปพบ “ทักษิณ” ที่อังกฤษ ก่อนใครเพื่อน เพื่อเสนอตัวเป็นผู้นำพรรค-นายกฯในบัญชีเพื่อไทย คือ “สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” แกนนำพรรคที่ยังไม่ได้เป็นแม้แต่สมาชิกพรรค
“แหล่งข่าวใกล้ชิดสุดารัตน์” เปิดเผยว่า คุณหญิงไปอังกฤษตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมก่อนฟุตบอลโลกที่รัสเซียจะจบ และเดินทางกลับถึงเมืองไทยแล้ว
คิวของ “สุดารัตน์” ปาดหน้าคนอื่นทั้งมวล แม้แต่ฝั่ง “เจ๊แดง”-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ที่ไปพร้อมสามี “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ที่มีสิทธิ์ “รีเทิร์น” กลับมานำพรรคอีกครั้ง ในจังหวะที่เพื่อไทยหาหัวไม่ได้
กลุ่มนี้มี “วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล” อดีต ส.ส.แพร่ ร่วมวง ขณะที่ “พวงเพ็ชร ชุนละเอียด” อดีตโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีข่าวว่าอยู่ในสายสุดารัตน์ ก็บินไปลอนดอนด้วย
ทว่าก้าวที่ 69 ย่าง 70 ปีของนายทักษิณ เป็น “ก้าวย่าง” ที่ต้องเผชิญกับวิบากกรรมทั้งในนามส่วนตัว-คนใกล้ชิด-สมบัติ “ชิ้นเดียว” ของทักษิณที่ยังไม่มีใครสามารถพรากไปจากเขาได้…
พรรคเพื่อไทย-สมบัติการเมือง “ชิ้นสุดท้าย” ของทักษิณ ถูก “อำนาจดูด” ท้าทายจนเกิดพรรคเพื่อไทยเป็น-ตายเท่ากัน ภายหลัง “มิตรกลับกลายเป็นศัตรู” ในนามกลุ่ม “สามมิตร”
ทั้ง “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย (ทรท.)- “สมศักดิ์ เทพสุทิน” อดีต ส.ส.ทรท. อดีตรองนายกรัฐมนตรี-รัฐมนตรีว่าการหลายกระทรวงในรัฐบาลทักษิณ และ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” อดีตแม่ทัพเศรษฐกิจ-ขุนพลข้างกายทักษิณ รวมหัว-ผนึกกำลังเป็น “พลังดูด” บอนไซอดีต ส.ส.สายอีสาน-นปช. ฐานใหญ่ให้แตกออกเป็นเสี่ยง-ปิดฉากทักษิณคิด-เพื่อไทยทำ
นอกจากพลังดูดแล้ว ยังมี “พลังแฝง” สลายพรรค-โค่นพวกเพื่อไทย ข้อหาฉกรรจ์ถึงขั้นยุบพรรค !
“ศุภชัย สมเจริญ” ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า เราต้องดูว่าบุคคลภายนอก
ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองควบคุม ครอบงำพรรคการเมืองหรือไม่ โดยต้องดูคนที่เข้าไปหารือเพื่อขอเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม่
“ตอนนี้ กกต.ติดตามอยู่ว่า มีพรรคการเมืองใดกระทำผิดเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายพรรคการเมือง มีการครอบงำ หรือมีพรรคการเมืองใดยอมให้มีการครอบงำ ให้คนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคมาชี้นำก็จะผิด”
ในนามส่วนตัว “ทักษิณ” ต้องประสบเคราะห์กรรม-คดีความถึง 6 คดี ภายหลังพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 “เปิดช่อง” ให้พิจารณาคดี “ลับหลัง” จำเลย-ฟื้นคดี “ฟ้องใหม่”
ล่าสุด ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง “ออกหมายจับ” นายทักษิณ คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม.10/2552 กรณีโครงการออกสลากแบบเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือ “คดีหวยบนดิน”
รวมแล้ว นายทักษิณมีหมายจับติดตัวแล้ว 6 คดี-คดีถึงที่สุดแล้ว 1 คดี คือ คดีที่ซื้อ-ขายดินรัชดา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินเมื่อเดือน ต.ค. 51 จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา-อายุความลงโทษ 10 ปี
ขณะที่หมายจับ-ติดตามตัวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในคดีที่มีการนำมาพิจารณาใหม่โดยไม่มีตัวจำเลยตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาความอาญาฉบับใหม่ 4 คดี ได้แก่
1.คดีหมายเลขดำ อม.3/2551 หมายเลขแดง อม.4/2551 กรณีอนุมัติปล่อยกู้เงินของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แก่รัฐบาลพม่า วงเงิน 4,000 ล้านบาท
2.คดีหมายเลขดำ อม.9/2551 คดีแดงที่ อม.5/2551 กรณีแปลงสัญญาสัมปทานโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท
3.คดีดำที่ อม.3/2555 คดีแดงที่ อม.55/2558 กรณีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร กว่า 9,000 ล้านบาท
4.คดีหมายเลขดำที่ อม.40/2561 กรณีอนุมัติให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีพีไอ โดยมิชอบ
ขณะที่คดีของคนใกล้ชิด-ลูกในไส้ “พานทองแท้” เข้มข้นทุกขณะ เมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) “ส่งฟ้อง”
สำนวนการดำเนินคดีความผิดในส่วนการ “ฟอกเงิน” เกี่ยวกับการปล่อยกู้เงินของธนาคารกรุงไทย ให้กลุ่มธุรกิจในเครือกฤษฎามหานครเพิ่มเติมเพื่อกล่าวโทษต่ออัยการ จำนวน 4 ราย ได้แก่ 1.นางเกศินี จิปิภพ 2.นางกาญจนาภา หงษ์เหิน 3.นายวันชัย หงษ์เหิน และ 4.นายพานทองแท้ มีโทษจำคุก 1-10 ปี
เบิร์ทเดย์ปีที่ 69 ของทักษิณ ยังต้องอธิษฐาน-ขอพรวันเกิดให้ตัวเอง-บริวาร และสมุนพรรคเพื่อไทย อย่างหนักกว่าปีที่ผ่านมา