Skip to content

เชียงใหม่กางยุทธศาสตร์ 10 ปี ปั้น “Nomad District” – ดันกาแฟ GI สู่เมืองคาร์บอนต่ำ

23 มี.ค. 2569 | 19:38น.
เชียงใหม่กางยุทธศาสตร์ 10 ปี ปั้น “Nomad District” – ดันกาแฟ GI สู่เมืองคาร์บอนต่ำ

จังหวัดเชียงใหม่ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์เชิงรุกแบบคู่ขนาน เพื่อดึงศักยภาพความโดดเด่นของจังหวัดในทุกมิติ ทั้งการดึงดูดกลุ่มคนทำงานดิจิทัลจากทั่วโลก ดัน “กาแฟ” พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง พร้อมวางรากฐานความยั่งยืนสู่การเป็นเมือง Low Carbon ใน 10 ปีข้างหน้า

นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงใหม่ ในระยะ 10 ปี โดยเฉพาะแผนงานด้านเศรษฐกิจที่สำคัญและกำลังขับเคลื่อนคือ การรักษาตำแหน่งเมืองยอดนิยมอันดับ 2 ของโลกสำหรับกลุ่ม Digital Nomad

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และมองเห็นศักยภาพของกลุ่ม Digital Nomad ที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคบริการและการท่องเที่ยว

สำหรับแผนการดำเนินงานที่สำคัญคือ การพัฒนา “Nomad Friendly District” หรือย่านที่เป็นมิตรกับ Digital Nomad โดยได้มีการกำหนดพื้นที่นำร่องในย่าน สันป่าข่อย-วัดเกต ซึ่งเป็นย่านที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและมีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่ม Digital Nomad ทั้งในด้านที่พักอาศัย พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space) การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการทำงานทางไกล

การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวไม่เพียงแต่จะดึงดูด Digital Nomad ให้เข้ามาพำนักและทำงานในเชียงใหม่มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดในฐานะเมืองที่ทันสมัยและพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดที่มุ่งยกระดับสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบภายในปี 2569

นายบุญลือ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่คาดการณ์ว่า การเข้ามาของ Digital Nomad จะนำมาซึ่งเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมากเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น และยังเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และวัฒนธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของจังหวัดในระยะยาว

ดัน “กาแฟ” พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง

นายบุญลือ กล่าวว่า ในด้านเศรษฐกิจฐานราก จังหวัดมุ่งผลักดัน “กาแฟ” ให้เป็นพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะการเตรียมส่งเสริม “กาแฟอมก๋อย” ให้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างความต่างในตลาดโลก

แม้ปัจจุบันกาแฟอมก๋อย ยังไม่ได้รับเครื่องหมาย GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) อย่างเป็นทางการจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา แต่มีศักยภาพสูงและเป็นที่รู้จักในฐานะกาแฟออร์แกนิกพิเศษ (Specialty Coffee) จากบนพื้นที่สูงกว่า 1,400 เมตร ซึ่งมีรสชาติเอกลักษณ์และช่วยรักษาป่าต้นน้ำ

โดยวางเป้าหมายให้กาแฟเป็นพืชสร้างรายได้หลักที่กระจายตัวสู่เกษตรกรในพื้นที่ 24 อำเภอที่มีศักยภาพ (ไม่รวมอำเภอเมืองซึ่งเป็นเขตพื้นที่ราบและศูนย์กลางเศรษฐกิจ)
ภายใน 10 ปี ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ที่ยั่งยืนแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการบุกรุกป่าและลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวบนพื้นที่สูงอีกด้วย

เมืองคาร์บอนต่ำ-บ้านหลังที่ 2 ของคนทั่วโลก

นายบุญลือ กล่าวต่อว่า สำหรับภาพลักษณ์เชียงใหม่ในอีก 10 ปีข้างหน้า จังหวัดวางแผนยกระดับสู่การเป็นเมืองแห่งคุณภาพชีวิตใน 3 มิติหลักคือ 1.Low Carbon City มุ่งสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำและเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) อย่างเป็นรูปธรรม 2.Safe Haven & Global Second Home พัฒนาสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยและทันสมัย เพื่อให้เชียงใหม่เป็น “บ้านหลังที่สอง” ที่น่าอยู่ที่สุดสำหรับคนทั่วโลก 3.Modern Mobility เร่งพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและอำนวยความสะดวกให้แก่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว