Skip to content

ลูกน้องอายุมากกว่าเรียกยังไงดี ?

17 เม.ย. 2569 | 10:10น.
ลูกน้องอายุมากกว่าเรียกยังไงดี ?
คอลัมน์ : SD TALK
ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
ที่มา : https://tamrongsakk.blogspot.com

คนที่ไม่เคยมีลูกน้องที่อายุมากกว่าอาจไม่เข้าใจเรื่องที่เราจะคุยกันในวันนี้ เพราะการบริหารจัดการลูกน้องที่อายุน้อยกว่าก็เป็นแบบหนึ่ง ส่วนลูกน้องที่อายุมากกว่าก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นลูกน้องของหัวหน้าเหมือนกันทั้งสองแบบก็เถอะ

เพราะวัฒนธรรมบ้านเราต่างจากวัฒนธรรมตะวันตกก็ตรงเรื่องของ “อาวุโส”

จริงอยู่บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบการเป็นหัวหน้า ถ้าลูกน้องแก่กว่า หัวหน้าจะเรียกชื่อลูกน้องเฉย ๆ แบบธรรมเนียมฝรั่งก็อาจกระทบกับคนในที่ทำงานรอบข้าง ทำนองไม่เห็นหัวผู้ใหญ่หรือหนัก ๆ อาจถูกหาว่าเป็นหัวหน้าบ้าอำนาจ

เลยมีคำถามว่า หัวหน้าควรเรียกลูกน้องที่อายุมากกว่ายังไงดี ?

เรียกพี่ได้ไหม หรือเรียกลุงเรียกป้าแกจะเคืองหรือเปล่า แล้วจะมีผลกับการทำงานร่วมกันยังไงบ้าง ?

เนื่องจากไม่มีตำราที่ไหนสอนในเรื่องเหล่านี้ ผมเลยขอนำประสบการณ์ที่เคยมีลูกน้องอายุมากกว่า และวิธีที่ผมเคยทำมาเล่าสู่กันฟัง ใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ใช้หลักกาลามสูตรกันเอาเองว่าจะเอาไปใช้ดีหรือไม่

สมัยที่ผมเป็น Head HR ในบริษัทหนึ่ง ผมจะเรียกลูกน้องที่อายุมากกว่าโดยมีคำนำหน้าชื่อว่า “คุณ” เพราะเป็นคำกลาง ๆ เหตุผลคือ

1.ไปตีสนิทนับญาติเรียกพี่ เรียกลุง เรียกป้า เรียกน้า ก็ไม่รู้ว่าเขาอยากนับญาติกับเราหรือเปล่า

2.การไปเรียกนับญาติตั้งแต่แรกจะมีผลทางจิตวิทยาคือ อาจทำให้ลูกน้องที่แก่ “บางคน” คิดเข้าข้างตัวเองว่าหัวหน้าเรียกฉันว่าพี่แล้ว พี่พูดน้องก็ต้องฟังตามระบบอาวุโส ซึ่งจะเป็นปัญหาและมีผลต่อการบังคับบัญชาในเวลาต่อไป แม้ตำแหน่งเราจะเป็นหัวหน้าเขาก็ตาม

ผมเลยเรียกคำกลาง ๆ ไว้ก่อน เพื่อสมดุลระหว่างระบบอาวุโส (ที่ไม่ทำให้เขาคิดว่าอาวุโสมากกว่าเรา) และตำแหน่งเราที่เป็นผู้บังคับบัญชาเขาอย่างเป็นทางการ

เมื่อทำงานร่วมกัน ผมยังคงบทบาทการเป็นผู้บังคับบัญชาตามอำนาจหน้าที่ที่มี คือสั่งงาน มอบหมาย ติดตามงาน ฯลฯ

ผมจะประเมินและติดตามผล ลูกน้องที่อายุมากกว่าคนไหนมีผลการทำงานเป็นยังไง รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายมากน้อยแค่ไหน งานผิดพลาดหรือมีปัญหายังไง หรือมีพฤติกรรมการทำงานเป็นปัญหาสักแค่ไหน

เช่น มาสายบ่อย ลาป่วยบ่อย (ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ป่วยจริง) ทำตัวเป็นขาใหญ่ในหน่วยงานแบบมาเฟีย ชอบแวบงานออกไปนอกบริษัทเอางานมาอ้างทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ไปทำงานนั้นจริง ฯลฯ

พูดง่าย ๆ คือ ผมจะแบ่งลูกน้องเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1.ลูกน้องที่มีปัญหาในการทำงาน

2.ลูกน้องที่ไม่มีปัญหาในการทำงาน

ถ้าลูกน้องที่ผมแน่ใจว่าไม่มีปัญหาตามที่บอกมาข้างต้น ผมจะค่อย ๆ เปลี่ยนสรรพนามเรียกจาก “คุณ” เป็น “พี่”

แต่ถ้าลูกน้องที่มีปัญหาในการทำงานหรือผมยังไม่แน่ใจ ยังไม่เคลียร์หรือประเมินจากเวลาที่ผ่านไปแล้วว่าเขายังไม่อยากให้เรานับญาติ ยังมีความเป็นส่วนตัวสูง อันนี้เป็น Senses ของคนที่เป็นหัวหน้า สอนกันไม่ได้ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์การสังเกตคน

ผมก็ยังคงสรรพนามว่า “คุณ” เหมือนเดิม

และถ้ามีพฤติกรรมการทำงานที่มีปัญหามาก ที่เคยเรียกเตือนแล้วจนถึงออกหนังสือตักเตือน ผมจะเรียกชื่อเฉย ๆ ไม่มีสรรพนามว่า “คุณ” ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนที่ชัดเจนให้เขารู้ว่าการทำงานของเขาเป็นยังไงในสายตาของผม

ไม่ว่าจะเรียก “พี่” หรือเรียก “คุณ” หรือเรียกชื่อเฉย ๆ ถ้าเมื่อไหร่มีปัญหา เช่น งานผิดพลาดบ่อย, ทำงานแล้วเกิดความเสียหายจากความประมาทเลินเล่อ, พฤติกรรมการทำงานมีปัญหามาสายบ่อย ทำตัวผิดวินัยข้อบังคับการทำงาน

ผมจะเชิญมาคุย และ Feedback ปัญหาที่ผมเห็น บอกเรื่องที่อยากให้เขาปรับปรุงแก้ไขอย่างตรงไปตรงมา ถ้ายังอยู่ในวิสัยปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ก็ไม่มีประเด็นอะไร

แต่ถ้ามีปัญหามาก ๆ ก็ว่ากันไปตามวินัย ตามข้อบังคับของบริษัท

แต่จะแจ้งให้เขารับทราบว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการทำงานนะที่ทำให้เราขัดแย้งกัน และในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้าผมต้องการให้คุณประพฤติปฏิบัติยังไง ไม่มีเรื่องใดที่เป็น Personal ระหว่างคุณกับผม หลังเวลางานเรายังคุยกันได้ ไปกินข้าวกันได้ หรือไปคาราโอเกะเลี้ยงวันเกิดของคุณได้

อ่านถึงตรงนี้คงตอบคำถามข้างต้นแล้วนะครับ แต่บอกแล้วว่าที่ฝอยมานี้เป็นประสบการณ์และสิ่งที่ผมปฏิบัติมาจากการทำงานในอดีตที่เคยมีลูกน้องอายุมากกว่า ใครจะเห็นด้วยหรือไม่ก็แล้วแต่ศิลปะและสไตล์การบริหารลูกน้องของแต่ละคนครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ SD Talk ลูกน้อง