เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนภาคใต้แถลงการณ์จี้รัฐบาลยกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์-SEC ชี้เข้าข่ายขายที่ดินอธิปไตยให้ทุนข้ามชาติ วอนรัฐออกแบบแผนพัฒนาภาคใต้ที่ยั่งยืน บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของคนภาคใต้อย่างแท้จริง
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนภาคใต้ออกแถลงการณ์คัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์และกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC โดยระบุว่าเป็นที่ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลอนุทิน 2 จะเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจ็กต์ในพื้นที่ภาคใต้เต็มรูปแบบ ทั้งโครงการแลนด์บริดจ์ระนอง-ชุมพร โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ และการผลักดันให้มีกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ที่พรรคภูมิใจไทยเคยเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ต่อรัฐสภาถึง 2 ฉบับ ด้วยอิทธิพลในรัฐสภา ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา จึงไม่ใช่เรื่องยากที่รัฐบาลจะขับเคลื่อนนโยบายเหล่านี้โดยไม่สนใจเสียงทักท้วงของประชาชน

การออกมาส่งเสียงของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี หนึ่งในผู้นำรัฐบาล ในลักษณะชี้นำสังคมว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะคุ้มค่าต่อการลงทุนอย่างแน่นอน ทั้งจะสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อระบบเศรษฐกิจของภาคใต้โดยรวม ทั้งที่โครงการนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพยังไม่แล้วเสร็จ ประกอบกับมีคำถามจากภาคประชาชน นักวิชาการ และจากผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ระดับประเทศ ว่าแผนการนี้ไม่มีความคุ้มค่า ไม่คุ้มต่อการลงทุน ทั้งยังละเลยการมีส่วนร่วมอย่างมีนัยยะของประชาชนในพื้นที่
งบฯ ลงทุนโครงการแลนด์บริดจ์ประมาณหนึ่งล้านล้านบาท และแนวคิดร่างกฎหมายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ SEC ให้สิทธิพิเศษแก่นายทุนข้ามชาติ ปรากฏร่องรอยไว้ในร่างกฎหมาย ที่เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ใน “มาตรา ๔๘ ให้ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษซึ่งเป็นนิติบุคคลและเป็นคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดิน มีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินภายในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อการประกอบกิจการที่ได้รับอนุญาตได้ โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายที่ดิน
เหล่านี้เป็น “นโยบายเรือธง” ของรัฐบาล รวมถึงพรรคภูมิใจไทยที่ต้องวินิจฉัยว่าเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสาธารณะและประชาชน หรือแท้จริงได้ซ่อน “ผลประโยชน์ในทางการเมือง” ไว้เป็นที่ตั้งหรือไม่

พวกเราเครือข่ายประชาชนภาคใต้ที่มารวมตัวกันวันนี้ไม่ต่ำกว่า 20 กลุ่มองค์กร ไม่ยอมรับแนวคิดการพัฒนาจากส่วนกลาง ภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์และกฎหมาย SEC ที่เน้น “ขายที่ดินอธิปไตยให้ทุนข้ามชาติ” ซึ่งได้ก่อผลลัพธ์อย่างชัดเจนว่าเป็นแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจที่ล้มเหลว สร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้คนในประเทศและทั้งโลก เกิดความขัดแย้ง แย่งชิงอย่างโกลาหล ดังเช่นที่ปรากฏเป็นสงครามขัดแย้งในปัจจุบัน เพียงเพื่อต้องการถอนทุนทางการเมืองแลกผลประโยชน์ส่วนตนของคนชั้นนำบางกลุ่มเท่านั้น
หากมิได้เป็นดังนี้เราขอให้รัฐบาลทบทวนและยกเลิกแนวนโยบายดังกล่าวทั้งหมด เปลี่ยนเป็นสนับสนุนแผนการ “การออกแบบการพัฒนาภาคใต้ที่มั่นคงยั่งยืน บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของคนภาคใต้อย่างแท้จริง”
ซึ่งหากรัฐบาลไม่ยินยอมรับฟังพวกเราย่อมไม่อาจคิดไปทางอื่นได้ นอกจาก สัญนิษฐานว่าท่านพร้อมที่จะขายแผ่นดินอธิปไตยของไทยเพื่อแลกผลประโยชน์ส่วนตน, ภาคประชาชนภาคใต้จักขยายการเคลื่อนไหวคัดค้านอย่างจริงจังกว้างขวาง เพื่อยับยั้งชุดความคิดนี้ให้จงได้
