Skip to content

จ.สงขลา ราคาปาล์มร่วงต่อเนื่อง หลังพาณิชย์คุมส่งออก 1 ปี

10 เม.ย. 2569 | 15:17น.
จ.สงขลา ราคาปาล์มร่วงต่อเนื่อง หลังพาณิชย์คุมส่งออก 1 ปี

ราคาปาล์มดิบภาคใต้ทยอยร่วงต่อเนื่อง หลังพาณิชย์ออกมาตรการกำกับส่งออก 1 ปี หวั่นหลังสงกรานต์ราคาตกต่ำ ผลิตล้นตลาด วอนรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ

ภายหลังที่กระทรวงพาณิชย์ได้ยกระดับมาตรการกำกับดูแลการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบไปนอกราชอาณาจักร โดยกำหนดให้ผู้ส่งออกตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ต้องขออนุญาตก่อนการส่งออก จากเดิมที่ไม่ต้องขออนุญาต เพื่อให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการสต๊อกน้ำมันปาล์มในประเทศได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์พลังงาน และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน ราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ภาคพลังงานมีแนวโน้มเพิ่มการใช้ไบโอดีเซล

ขณะเดียวกันไทยมีการใช้และการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบในระดับสูง ภาครัฐจึงต้องบริหารจัดการสมดุลปาล์มน้ำมันทั้งระบบ เพื่อให้มีเพียงพอต่อการบริโภคและการใช้เป็นพลังงานในประเทศ ควบคู่กับการดูแลเสถียรภาพราคาผลปาล์มไม่ให้ผันผวน

ด้านแหล่งข่าวจากลานรับซื้อผลปาล์มน้ำมัน จ.สงขลา เปิดเผยว่า จากมาตรการกำกับดูแลการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ ทำให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มได้แจ้งราคาปรับลดลงทันที กก.ละ 30-50 สตางค์/กก. ล่าสุด (10 เมษายน 2569) ราคารับซื้อผลปาล์มน้ำมันอยู่ที่ 7.50 บาท/กก. จากเดิม 8.50 สตางค์/กก. ส่งผลให้ลานเทรับซื้อในชุมชน ต้องปรับลดราคารับซื้อจาก 8.50 สตางค์/กก. เหลือ 7.50 บาท/กก.

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ลานส่วนใหญ่จะหยุดรับซื้อเพราะโรงงานหยุดสกัดในช่วงเทศกาล แต่ด้วยผลผลิตออกสู่ตลาดมากอาจทำให้ราคาร่วงลงอีกรอบ จึงต้องการให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขป้องกันราคาตกต่ำ

ด้านนายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย (คยปท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังมีการขยายพื้นที่ปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นปาล์มสามารถอยู่กับน้ำท่วมขังได้นาน ทำให้เกษตรกรหลายรายหันมาทำสวนปาล์มน้ำมันแทนนาข้าว

สำหรับภาคใต้เป็นพื้นที่ปลูกหลักของประเทศ นิยมปลูกมากในบริเวณลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ อ.ชะอวด อ.ปากพนัง และ อ.หัวไทร รอยต่อ อ.ควนขนุน อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง รวมถึงบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ และรอบทะเลสาบสงขลา จ.สงขลา มีพื้นที่กว่า 30,000 ไร่