เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ดอกเบี้ยขาขึ้น… ไม่กระทบตลาดตราสารหนี้ไทย

03 ส.ค. 2561 | 11:47น.

คอลัมน์ สถานีลงทุน

โดย ศิรินารถ อมรธรรม ThaiBMA

ตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมา ธนาคารกลางสหรัฐเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างจริงจัง ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก จนนำไปสู่การโยกย้ายเงินลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ของนักลงทุนทั่วโลก ประเทศที่เศรษฐกิจมีความเปราะบางสูงก็จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดจากเงินต่างชาติจะไหลออก

สำหรับประเทศไทย ภาคการเงินและต่างประเทศเข้มแข็ง มีเสถียรภาพ ธนาคารกลางจึงมีอิสระในการดำเนินดอกเบี้ยนโยบายที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ผลกระทบที่เกิดขึ้นในตลาดตราสารหนี้จะมีก็แต่ในแง่ของการไหลออกของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ

ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงวันที่ 20 ก.ค. 2561 ต่างชาติมีการขายสุทธิตราสารหนี้ไทยรวม 9,210 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการเข้าซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า1 ปี) 88,824 ล้านบาท และการไหลออกสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ปี) 98,032 ล้านบาท โดยการไหลออกนี้เป็นผลมาจากการปล่อยให้ตราสารหมดอายุ 110,958 ล้านบาท และการซื้อสุทธิตราสารหนี้ระยะสั้น 12,925 ล้านบาท

เนื่องจากการไหลออกส่วนใหญ่เกิดจากการถือจนตราสารครบอายุ ผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (yield) จึงมีไม่มาก ซึ่งจะเห็นได้จากในช่วง 4 เดือนแรกของปี การไหลออกสุทธิของเม็ดเงินต่างชาติค่อนข้างสูง แต่ yield รุ่นอายุ 2 ปีปรับขึ้นเล็กน้อยเพียง 4 Bps. (0.04%) ในขณะที่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา มีการไหลออกของเงินลงทุนต่างชาติน้อยลง แต่ yield รุ่นอายุ 2 ปีปรับสูงขึ้นมากถึง 27 Bps. (0.27%) น่าจะเป็นผลจากการที่ ธปท. เริ่มปรับเพิ่มวงเงินการประมูลพันธบัตร ธปท.มากกว่า

หากเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลง yield ไทยและอเมริกาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานี้ พบว่า yield ไทยทั้งรุ่นอายุ 2 ปี และ 10 ปี ปรับตัวขึ้นน้อยกว่า yield อเมริกามาก โดย yield ไทยอายุ 2 ปี ขึ้น 32 Bps. (0.32%) ส่วน yield อเมริกาขึ้น 71 Bps. (0.71%) และ yield ไทยอายุ 10 ปี ขึ้น 22 Bps. (0.22%) ส่วน yield อเมริกาขึ้น 49 Bps. (0.49%)

นอกจาก yield และเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบไม่มากจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐแล้ว มูลค่าการออกและมูลค่าคงค้างตราสารหนี้ไทยยังขยายตัวได้เป็นปกติ ภาพรวมของครึ่งปีแรกปีนี้ ตลาดตราสารหนี้ไทยเติบโตได้ดีด้วยมูลค่าคงค้างตราสารหนี้ไทยรวม 12.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2%

การระดมทุนของภาคเอกชนผ่านตราสารหนี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง มูลค่าการออกตราสารหนี้ระยะยาวรวม 4.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว โดยกลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือสูง (ตั้งแต่ A- ขึ้นไป) มีการออกเพิ่มขึ้นกว่า 9% ส่วนกลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือต่ำ (ต่ำกว่า BBB- และ nonrated) จะเป็นการออกในรูปแบบของหุ้นกู้มีประกันมากขึ้น (secured)

ส่วนตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะสั้นมีมูลค่าลดลง 39% ซึ่งลดลงจากทั้งภาคการผลิต 9% แบงก์และไฟแนนซ์ 55% โดยภาคการผลิตผู้ออกลดการออกตั๋ว B/E และหันมาออกเป็นหุ้นกู้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ออกกลุ่ม nonrated เป็นกลุ่มที่ออกตั๋ว B/E ลดลงมากที่สุด ส่วนผู้ออกกลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือดี (สูงกว่า BBB-) มีมูลค่าการออกตั๋ว B/E ทรงตัว ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา

สรุปแล้วตลาดตราสารหนี้ไทยได้รับผลกระทบไม่มากจากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น แม้ว่าตั้งแต่ต้นปีจะมีการไหลออกของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังเหลืออยู่ในตราสารหนี้ไทยถึง 843,819 ล้านบาท และกว่า 82% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว ซึ่งส่วนใหญ่เป็น real money หรือการลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ใช่การเก็งกำไร นั่นเอง