Skip to content

ญี่ปุ่นฮิตไม่เสื่อม มี.ค. นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่ม 3.5%

19 เม.ย. 2569 | 08:30น.
ญี่ปุ่นฮิตไม่เสื่อม มี.ค. นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่ม 3.5%

แม้สงครามในตะวันออกกลาง จะกระทบเที่ยวบินและต้นทุนพลังงาน แต่เดือนมีนาคม 2026 นักท่องเที่ยวต่างชาติยังเดินทางเข้าญี่ปุ่นเเพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

สำนักข่าว นิคเคอิ เอเชีย รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจาก องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (JNTO) ระบุว่า ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าสู่ญี่ปุ่นรวมทั้งสิ้น 3.62 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

โดย “เกาหลีใต้” ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ด้วยจำนวน 795,600 คน เพิ่มขึ้น 15% ตามมาด้วย “ไต้หวัน” ที่โตโดดเด่นถึง 24.9% ด้วยจำนวน 653,300 คน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาพรวมสดใสนี้ ตลาด “จีน” ยังคงอยู่ในสภาวะน่าเป็นห่วง โดยยอดนักท่องเที่ยวจีนลดลงไปถึง 55.9% และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ซึ่งปัจจัยลบหลักมาจากคำเตือนของรัฐบาลจีนที่ขอให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น หลังเกิดประเด็นความตึงเครียดทางการเมืองจากการแสดงความเห็นเกี่ยวกับไต้หวันของนายกรัฐมนตรี “ซานาเอะ ทาคาอิจิ”

“สงครามอิหร่าน” กระทบจำกัด

แม้สงครามอิหร่านที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์จะสร้างความกังวลไปทั่วโลก แต่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวญี่ปุ่นมองว่า ผลกระทบในระยะสั้นยังมีจำกัด เนื่องจาก 3 เหตุผล คือ

สัดส่วนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางยังน้อย “เซบุ ปรินซ์ โฮเทล เวิลด์ไวด์” (Seibu Prince Hotels Worldwide) ระบุว่า ตลาดตะวันออกกลางคิดเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อยของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาญี่ปุ่น ทำให้ผลกระทบโดยตรงยังมีไม่มากนัก

ความยืดหยุ่นของเส้นทางบิน สำหรับนักท่องเที่ยวจากยุโรป สายการบินต่างมีเส้นทางบินสำรองอื่น ๆ ที่ไม่ต้องผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลาง ทำให้การเดินทางไม่หยุดชะงัก

กำลังซื้อระดับบนยังแกร่ง ขณะเดียวกันนักวิจัยจากสถาบันวิจัยสุมิโตโม มิตซุย ทรัสต์ (Sumitomo Mitsui Trust Research Institute) วิเคราะห์ว่า นักท่องเที่ยวจากยุโรป สหรัฐฯ และออสเตรเลีย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรายได้สูงที่มีความพร้อมในการจ่าย แม้ราคาตั๋วเครื่องบินจะปรับตัวสูงขึ้นจากค่าธรรมเนียมน้ำมันก็ตาม

จับตาผลระยะยาว กระทบนทท.อาเซียน

แม้ตัวเลขในเดือนมีนาคมจะออกมาเป็นบวก แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก JTB Tourism Research & Consulting เตือนว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อจนทำให้ราคาน้ำมันและค่าตั๋วเครื่องบินพุ่งสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน สายการบินอาจเริ่มยกเลิกเที่ยวบิน และลดความถี่ของบริการลง

ภูมิภาคที่น่ากังวลที่สุดคือ “อาเซียน” โดยเฉพาะอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อราคา หากต้นทุนการเดินทางขยับสูงเกินจุดหนึ่ง อาจส่งผลให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคนี้ลดลง และอาจกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวญี่ปุ่นต้องเร่งปัดฝุ่นแผนรับมือเพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตในปี 2026 นี้