Skip to content

ความอยู่รอดในยุค (สงคราม) ไม่แน่นอน : คนพร้อม องค์กรรอด !

24 เม.ย. 2569 | 09:59น.
ความอยู่รอดในยุค (สงคราม) ไม่แน่นอน : คนพร้อม องค์กรรอด !
คอลัมน์ : SD TALK
ผู้เขียน : พิชญ์พจี สายเชื้อ

จากสงครามที่เริ่มยืดเยื้อ ราคาน้ำมันที่ผันผวน และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ธุรกิจทุกอุตสาหกรรม หลายองค์กรเริ่มชะลอการลงทุน ทบทวนต้นทุน และเตรียมรับมือความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ในบรรยากาศเช่นนี้ พนักงานจำนวนมากเริ่มรู้สึกกังวล-ไม่ใช่เพราะมีสัญญาณเลิกจ้าง แต่เพราะโลกกำลังบอกเราว่า “ความแน่นอนคือสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง” และความกังวลของพนักงานเริ่มกระทบองค์กร

แม้จะเป็นเรื่องปกติ แต่ความกังวลทำให้เกิดพฤติกรรมที่องค์กรต้องจับตาดูพนักงาน เพราะอาจส่งผล (เสีย) ต่อองค์กร ไม่ว่าในเรื่องการตัดสินใจช้าลง เพราะกลัวทำผิด (เดี๋ยวโดนให้ออกเอาง่าย ๆ) หรือการทำงานแบบประคองตัวไปก่อน อยู่ใน Safe Zone ที่สุดในยุคสถานการณ์ไม่มั่นคง หรือเริ่มการมองหาทางเลือกสำรอง หาอาชีพอื่น เผื่อตกงาน เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ความเร็วและประสิทธิภาพขององค์กรลดลงด้วย เราลองมาดูว่ามีคำแนะนำสำหรับพนักงานที่จะปรับตัวอย่างไรในวันที่โลกไม่แน่นอนอย่างไรบ้าง

ดิฉันขออนุญาตอ้างอิงงานวิจัยระดับโลกที่พูดตรงกันว่า “ทักษะ” คือเกราะป้องกันความไม่แน่นอนที่ดีที่สุด เช่น World Economic Forum 2025 บอกว่า 60% ของแรงงานต้อง Reskill ภายใน 3 ปี และ McKinsey บอกว่า ทักษะงานกว่า 50% เปลี่ยนไปหลังปี 2020

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า สิ่งที่พนักงานควรทำคือ

1.Upskill/Reskill โดยเฉพาะทักษะดิจิทัลและ AI อันนี้พูดกันมานานและจะยังคงสำคัญอยู่ต่อไป

2.พัฒนาทักษะ Soft-Skill ที่จำเป็น เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ การสื่อสารแบบเล่าเรื่อง เป็นต้น

3.พนักงานคงต้องเปิดใจรับงานใหม่เพื่อเพิ่มประสบการณ์ ตอนนี้มีเทรนด์เรื่อง Job Enlargement เยอะมาก เพราะองค์กรไม่อยากเพิ่มคน แต่อยากใช้พนักงานให้เต็มประสิทธิภาพ พนักงานก็ต้องเปิดใจรับงานใหม่ ๆ เพราะเป็นผลดีกับตัวเองด้วย

4.การสร้าง Personal Brand ให้เป็น “คนที่ไว้ใจได้” เป็นคนที่ใช่สำหรับองค์กร เพราะองค์กรมีตัวเลือกเยอะ

5.การระมัดระวังการใช้เงิน บริหารการเงินให้ดีค่ะ ความแน่นอนไม่มีแล้ว

แล้วองค์กรและ HR จะทำอย่างไร สำคัญที่สุด องค์กรต้อง “สร้างความมั่นใจ” และ “สร้างความพร้อม” ไปพร้อมกัน

ขอยกตัวอย่างองค์กรดัง ๆ ที่มีนโยบายสนับสนุนพนักงานที่น่าสนใจและตรงจุด เช่น Aazon-มีโครงการ Career Choice : สนับสนุนค่าเรียนทักษะใหม่ให้พนักงานหน้างาน เพื่อ Upskill หรือ DBS Bank มีโครงการใช้ Internal Talent Marketplace ให้พนักงานเลือกโปรเจ็กต์ข้ามสายงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน ไม่เบื่อ เปิดโอกาสให้พนักงานได้โชว์ศักยภาพด้วย และองค์กรจะได้ดูด้วยว่าใครคือคนที่ใช่สำหรับองค์กร จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า องค์กรที่แก้ปัญหาตรงจุด ให้ความสำคัญกับคน จะมีผลลัพธ์เชิงบวกมากกว่าองค์กรที่ปล่อยให้ความเงียบสร้างความกลัวและความกังวลกับพนักงาน

สุดท้ายสรุปสั้น ๆ ค่ะ … โลกภายนอกอาจผันผวนเกินควบคุม แต่สิ่งที่องค์กรควบคุมได้คือ “ความพร้อมของคน” และสิ่งที่พนักงานควบคุมได้คือ “ความสามารถของตัวเอง”

สำหรับพนักงานความมั่นคงไม่ได้มาจากบริษัท แต่มาจากทักษะที่คุณสร้างขึ้นทุกวัน สำหรับองค์กรความได้เปรียบไม่ได้มาจากกลยุทธ์ แต่มาจากคนที่พร้อมจะเดินไปกับคุณในทุกสถานการณ์

และสำคัญที่สุด สำหรับผู้นำคำถามไม่ใช่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่คือทีมของคุณพร้อมแค่ไหนเมื่อโลกเปลี่ยน ขอให้โชคดีทุกท่านในทุกบทบาทนะคะ !

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สงคราม องค์กร