Skip to content

มช. ผนึก IBM-NUS ปักหมุด “ควอนตัม ฮับ” ดันวิจัยไทยสู่สากล

29 เม.ย. 2569 | 17:41น.
มช. ผนึก IBM-NUS ปักหมุด “ควอนตัม ฮับ” ดันวิจัยไทยสู่สากล

มช. จับมือ IBM – NUS เปิดตัวเครือข่ายความร่วมมือควอนตัมระดับสากลแห่งแรกในไทย มุ่งปั้นบุคลากร Deep Tech ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมไทยสู่เวทีโลก จัดงาน “The Quantum Convergence” ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับบริษัท IBM และ National University of Singapore (NUS) เพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่าย IBM Quantum Network แห่งแรกในระดับมหาวิทยาลัยของไทยอย่างเป็นทางการ

เปิดประตูสู่เทคโนโลยีระดับโลก

ภายใต้การลงนามในข้อตกลง Master Research Collaboration และ IBM Q Hub NUS – Member Agreement โดย ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ Mr. George Loh จาก NUS ได้ร่วมกันลงนามเป็นพันธมิตร เพื่อดึงโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคอมพิวเตอร์ควอนตัมของ IBM มาใช้ในการสร้างองค์ความรู้เชิงปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยให้นักวิจัยและนักศึกษาของ มช. สามารถเข้าถึง IBM Quantum Platform เพื่อใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมของจริงในการทดลองและวิจัยได้อย่างต่อเนื่อง

IBM ชู 3 กลยุทธ์ หนุนไทยสู่ยุคควอนตัม

นายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารส่วนงานเทคโนโลยี บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ความร่วมมือภายใต้ข้อตกลง Master Research Collaboration และ IBM Q Hub NUS – Member Agreement ครั้งนี้จะขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่

1.การวิจัยและนวัตกรรม (Research & Innovation) มุ่งเน้นการขยายขีดความสามารถด้านการวิจัยควอนตัม และมองหาแนวทางการนำไปประยุกต์ใช้จริงในประเทศไทย (Practical Application) เพื่อแก้ปัญหาระดับโลก

2.การพัฒนาบุคลากร (Talent Development) เตรียมความพร้อมให้กับนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และนวัตกรชาวไทยรุ่นใหม่ ให้มีทักษะด้านควอนตัมที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

3.การสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem Building) เสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศในระยะยาว ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคอุตสาหกรรม

โดยมองว่า มช. คือ “แพลตฟอร์มระดับชาติ” ที่มีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีนี้ในภูมิภาค

ปักหมุดแก้ปัญหาท้องถิ่นด้วยนวัตกรรมขั้นสูง

รศ.ดร.สรรพวรรธน์ กันตะบุตร อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า มช. เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในภาคเหนือที่เข้าเป็นสมาชิก IBM Quantum Network ผ่าน NUS (National University of Singapore) ซึ่งช่วยให้นักวิจัยเข้าถึงคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีประสิทธิภาพสูง
โดยภายใต้ข้อตกลง Master Research Collaboration Agreement ซึ่ง มช. จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานงานด้านการวิจัยระหว่างสถาบันต่างๆ
​โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาบุคลากรทักษะสูง ที่มุ่งเน้นการบ่มเพาะนักวิจัยและนักศึกษาให้มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยี Deep Tech เพื่อรองรับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต

ขณะเดียวกัน ตั้งเป้าที่จะนำเทคโนโลยีควอนตัมมาใช้แก้ปัญหาสำคัญในพื้นที่ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อม (PM 2.5) และการเพิ่มประสิทธิภาพในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม

อีกประเด็นสำคัญคือ การก้าวสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมของภูมิภาค ที่จะยกระดับให้จังหวัดเชียงใหม่เป็น “Quantum-Ready City” ที่ดึงดูดการลงทุนและสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีขั้นสูง

ก้าวต่อไปของ มช.

รศ.ดร.สรรพวรรธน์ กล่าวต่อว่า มช. เตรียมขยายความร่วมมือไปยังภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐอื่นๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศควอนตัมที่ยั่งยืน โดยจะมีการจัดตั้งโครงการอบรมและสัมมนาเชิงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องหลังจากลงนามในวันนี้

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาทางวิชาการ แต่เน้นการนำเทคโนโลยีควอนตัมมาประยุกต์ใช้ในสาขาที่มีผลกระทบสูงต่อสังคมและเศรษฐกิจ อาทิ การแพทย์สมัยใหม่, วิทยาศาสตร์วัสดุ, วิทยาการข้อมูล (Data Science) รวมถึงการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในภาคอุตสาหกรรมด้วยการจำลองสถานการณ์ขั้นสูง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจไทย

สร้างคนผ่าน Qiskit Workshop

โดยความร่วมมือครั้งนี้มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในช่วงเช้าก่อนพิธีลงนาม ได้มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “IBM Quantum Computing with Qiskit Workshop” นำโดยผู้เชี่ยวชาญจาก IBM เพื่อฝึกทักษะการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับการออกแบบวงจรควอนตัมให้แก่กลุ่มนักวิจัย ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

ก้าวสำคัญสู่เศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืน

รศ.ดร.สรรพวรรธน์ กล่าวต่อว่า การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์วิจัยและนวัตกรรม IBM-NUS ในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจาก MOU เมื่อปี 2568 และเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านควอนตัมของภูมิภาคอาเซียน อันจะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรมในประเทศไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว นักศึกษาและนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะได้รับสิทธิ์เข้าถึงเทคโนโลยีควอนตัมขั้นสูงผ่าน IBM Quantum Platform ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้ใช้งานเทคโนโลยีควอนตัมขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเรียนรู้ การทดลอง และการวิจัย อันจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ด้านการประมวลผลเชิงควอนตัมอย่างเป็นระบบ

สำหรับการต่อยอดความร่วมมือนี้ยังครอบคลุมถึงการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมควอนตัมไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและสังคม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในด้านวิชาการ เศรษฐกิจ และสังคมอย่างยั่งยืน การพัฒนา quantum ecosystem นี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมงานวิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรมในประเทศไทยในระยะยาวอีกด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มช. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่