Skip to content

ส่องภารกิจ ‘สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย’ สร้างมาตรฐานวิชาชีพ-สนับสนุนการกำกับดูแล

01 พ.ค. 2569 | 20:07น.
ส่องภารกิจ ‘สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย’ สร้างมาตรฐานวิชาชีพ-สนับสนุนการกำกับดูแล

เปิดตัว “สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย” รับยุคเศรษฐกิจครีเอเตอร์เติบโต-คนหันมาเป็นครีเอเตอร์ 9 ล้านคน เดินหน้ายกระดับมาตรฐานวิชาชีพ สนับสนุนการกำกับดูแล สร้างเครือข่ายที่แข็งแรงในอุตสาหกรรม

นายขจร เจียรนัยพานิชย์ บรรณาธิการบริหาร RAiNMaker และ iCreator Community ในฐานะนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (Thailand Content Creator Association : TCCA) กล่าวว่า เศรษฐกิจครีเอเตอร์ของไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2568 มีมูลค่าถึง 45,000 ล้านบาท อัตราการเติบโตเฉลี่ย 25–30% ต่อปี ขณะเดียวกันผู้ประกอบอาชีพ “ครีเอเตอร์” ก็มีอยู่กว่า 9 ล้านคน

แม้อุตสาหกรรมจะมีขนาดใหญ่และมีบทบาทต่อเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ครีเอเตอร์ยังไม่ได้รับการยอมรับในฐานะอาชีพอย่างเป็นทางการ การขาดการกำหนดมาตรฐาน ส่งผลให้ต้องเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่การไม่มีหลักประกันทางการเงิน เช่น การขอสินเชื่อหรือที่อยู่อาศัย การขาดระบบสนับสนุนและแหล่งทุน ไปจนถึงข้อจำกัดทางกฎหมายที่ยังไม่คุ้มครองรูปแบบการทำงานในอุตสาหกรรมนี้

ช่องว่างดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะครีเอเตอร์ แต่ส่งผลต่อทั้งแบรนด์ เอเจนซี และอีโคซิสเต็มที่กำลังเติบโต จึงทำให้เกิดการรวมตัวและจัดตั้ง “สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย” เป็นสมาคมวิชาชีพ และองค์กรกลางในการสร้างมาตรฐาน และสนับสนุนการกำกับดูแลอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และนักขายออนไลน์ของไทย

“บทบาทของสมาคมไม่ใช่การควบคุมครีเอเตอร์ แต่คือการสร้างความชัดเจนให้กับอุตสาหกรรม ทั้งในด้านมาตรฐาน จริยธรรม และแนวปฏิบัติ เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถเติบโตในฐานะวิชาชีพ ขณะที่แบรนด์และเอเจนซีสามารถทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ได้อย่างมั่นใจและวัดผลได้มากขึ้น”

ขจร เจียรนัยพานิชย์ นายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย

สำหรับพันธกิจในปีแรก และเป้าหมายหลักของสมาคมจะขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนสำคัญ ได้แก่

  1. การวางมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อสร้างกรอบการทำงานที่ชัดเจนและเป็นธรรม
  2. การยกระดับอาชีพครีเอเตอร์ เพื่อผลักดันให้ครีเอเตอร์ได้รับการยอมรับในฐานะวิชาชีพ
  3. การสร้างเครือข่ายของวงการ เพื่อเชื่อมโยงภาคส่วนต่าง ๆ และผลักดัน Creator Economy

“ทั้งสามประเด็นนี้สะท้อนลำดับความสำคัญของสมาคมอย่างชัดเจน หากอุตสาหกรรมจะเติบโตอย่างมั่นคง ต้องมีมาตรฐานร่วม หากครีเอเตอร์จะได้รับการยอมรับ ต้องมีการผลักดันให้เป็นอาชีพอย่างจริงจัง และหากระบบนิเวศจะเติบโตในระดับที่สร้างผลต่อเศรษฐกิจได้ ก็ต้องมีเครือข่ายและความร่วมมือในระดับอุตสาหกรรมรองรับ”

ขณะที่แผนงานระยะสั้น (ภายใน 1 ปีแรก) มุ่งเน้นการวางรากฐานของอุตสาหกรรมให้มีความชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น ผลักดันการสร้างมาตรฐานวิชาชีพ (Industry Standard) พร้อมทั้งทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนด บทบาทของอุตสาหกรรม (Industry Role) ให้ชัดเจน และสร้างความเข้าใจร่วมระหว่างครีเอเตอร์ แบรนด์ และภาคส่วนต่าง ๆ ในระบบนิเวศ

ส่วนแผนงานระยะกลางถึงระยะยาว (1–3 ปี) มุ่งสู่การขยายผลและสร้างความแข็งแรงในระดับโครงสร้างของอุตสาหกรรม ส่งเสริมการรวมกลุ่มของครีเอเตอร์ในรูปแบบเครือข่าย สร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Ecosystem Network) ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาและต่อยอดโครงการของสมาคม เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม และวางโครงสร้างการสนับสนุนที่เอื้อต่อการเติบโตในระยะยาว

“ผมเชื่อว่าครีเอเตอร์ไทยเก่งระดับโลก และทุกคนในสมาคมต้องการพาวงการนี้ไปให้ถึงระดับสากล เพราะ Creator Economy ไม่ใช่แค่เรื่องของความบันเทิงอีกต่อไป แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจและสังคมไทยให้โตไปพร้อมกัน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์