เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ดูทั้งหมด

เอกนิติ ชี้ไทยเผชิญวิกฤต 5 ระลอก เร่งกู้เงิน 4 แสนล้าน การันตีคนละครึ่งพลัส 1 มิ.ย.

05 พ.ค. 2569 | 14:11น.
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

เอกนิติ ชี้ความจำเป็นต้องกู้ 4 แสนล้าน เอฟเฟ็กต์ตะวันออกกลางส่งผลรุนแรงและรวดเร็ว ไม่ทีเดียวแล้วจบเหมือนโควิด-19 ต้องเร่งกู้ไม่ให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต ย้ำชัดยึดวินัยการเงินการคลัง ไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะ 70% ต่อจีดีพี การันตี คนละครึ่งพลัส ดีเดย์ 1 มิ.ย.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.) ถึงเหตุผลและความจำเป็นในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า วิกฤตครั้งนี้เป็นวิกฤตโลกที่กระทบปากท้องประชาชน ที่กระทรวงการคลังเสนอให้ออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะเราต้องการแก้วิกฤตปากท้องประชาชน มีความจำเป็นเร่งด่วน ทั้งความจำเป็นจากวิกฤตตะวันออกกลางและกระทบทั้งโลก มีทั้งความรุนแรง มีความรวดเร็วและเป็นระลอก

ความรุนแรงมาจากวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันสูงขึ้นทั้งโลก ส่วนความรวดเร็วคือ พอราคาน้ำมันสูงจะกระทบคนทันที โดยเฉพาะประเทศไทยที่พึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากตะวันออกกลางสูง ถูกกระทบทันทีรวดเร็ว และมาเป็นระลอก ซึ่งวิกฤตครั้งนี้ต่างจากอดีตที่มารวดเร็วและทีเดียวจบ เช่น โควิด-19

“แต่ครั้งนี้มาเป็นระลอก ระลอกแรกคือวิกฤตสงคราม ระลอกที่สองคือวิกฤตราคาน้ำมันสูง ระลอกที่สามคือ วิกฤตต้นทุนจะสูงขึ้น วิกฤตรอบที่สี่คือวิกฤตค่าครองชีพ ซึ่งจะกระทบคนส่วนใหญ่ และวิกฤตรอบที่ห้า กำลังซื้อจะหด ถ้าเราปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปจะยิ่งแก้ไขยาก จึงเป็นเหตุผลความจำเป็นที่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพื่อจะแก้ปัญหาวิกฤตปากท้อง“ นายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติกล่าวว่า พ.ร.ก.กู้เงินจะมีประมาณ 11 มาตรา และวัตถุประสงค์การออก พ.ร.ก.มี 2 เรื่อง คือแก้วิกฤตปากท้องของประชาชน บรรเทาผลกระทบประชาชน และผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มที่อ่อนไหวที่ได้รับผลกระทบมาก เพราะไม่มีกำลังในการรับมือผลกระทบเหมือนกับกลุ่มอื่น

อีกส่วนหนึ่งคือ จะแปลงวิกฤตเป็นโอกาส เพราะประเทศไทยพึ่งพาน้ำมันสูงจึงได้รับผลกระทบแรง และยังไม่รู้สถานการณ์จะจบเมื่อไหร่ ดังนั้น จะต้องลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทน พลังงานสะอาดมากขึ้น นำประชาชนไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ และเตรียมพร้อมในโลกยุคใหม่ที่น้ำมันแพงอาจจะยังคงอยู่ต่อไป ถ้าไม่ปรับตัววิกฤตนี้จะเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก และแก้ไขได้ยาก

นายเอกนิติกล่าวต่อว่า สำหรับวงเงิน 4 แสนล้านบาท เพราะเราต้องการยึดหลักวินัยการเงินการคลัง โดยกระทรวงการคลังพิจารณาแล้วว่าวงเงิน 4 แสนล้านบาทเพียงพอที่จะเยียวยา บรรเทาผลกระทบ และลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน ส่วนอีก 2 แสนล้านบาท ก็ยังใช้บรรเทาผลกระทบประชาชน โดยเป็นการช่วยเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดความเปราะบางในอนาคต เพราะไม่รู้ว่าวิกฤตจะยาวนานเท่าไหร่

“พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะไม่กระทบเพดานหนี้สาธารณะ 70% ต่อจีดีพี เป็นการเน้นย้ำเรื่องวินัยการเงินการคลัง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องการแก้วิกฤตปากท้องของประชาชน และแก้ปัญหาไม่ให้ลุกลามทำให้วิกฤตซ้ำซ้อน วิกฤตซ้อนวิกฤต มีทั้งวิกฤตเงินเฟ้อและกำลังซื้อหด ซึ่งจะยิ่งแก้ยากถ้าปล่อยไปตามครรลองโดยไม่เข้าไปแก้ไขก่อน จึงเป็นเหตุผลในการออก พ.ร.ก.ดังกล่าว“ นายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติกล่าวว่า ส่วนการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั้น เป็นการกู้จากในประเทศทั้งหมด ดังนั้น จะไม่มีปัจจัยความเสี่ยงด้านอัตราแลกเงิน และได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไทยยังมีสภาพคล่องส่วนเกินในประเทศสูงมาก มีเกิน 1 ล้านล้านบาท ดังนั้น การกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือว่าสบายมาก และดอกเบี้ยขณะนี้ต่ำมาก ดังนั้น ต้นทุนในการกู้เงินจึงถูกมาก

นายเอกนิติกล่าวว่า สำหรับขั้นตอนหลังจาก ครม.อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินแล้ว เมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา ในวันที่ 14 พฤษภาคม หลังจากนั้นภายใต้อำนาจของ พ.ร.ก.จะมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน และหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องเสนอโครงการที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ บรรเทาผลกระทบประชาชน และเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

วัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.ฉบับนี้จะไม่กว้างเหมือนฉบับอื่น จะระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน เพื่อจะช่วยเหลือประชาชนให้ชัดเจน เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง ปลัดกระทรวงการคลังจะพิจารณากลั่นกรองเพื่อนำเสนอ ครม.ต่อไป โดยหน่วยงานรับงบประมาณจะต้องนำเสนอโครงการภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 และสามารถใช้เงินกู้ได้ถึง 30 กันยายน 2570 เพื่อให้โครงการอยู่ในช่วงวิกฤต

นายเอกนิติยังชี้แจงกรณีที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า ในส่วน 2 แสนล้านบาท ที่นำมาเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานนั้นไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนว่า วันนี้กระทรวงการคลังพิจารณาจากเม็ดเงินทุกส่วน ทั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ว่ามีเงินเหลือเท่าไหร่ ซึ่งปัจจุบันมีไม่เพียงพอ โดยรวบรวมมาได้ไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท

หากไปใช้งบประมาณในส่วนงบฯกลาง มีเหลือประมาณ 2 หมื่นล้านบาทเศษ ๆ ซึ่งจะต้องนำไปใช้เตรียมพร้อมสำหรับวิกฤตด้านอื่น ส่วนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ต้องรอใช้เดือนตุลาคม ซึ่งไม่สามารถใช้ทันได้ นี่คือผลความจำเป็นเร่งด่วน และน่าจะเพียงพอ

ส่วนเงิน 2 แสนล้านบาทที่นำมาเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานนั้น จะเป็นการข่วยลดภาระด้านพลังงานของกลุ่มเปราะบางด้วย ขณะเดียวกันก็ลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของประเทศ ซึ่งประเทศไทยพึ่งพาอันดับต้น ๆ ของเอเชีย อยู่ที่ 7-8% ต่อจีดีพี

นายเอกนิติกล่าวถึงความชัดเจนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ คนละครึ่งพลัสจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เมื่อใดว่า เป็นหนึ่งในโครงการที่หน่วยงานราชการนำเสนอได้ ซึ่งจะต้องผ่านขั้นตอนของคณะกรรมการกลั่นกรองที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน โดยจะมีการประชุมในวันที่ 14 พฤษภาคม

ตามนโยบายที่นายกฯ ประกาศไป โครงการคนละครึ่งพลัสจะต้องมีการพิจารณาที่มาของงบประมาณ ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการตัดลดงบประมาณจากส่วนต่าง ๆ รวมถึงเงินที่ใช้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน ตนจะนำไปพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ ยืนยันว่า โครงการมีแน่ ซึ่งตามแผนตั้งใจจะเริ่ม 1 มิถุนายน

นายเอกนิติยังขอบคุณทุกความเห็น ทั้งนักวิชาการ ฝ่ายค้าน เราได้นำทุกประเด็นมาคำนึงถึง จะเห็นว่าข่าวที่ปรากฏในตอนแรกจะมีการกู้เงิน 5 แสนล้านบาท ผมได้นำมาทบทวนและได้ตัดสินใจนำเสนอ ครม. กู้เงิน 4 แสนล้าน เพื่อไม่ให้เกินกรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งเป้าไว้

และได้อธิบายให้บริษัทจัดอันดับเครดิตเรตติ้ง โดยสิ่งสำคัญเขาไม่ได้ติดขัดเรื่องการกู้เงิน แต่กู้เอาไปทำอะไร วันนี้กู้เพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชน และเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะเราต้องการช่วยประชาชน ลดภาระค่าใช้จ่าย ลดพึ่งพาน้ำมันก๊าซธรรมชาติที่เราต้องนำเข้าด้วย ซึ่งช่วยลดภาระของประเทศในอนาคต ดังนั้น เรารอไปไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าวิกฤตนี้จะจบเมื่อไหร่