Skip to content

ธุรกิจญี่ปุ่น ระดมไอเดียคุมต้นทุน คาลบี้-นิชชิน ผุดแพ็กเกจจิ้งขาว-ดำ

21 พ.ค. 2569 | 10:10น.
ธุรกิจญี่ปุ่น ระดมไอเดียคุมต้นทุน คาลบี้-นิชชิน ผุดแพ็กเกจจิ้งขาว-ดำ
คอลัมน์ : Market Move

การตัดสินใจเปลี่ยนถุงขนมสีสันสดใสเป็นขาวดำและมีเพียงตัวหนังสือ เพื่อรับมือวิกฤตขาดแคลนวัตถุดิบของ “คาลบี้” (Calbee) ยักษ์ขนมสัญชาติญี่ปุ่น เจ้าของแบรนด์ อาทิ เอบิเซน แจ็กซ์และจากาบี้ นั้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน นับเป็นการปฏิวัติวงการค้าปลีก รวมถึงเป็นการนำร่องให้ผู้ประกอบการรายอื่นในญี่ปุ่น กล้านำกลยุทธ์แปลกแหวกแนวมาใช้รับมือการขาดแคลนวัตถุดิบที่แปรรูปจากนํ้ามันปิโตรเลียม อย่าง พลาสติก, สีและอื่น ๆ ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า นอกจากคาลบี้แล้ว ธุรกิจญี่ปุ่นทยอยผุดไอเดียปรับเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้ง เพื่อรับมือการขาดแคลนวัตถุดิบและราคาที่พุ่งสูงขึ้น

โดย นิชชิน เซฟุน เวลนา (Nisshin Seifun Welna) ผู้ผลิตเส้นพาสตาในเครือนิชชิน เซฟุน เป็นรายล่าสุดที่ปรับแพ็กเกจจิ้งสินค้าของตน ในแบบมินิมอลลิสต์หรือเน้นความเรียบง่าย คล้ายกับแนวทางของคาลบี้

ด้วยการเปลี่ยนเทปคาดบรรจุภัณฑ์สำหรับสปาเกตตีแห้งจากเดิมที่มีตัวเลขสีแดงบอกเวลาสำหรับต้มเส้นชนิดนั้น ๆ เป็นเทปธรรมดาที่ไม่มีลวดลายใด ๆ แทนโดยจะเริ่มตั้งแต่รอบการจัดส่งสินค้าในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้เป็นต้นไป รวมถึงจะเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สำหรับเส้นบะหมี่บางชนิดในรูปแบบเดียวกันนี้ด้วย แต่บริษัทยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนสีบรรจุภัณฑ์ด้านนอก

ขณะเดียวกัน บริษัท อิโตแฮม โยเนคิว โฮลดิ้ง (Itoham Yonekyu Holdings) ผู้จำหน่ายแฮมและไส้กรอก กำลังพิจารณาลดจำนวนสีที่ใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์บางส่วนเพื่อประหยัดหมึกพิมพ์ ขณะที่ เอสแอนด์บี ฟู้ดส์ (S&B Foods) ผู้ผลิตผงแกงกะหรี่และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ กำลังพิจารณากลยุทธ์เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์นี้เช่นกัน

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ เกิดขึ้นหลังจากที่คาลบี้เผยโฉมแพ็กเกจจิ้งแบบขาวดำ สำหรับสินค้าหลัก 14 รายการ อาทิ มันฝรั่งทอด เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนหมึกพิมพ์ที่เกิดจากสงครามในอิหร่าน โดยจะเริ่มใช้งานกับสินค้าที่ส่งเข้าสู่ตลาดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ คาลบี้พิจารณาเรื่องการใช้บรรจุภัณฑ์แบบขาวดำมาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2026 แล้ว โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ในช่วงเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นเมื่อปี 2011 ที่บริษัทต้องลดการใช้หมึกพิมพ์ในบรรจุภัณฑ์ลงได้

โดยการเปลี่ยนมาใช้สีขาวดำในครั้งนี้ คาลบี้ตั้งเป้าว่าจะสามารถลดการใช้หมึกพิมพ์ลงได้ประมาณ 50%

ปัจจุบันคาดว่า สต๊อกตัวทำละลายสำหรับผสมหมึกพิมพ์ของคาลบี้จะมีเพียงพอจนถึงช่วงฤดูร้อน แต่เนื่องจากมันฝรั่งนั้นเป็นวัตถุดิบที่เก็บรักษายาก และขณะนี้ใกล้ถึงเวลาที่บริษัทจะต้องนำมันฝรั่งที่เก็บเกี่ยวได้ในปีนี้มาใช้ หากเกิดปัญหาคอขวดในการผลิตบรรจุภัณฑ์จนทำให้การจัดส่งล่าช้า อาจนำไปสู่การสูญเสียจากการเน่าเสียของมันฝรั่ง เพื่อรับมือความเสี่ยงนี้ ยักษ์ขนมขบเคี้ยวจึงตัดสินใจปรับแพ็กเกจเป็นขาวดำ

แนปทาจะเป็นส่วนผสมสำหรับผลิตเม็ดสีด้วย แต่สีขาวและสีดำใช้วัตถุดิบตั้งต้นจากสารอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมันปิโตรเลียม เช่น แร่และคาร์บอน ทำให้การผลิตได้รับผลกระทบน้อยกว่าสีอื่น ๆ จึงเหมาะที่จะนำมาใช้ในสถานการณ์นี้

อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามว่า การเปลี่ยนจากแพ็กเกจจิ้งสีสันสดใสเป็นขาวดำไร้ลวดลายนี้จะส่งผลต่อยอดขายอย่างไร ในเรื่องนี้นักวิเคราะห์ในวงการธุรกิจยังมีความเห็นแตกต่างกัน โดย “ฟูมิยูกิ มิยาโมโตะ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยเจ.เอฟ. โอเบอร์ลิน ในโตเกียว กล่าวว่า สีของบรรจุภัณฑ์มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในระดับจิตใต้สำนึก ตัวอย่างเช่น สีเหลืองของมันฝรั่งทอดกรอบสามารถกระตุ้นความอยากอาหารได้ การเปลี่ยนไปใช้สีขาวดำอาจทำให้ผลิตภัณฑ์สูญเสียเอกลักษณ์ไป

ด้านคาลบี้คำนึงถึงข้อกังวลนี้เช่นกัน ทำให้สินค้าทั้ง 14 รายการที่จะเปลี่ยนมาใช้แพ็กเกจจิ้งขาวดำนั้นเป็นสินค้าที่ผู้บริโภครู้จักดี โดยบริษัทระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบกับบรรดาสินค้าชื่อดังของบริษัทไม่มากนัก

ขณะเดียวกัน ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า การใช้แพ็กเกจจิ้งขาวดำนี้ อาจส่งผลบวกกับสินค้าด้วย อาทิ “อิซึรุ นากาโกชิ” จากสมาคมออกแบบบรรจุภัณฑ์แห่งญี่ปุ่น กล่าวว่า ท่ามกลางชั้นวางสินค้าที่เต็มไปด้วยแพ็กเกจจิ้งสีสันสดใส แพ็กเกจจิ้งขาวดำสามารถโดดเด่นได้ด้วยความแปลกใหม่

นอกจากนี้ แพ็กเกจจิ้งขาวดำยังสามารถสื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์นั้นใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันมากเพียงใด

ด้าน “มาซายูกิ ซาโตมูระ” นักวิจัยจากบริษัทการตลาด Asmarq กล่าวว่า กระแสความสนใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนมาใช้แพ็กเกจจิ้งขาวดำ และการรับมือวิกฤตของคาลบี้ครั้งนี้ อาจดึงดูดผู้บริโภครายใหม่ ๆ ได้ด้วย

ทั้งนี้ การตัดสินใจของคาลบี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์อาหาร-เครื่องดื่มญี่ปุ่นใช้แพ็กเกจจิ้งแบบเรียบง่ายไร้สีสัน เนื่องจากในธุรกิจเครื่องดื่มหลายแบรนด์พยายามลดการใช้ฉลากพลาสติกอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น “อาซาฮี ซอฟท์ ดริ๊งส์” (Asahi Soft Drinks) เริ่มจำหน่ายน้ำดื่มบรรจุขวดแบบไม่มีฉลากเมื่อปี 2018 และเริ่มจำหน่ายขวดน้ำที่ใช้ฉลากขนาดเล็กกว่าปกติในปี 2020

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิกฤต แพ็กเกจจิ้ง ไอเดีย