สังคมหน้า 14 : ไทยช่วยไทยพลัส ช่วยเหลือ 3 กลุ่มหลัก – 28 พ.ค. งานใหญ่ “ประชาชาติธุรกิจ” สู่ปีที่ 50
ผู้เขียน : เดอะบลูส์
“มหาอำนาจอเมริกา” ยังติดกับดัก ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ทำเอานานาประเทศพลอยถูกหวยตะวันออกกลาง สำหรับบ้านเรา “รองนายกฯเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” เพิ่งแถลงโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” ช่วยเหลือ 3 กลุ่มหลัก
1.ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท ได้เงินช่วยเพิ่มเติมอีก 700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน มิ.ย.ถึง ก.ย. 2569
2.ประชาชนทั่วไปและมนุษย์เงินเดือน 30 ล้านคน วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท รัฐบาลช่วยจ่ายร้อยละ 60 ประชาชนจ่ายเองร้อยละ 40 สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน สูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน
3.มาตรการ “ต่อลมหายใจ” ให้ร้านค้ารายเล็ก และผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ท่ามกลางภาวะต้นทุนสูงและกำลังซื้อชะลอตัว
การเมือง ถึงคิวแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 อีกรอบ พรรคภูมิใจไทย นำโดย “อนุทิน ชาญวีรกูล” เข้ายื่นร่างแก้ไข 5 มาตรา ให้ “โสภณ ซารัมย์”ประธานรัฐสภา บรรจุระเบียบวาระ เนื้อหาสาระให้มี ส.ส.ร. 100 คน จากระดับจังหวัด 77 คน รัฐสภาเลือกจากบัญชีผู้สมัครจังหวัดละ 1 คน จากผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ 23 คน รัฐสภาเลือกจากบัญชี แบ่งสัดส่วนเป็น ผู้เชี่ยวชาญ กม.มหาชน 7 คน, รัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ 8 คน ผู้มีประสบการณ์การเมือง การบริหาร หรือการร่างรัฐธรรมนูญ 8 คน ผู้สมัคร ส.ส.ร. ต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี จบปริญญาตรี ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในปัจจุบัน เช่น สส., สว., รัฐมนตรี หรือผู้บริหารท้องถิ่น ยกร่างเสร็จไม่เกิน 360 วัน ห้ามแก้หมวด 1-2 ถ้าร่างเสร็จนำเข้ารัฐสภา เสียงเห็นชอบต้องเกินกึ่งหนึ่งของ สส.และ สว. 700 คน หรือ 351 คนขึ้นไป ในจำนวนนี้ มาจากฝ่ายค้าน 20% หรือ 70 คน ต้องมี สว. เห็นชอบไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ หรือ 50 คนขึ้นไป
แต่ที่ยังเป็นเรื่องยาก ก็คือ “ด่านแรก” ที่ร่างแก้ไขของ ภท. และพรรคอื่น ๆ จะต้องเจอก็คือ การจะผ่านวาระแรก และวาระสาม จะต้องมีเสียงเห็นชอบจาก สว. หนึ่งในสาม หรือ 67 เสียง ซึ่งเป็น “กับดักอมตะ” ที่สภาผู้แทนฯไม่เคยเอาชนะได้เลย โดยเฉพาะถ้า “สว.” ทั้ง 200 คน มาจากแหล่งเดียวกัน ย่อมจะโหวตไปในทิศทางเดียวกัน โอกาสที่ร่างนี้จะผ่านก็เป็นเรื่องยาก แต่รอบนี้ ต้องไม่ลืมว่า “การแก้ไข” หรือ “ยกร่างใหม่” เป็นไปตาม “ประชามติ” ที่ประชาชนแสดงออกเมื่อ 8 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ตอนจะแก้รัฐธรรมนูญ 2560 มักอ้างว่า รัฐธรรมนูญผ่าน “ประชามติเห็นชอบ” จะแก้ได้ไง มาถึงตอนนี้ ประชาชนมีมติให้แก้ไขและยกร่างใหม่ จะเอาอะไรมาอ้างกันอีก !!??
“ประชาชาติธุรกิจ” สู่ปีที่ 50 จัดงานที่ “พารากอน ฮอลล์” สยามพารากอน ภาคบ่าย เป็นสัมมนา “Thailand Next” เชิญรับฟัง “สันติธาร เสถียรไทย”ผช.รมว.คลัง ที่ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและขุนคลัง “มอบหมาย” ให้มาฉายภาพของอนาคตประเทศ ว่าจะมุ่งไปทางไหน กับสปีกเกอร์ระดับซีอีโออีกหลายท่าน ส่วนภาคค่ำ เป็นงานดินเนอร์ มอบรางวัล “ประชาชาติ บิสซิเนส อวอร์ด 2026” ในงานมีฉบับพิเศษ “50 ปีประชาชาติ พลังข่าวธุรกิจ พลังพลิกเศรษฐกิจไทย” รูปเล่มสีสันสวยหรู มอบเป็นหนังสือที่ระลึกด้วย
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดอาคาร ศาลเจ้าไต้ฮงกง หยกขาว


วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกง หยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร พุทธสถานประวัติศาสตร์แห่งการรวมพลังศรัทธาของหลวงปู่ไต้ฮง 120 ปี มรดกแห่งเมตตาธรรมและแหล่งเรียนรู้ด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมแต้จิ๋วโบราณอันทรงคุณค่า ที่ประดิษฐาน องค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) แกะสลักจากหินหยกขาวขนาดใหญ่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (กวนซีอิมผ่อสัก) และ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (ตี่จั๋งอ้วงผ่อสัก) องค์เทพตามคติความเชื่อจีน เป็นแหล่งรวบรวมงานศิลป์ งานไม้แกะสลัก และงานจิตรกรรมหินหยกขาวแกะสลักตกแต่งตามแนวศิลปกรรมจีนแบบราชสำนักที่ถูกต้องตามขนบธรรมเนียม โดยมี อรรถนิติ ดิษฐอํานาจ องคมนตรี อําพน กิตติอําพน องคมนตรี วิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ





