‘ท่าสยาม’ ไทยซิมโฟนีฯ พลิกมรดกดนตรีสร้างมูลค่ายั่งยืน
การแสดงมหกรรมไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า ชุด “ท่าสยาม ท่าเรือนานาชาติจันทบุรี” ได้นำเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมของจันทบุรีมาถ่ายทอดผ่านบทเพลงในรูปแบบการผสมผสานดนตรีไทยกับวงซิมโฟนีออร์เคสตร้า
โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ อว., ศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และ ฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ อว. ร่วมรับชมการแสดง ณ หอประชุมสิริรำไพพรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี

โดยมีผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิให้การต้อนรับ ประกอบด้วย ธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, รศ.พอพันธ์ สุทธิวัฒนะ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข และผู้อำนวยการแสดง, ดร.สุชาติ วงษ์ทอง ศิลปินนานาชาติ, พลตรีดร.ประทีป สุพรรณโรจน์ ผู้ควบคุมการแสดง และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
นวัตกรรมทางวัฒนธรรมไทย
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า คนไทยหลายคนอาจลืมไปแล้วว่าในอดีตประเทศไทยมีความเจริญรุ่งเรืองทางดนตรีและวัฒนธรรมมาตั้งแต่สมัยอยุธยา การจัดการแสดงครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการรักษาและฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่านั้น และยังถือเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้ที่ศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรมว่าพวกเขามีโอกาสในการพลิกฟื้นประเทศไทยผ่านงานที่ตนรัก

“ประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงาม เราพูดถึง Wellness Economy ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากดนตรีและรากฐานทางวัฒนธรรม”
พร้อมเน้นย้ำว่าประเทศที่จะก้าวสู่ความมั่งคั่งและได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติ ไม่ได้วัดเพียงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยี แต่ต้องเป็นประเทศที่มีอารยธรรม มีรากฐานทางศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่งดงาม
ศ.ดร.ยศชนันยังกล่าวถึงบทบาทของดนตรีในฐานะ “ภาษาสากล” ที่ช่วยเปิดใจผู้คน เชื่อมโยงความเข้าใจระหว่างกัน และนำไปสู่การเรียนรู้คุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติ
โดยชี้ว่าการผสมผสานดนตรีไทยกับวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าถือเป็น “นวัตกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรม” ที่สะท้อนพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย สามารถต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจ สร้างแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่ และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนันยังได้น้อมรำลึกถึงวาระที่องค์การยูเนสโกมีมติยกย่องสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีแห่งพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม และความเสมอภาคทางเพศ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องผลักดันต่อเนื่อง
จันทบุรี เมืองประวัติศาสตร์
นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า จันทบุรีถือเป็นเมืองสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ในฐานะศูนย์กลางการค้าพริกไทย อัญมณี และผลไม้ของประเทศมาอย่างยาวนาน การแสดง “ท่าสยาม ท่าเรือนานาชาติจันทบุรี” จึงมุ่งถ่ายทอดอัตลักษณ์และเรื่องราวของเมืองผ่านบทเพลงและศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างการรับรู้มรดกทางวัฒนธรรม และยกระดับจันทบุรีสู่เมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

การแสดงครั้งนี้เผยให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของสยามในฐานะดินแดนแห่งการค้าและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับนานาชาติมาอย่างยาวนาน โดยมีมรดกทางดนตรีและศิลปวัฒนธรรมที่สั่งสมมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นอัตลักษณ์ที่ทรงคุณค่าในระดับสากล
มร.รพ. ใต้ร่มเงาประวัติศาสตร์
รศ.พอพันธ์ สุทธิวัฒนะ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาของท้องถิ่นและประเทศ
ด้วยที่ตั้งอันมีความหมายในพื้นที่วังสวนบ้านแก้ว อดีตที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ประกาศยกย่องพระองค์ในวาระครบรอบ 100 ปีแห่งพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม และความเสมอภาคทางเพศ เพื่อเชิดชูพระเกียรติคุณที่ทรงวางรากฐานการพัฒนาสตรีและสังคมไทย
วช. หนุนวิจัยดนตรี
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เผยว่า วช.ได้สนับสนุนทุนวิจัยแก่มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข เพื่อศึกษาบทเพลงในพื้นที่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในหลายภูมิภาค และถ่ายทอดผ่านการแสดงของวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า
โดยนำเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมของจันทบุรีมาบรรจุในบทเพลง เพื่อยกระดับเพลงพื้นบ้านสู่มาตรฐานสากล สร้างแรงบันดาลใจและความผูกพันให้กับประชาชน พร้อมเปิดประสบการณ์ทางดนตรีให้ทุกคนเข้าถึงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
งานวิจัยลักษณะนี้เป็นการนำเสนออัตลักษณ์ของพื้นที่ผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนา แล้วแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ดนตรีที่ผสมผสานศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่ง วช.มุ่งมั่นสนับสนุนโครงการในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้งานวิจัยด้านดนตรีและวัฒนธรรมก้าวหน้าและเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
นำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสู่สายตาโลกอย่างภาคภูมิ