เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กขค. ลุยคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล สอบค่าธรรมเนียม-เงื่อนไขไม่เป็นธรรม รับคดีกักตุนน้ำมัน 2 เรื่อง
Economic กขค. ลุยคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล สอบค่าธรรมเนียม-เงื่อนไขไม่เป็นธรรม รับคดีกักตุนน้ำมัน 2 เรื่อง
ตลาด ‘แก็ดเจตสุขภาพ’ เดือด ‘ซัมซุง’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สแกนร่าง’ ส่ง Galaxy Watch9 มาพลิกเกม
Tech ตลาด ‘แก็ดเจตสุขภาพ’ เดือด ‘ซัมซุง’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สแกนร่าง’ ส่ง Galaxy Watch9 มาพลิกเกม
พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ
Economic พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ
เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
Biz Movement สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
Biz Movement เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
Columns ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
หัวใจของสเปน
Columns หัวใจของสเปน
อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
Politics อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
‘ทรัมป์’ รีดภาษีแคนาดา 50% ‘หยั่งเชิง’  ใช้ กม.ศุลกากรปี1930
World ‘ทรัมป์’ รีดภาษีแคนาดา 50% ‘หยั่งเชิง’ ใช้ กม.ศุลกากรปี1930
ดูทั้งหมด

ดาต้าเซ็นเตอร์ ความหวังประเทศไทยสู่ ‘ฮับอาเซียน’

02 มิ.ย. 2569 | 17:32น.
ดาต้าเซ็นเตอร์

เมื่อเศรษฐกิจโลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ประเทศที่สามารถดึงดูดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลได้ย่อมมีความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว สำหรับประเทศไทยการลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเร่งการเติบโตและพัฒนาประเทศ ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่

“ดาต้าเซ็นเตอร์” (Data Center) ได้กลายเป็นดาวเด่นและเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รายงานว่า การลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์เซอร์วิส มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน นี่จึงอาจกลายเป็นโอกาสและความหวังใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ไทยมีศักยภาพพร้อมรับการลงทุน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยข้อมูลที่สะท้อนภาพรวมของการลงทุนให้เห็นว่า หลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดการลงทุน คือ โครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพและได้รับการพัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบน้ำ ไฟฟ้า ถนน ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียน นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่เอื้อต่อการลงทุน การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกอย่าง EEC ขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการลงทุนที่มีศักยภาพ

แม้ประเทศไทยจะมีองค์ประกอบที่นักลงทุนเล็งเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ไว้ก็ตาม แต่ด้วยอุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่น ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องมองหา New S-Curve เพื่อสร้างการเติบโตใหม่ และดาต้าเซ็นเตอร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น ต้องยอมรับว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ คือหัวใจของเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยความที่ดาต้าเซ็นเตอร์ คือระบบที่ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูล ประมวลผล และบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้กับคลาวด์คอมพิวติ้ง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) บิ๊กดาต้า (Big Data) และแพลตฟอร์มดิจิทัล เมื่อข้อมูลถูกสร้างขึ้นอย่างมหาศาลทำให้ความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์จึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเทศที่สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ได้จะกลายเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคโดยทันที

ดาต้าเซ็นเตอร์พาเหรดเข้าไทย

ในปี 2568 ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์กำลังมาแรง โดยมีคำขอส่งเสริมสูงถึง 36 โครงการ มูลค่า 728,000 ล้านบาท มีการอนุมัติไป 11 โครงการ มูลค่ารวม 184,740 ล้านบาท และไตรมาส 1 ของปี 2569 มีโครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้ว 7 โครงการ มูลค่า 96,000 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้มีบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั้ง Amazon Web Services (AWS), Google, Microsoft, True Internet, GSA (กลุ่ม Gulf), Stellar DC, Global Switch, Evolution และ Frey Tech ปักหมุดอยู่ในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หากแนวโน้มยังคงเติบโตแบบก้าวกระโดดต่อเนื่องไปตลอดปี 2569 มีความเป็นไปได้สูงว่า เป้าหมายที่ไทยจะก้าวไปเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Hub) ของภูมิภาค และเมื่อถึงเวลานั้นประเทศไทยนอกจากจะเป็นฐานการผลิตแล้ว จะยังเป็นพื้นที่รองรับการเติบโตของ AI และ Cloud ระดับโลก และล่าสุดคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ยังได้อนุมัติโครงการของ TikTok  สกายไลน์ และบริดจ์ เป็นเม็ดเงินอีกกว่า 913,838 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนปริมาณการลงทุน แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยอีกด้วย

4 เหตุผลหนุนไทยเป็นศก.

การที่นักลงทุนต่างชาติหันมาสนใจประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1.ทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ เพราะประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน เชื่อมโยงตลาดขนาดใหญ่ทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออก ทำให้เหมาะสำหรับการเป็น Regional Hub 2.โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ประเทศไทยมีระบบไฟฟ้าที่เสถียร เครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำที่เชื่อมต่อกับหลายประเทศ 3.นโยบายส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ที่มีมาตรการจูงใจที่สำคัญ เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล อนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้น 100% อำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน 4.ความต้องการในประเทศที่เติบโตสูง ด้วยประเทศไทยมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตและแพลตฟอร์มดิจิทัลจำนวนมาก ส่งผลให้ความต้องการใช้ Data และ Cloud เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

AI สร้างงานใหม่แล้ว 1.3 ล้านคน

สำหรับประเทศไทยโอกาสทางเศรษฐกิจจากดาต้าเซ็นเตอร์ย่อมมี ด้วยการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มสูง แม้จะใช้แรงงานไม่มาก แต่เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและสร้างมูลค่าเพิ่มต่อหน่วยสูง การยกระดับแรงงานไทย เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานทักษะสูง ทั้งวิศวกร IT นักวิเคราะห์ข้อมูล และผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity ข้อมูลจาก LinkedIn ระบุว่า AI ได้สร้างงานใหม่แล้วกว่า 1.3 ล้านตำแหน่งทั่วโลก นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้โอกาสในการกระตุ้นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน ก่อสร้าง โทรคมนาคม ระบบความปลอดภัยไซเบอร์ และดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอื่นตามไปด้วย เมื่อมี Data Center จะช่วยดึงดูดบริษัทด้าน AI, FinTech และ Cloud ให้เข้ามาลงทุนเพิ่มเติม

หวั่นแข่งขันสูง-แย่งคน IT

เมื่อดาต้าเซ็นเตอร์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม New S-Curve ที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ เพราะเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เชื่อมโยงหลายภาคส่วน และยังสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลจึงถือว่าเป็นความหวังของเศรษฐกิจไทยได้ในอนาคต ตัวเลขจากบีโอไอในปี 2568-2569 เป็นหลักฐานชัดเจนว่า ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจการผลิตสู่เศรษฐกิจข้อมูล แต่อย่างไรก็ตามแม้ดาต้าเซ็นเตอร์จะเป็นโอกาสสำคัญ แต่ก็มีข้อจำกัดที่ต้องบริหารจัดการ ด้วยเป็นเทคโนโลยีที่เมื่อลงทุนแล้วต้องการใช้พลังงานจำนวนมาก Data Center ต้องใช้ไฟฟ้าสูง ซึ่งอาจกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต้นทุนพลังงาน ขณะเดียวกันด้านการแข่งขันในภูมิภาคที่ขณะนี้ประเทศอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ต่างก็เร่งพัฒนา Data Center เช่นกัน สิ่งที่ยังต้องกังวลคือ การขาดแคลนบุคลากรแรงงานด้านเทคโนโลยี ที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่กฎหมายและความปลอดภัยข้อมูลยังต้องพัฒนากฎหมายด้าน Data Privacy และ Cybersecurity ให้ได้มาตรฐานสากล

โอกาสสูงไทยขึ้นชั้น “ฮับอาเซียน”

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ในอนาคต นายนฤตม์เชื่อว่ายังคงเป็นอุตสาหกรรมที่สดใส โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตของ AI ความต้องการ Cloud Computing การขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล หากประเทศไทยสามารถรักษาความได้เปรียบและพัฒนา Ecosystem ได้ครบถ้วน มีโอกาสสูงที่จะก้าวขึ้นเป็น Digital Hub ของอาเซียนในอนาคตอันใกล้ได้อย่างแน่นอน  เป็น ความหวังใหม่ของประเทศไทยิ ในการก้าวสู่เศรษฐกิจใหม่ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับการวางนโยบายที่เหมาะสม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับความยั่งยืน

หากประเทศไทยสามารถทำได้ดาต้าเซ็นเตอร์จะกลายเป็นหนึ่งใน “เครื่องยนต์หลัก” ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคตอย่างแท้จริง

นอกจากนี้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ยังฝากความหวังไว้กับอีก 2 กลุ่ม คือ 1.อุตสาหกรรมดั้งเดิมที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทั้งอุตสาหกรรมการเกษตร อาหาร ท่องเที่ยว ยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ฯลฯ  2.อุตสาหกรรมใหม่ที่เริ่มมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมากขึ้น เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ดิจิทัลและ AI ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมชีวภาพ และพลังงานสะอาด