เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณขายออก 65,200 บาท
สำนักงานสลากฯ เปิดช่องทางยกเลิกตัวแทนจำหน่ายหวย เลือกรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Finance สำนักงานสลากฯ เปิดช่องทางยกเลิกตัวแทนจำหน่ายหวย เลือกรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
‘สุริยะ’ รับชง ครม.ย้ายบิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ปัดล้างบางขั้ว ‘ธรรมนัส’ ชี้ยึดสุจริต-อาวุโส
Politics ‘สุริยะ’ รับชง ครม.ย้ายบิ๊กกระทรวงเกษตรฯ ปัดล้างบางขั้ว ‘ธรรมนัส’ ชี้ยึดสุจริต-อาวุโส
วิกฤตน้ำมัน กระทบ ‘เส้นใยสังเคราะห์’ อุตสาหกรรมแฟชั่น
World วิกฤตน้ำมัน กระทบ ‘เส้นใยสังเคราะห์’ อุตสาหกรรมแฟชั่น
FBI ขอบคุณไทยปราบสแกมเมอร์ สานต่อความร่วมมือปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
Politics FBI ขอบคุณไทยปราบสแกมเมอร์ สานต่อความร่วมมือปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ซีไอเอ็มบี ไทย โชว์กำไรสุทธิ ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 47% รายได้เพิ่มทุกหมวด-NIM ขยับขึ้น-ค่าใช้จ่ายลด
Finance ซีไอเอ็มบี ไทย โชว์กำไรสุทธิ ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 47% รายได้เพิ่มทุกหมวด-NIM ขยับขึ้น-ค่าใช้จ่ายลด
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘ประเสริฐ’ เตรียมถก ครม. ช่วยนักศึกษา สกร. ไม่ให้หลุดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics ‘ประเสริฐ’ เตรียมถก ครม. ช่วยนักศึกษา สกร. ไม่ให้หลุดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
‘กสิกรไทย’ กำไรครึ่งปี 2569 กว่า 27,900 ล้าน พุ่ง 6.22% แม้ไตรมาส 2 ชะลอลง
Finance ‘กสิกรไทย’ กำไรครึ่งปี 2569 กว่า 27,900 ล้าน พุ่ง 6.22% แม้ไตรมาส 2 ชะลอลง
SET วันนี้ (21 ก.ค.) กรอบ 1,640-1,660 จุด กระแสเงินทุนยังหนุน-หุ้นแบงก์ประกาศกำไร
Finance SET วันนี้ (21 ก.ค.) กรอบ 1,640-1,660 จุด กระแสเงินทุนยังหนุน-หุ้นแบงก์ประกาศกำไร
ดูทั้งหมด

เกษตรฯ เร่งจัดการน้ำลุ่มน้ำน่าน-ยม รับฤดูฝน สานต่อบางระกำโมเดล 3.27 แสนไร่

01 มิ.ย. 2569 | 13:56น.

“ปิยะรัฐชย์” ลงพื้นที่พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ติดตามแผนบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำน่าน-ยม เตรียมพร้อมรับฤดูฝน 2569 สานต่อบางระกำโมเดล ปรับปฏิทินเพาะปลูกให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวก่อนฤดูน้ำหลาก ครอบคลุมกว่า 327,000 ไร่ พร้อมเดินหน้าโครงการประตูระบายน้ำท้ายเมืองพิษณุโลก กักเก็บน้ำ 44.33 ล้าน ลบ.ม. หนุนข้าวคาร์บอนต่ำ-จุลินทรีย์ย่อยตอซัง ลดเผา แก้ PM 2.5

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงพบปะประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน ได้ศึกษาและวางแผนพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ เพื่อกระจายน้ำให้ทั่วถึงและครอบคลุมทุกพื้นที่ รองรับความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและภาคเกษตร พร้อมเตรียมรับมือฤดูฝนปี 2569

ทั้งนี้ จังหวัดพิษณุโลกมีแม่น้ำสำคัญ 2 สาย ได้แก่ แม่น้ำน่านและแม่น้ำยม จึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรให้มากที่สุด โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้รับทราบแนวทางดำเนินโครงการบางระกำโมเดล ซึ่งปรับปฏิทินเพาะปลูกให้เร็วขึ้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตให้แล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลาก โดยขยายพื้นที่เป้าหมายครอบคลุมกว่า 327,000 ไร่

นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีแผนก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำท้ายเมืองพิษณุโลก ในลักษณะอาคารควบคุมระดับน้ำขนาด 9 ช่องระบาย ปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบโครงสร้าง หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถกักเก็บน้ำในแม่น้ำน่านได้ประมาณ 44.33 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีครัวเรือนได้รับประโยชน์กว่า 20,000 ครัวเรือน

ในส่วนของแหล่งน้ำสำคัญในพื้นที่ เช่น บึงราชนกและคลองรับน้ำสาขา กระทรวงเกษตรฯ เตรียมฟื้นฟูและขุดลอก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำและเส้นทางกระจายน้ำให้ทั่วถึงมากขึ้น พร้อมตรวจสอบเครื่องจักรเครื่องมือให้พร้อมต่อการปฏิบัติงานในกรณีฉุกเฉิน

จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ และคณะ เดินทางไปยังศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก เพื่อเยี่ยมชมการบริหารจัดการการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ ซึ่งมีการติดตั้งเครื่องวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยใช้นวัตกรรมการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง หรือ AWD

พร้อมกันนี้ ยังได้เยี่ยมชมโรงงานต้นแบบการผลิตจุลินทรีย์ย่อยสลายเศษวัสดุทางการเกษตร ณ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 2 ซึ่งเป็นนวัตกรรมสำคัญในการเปลี่ยนตอซังฟางข้าวให้เป็นปุ๋ยแทนการเผา เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ นางสาวปิยะรัฐชย์ยังลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการบริหารจัดการน้ำ ณ โครงการผันน้ำคลองละวาน หรือบึงสมอพิเภก พร้อมอาคารประกอบ ตำบลบ้านดารา อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำสนับสนุนการอุปโภคบริโภคและการเกษตร

โครงการดังกล่าวมีแผนขุดลอกคลองละวาน คลองชักน้ำ คลองห้วยร้องป่าช้า และท่อระบายน้ำ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพการบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาน้ำหลาก กักเก็บน้ำต้นทุนให้เพียงพอตลอดปี และป้องกันน้ำท่วมขังในพื้นที่รับน้ำช่วงฤดูน้ำหลาก

ขณะที่โครงการผันน้ำคลองละมุง บึงช่อ แม่น้ำน่าน พร้อมอาคารประกอบ มีแผนขุดลอกคลองผันน้ำระยะ 1,240 เมตร ขุดลอกคลองแนวที่ 1 ระยะ 3,200 เมตร และขุดลอกคลองแนวที่ 2 ระยะ 3,500 เมตร เพื่อช่วยป้องกันพื้นที่การเกษตรจากน้ำท่วมประมาณ 50,000 ไร่ และเพิ่มทางระบายน้ำไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่เกษตรกร

จากนั้น เดินทางไปยังสหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านท้ายวัดพญาปันแดน จำกัด เพื่อติดตามการดำเนินงานของสถาบันเกษตรกรต้นแบบด้านการบริหารจัดการน้ำและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าเพื่อลดต้นทุน โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนเครื่องจักรกลทางการเกษตร เพื่อให้บริการสมาชิกและยกระดับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเป็นสถาบันเกษตรกรผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจรในอนาคต

“กระทรวงเกษตรฯ มุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนภาคการเกษตรให้เกิดผล ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการน้ำและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า การยกระดับสถาบันเกษตรกรสู่การเป็นผู้ให้บริการธุรกิจเกษตร เกษตรปลอดภัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม การหยุดเผา และการสร้างความมั่นคงในที่ดินทำกินให้เกษตรกร เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรมีความมั่นคง มีสิทธิในการทำกินอย่างถูกต้อง และสามารถต่อยอดเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาอาชีพได้” นางสาวปิยะรัฐชย์กล่าว

ต่อมา ได้นำคณะลงพื้นที่ฝายกั้นน้ำคลองหนองตม หรือวัดสวนร่มบารมี อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เพื่อติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ และแนวทางกักเก็บน้ำเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มเติมให้แก่เกษตรกรอย่างมีเสถียรภาพ พร้อมพบปะและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่

ขณะเดียวกัน นางสาวปิยะรัฐชย์ยังเป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 3 ปีงบประมาณ 2569 ณ วัดราชคีรีวิเศษ หมู่ที่ 7 ตำบลบ่อทอง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อให้บริการทางวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรแก่เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การทำหมันสุนัขและแมว การสนับสนุนปัจจัยการผลิต การรับคำขอออกโฉนดจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. รวมถึงการให้บริการ 11 คลินิกหลักที่ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร และคลินิกจากหน่วยงานสนับสนุน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการภาครัฐของเกษตรกร ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร ต่อยอดเครือข่ายเกษตรกรต้นแบบ และพัฒนาอาชีพเกษตรให้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ และคณะ ยังเดินทางไปยังสะพานน้ำคลองส่งน้ำสายใหญ่ กม.14+200 บ้านโคกงาม ตำบลผักขวง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ รวมถึงการซ่อมแซมปรับปรุงอาคารและระบบชลประทานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยและการใช้งาน ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค และส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานประมาณ 10,000 ไร่ต่อหนึ่งฤดูกาลเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ