หลายประเทศเอเชีย ยกระดับปกป้องสกุลเงินอ่อนค่า
สกุลเงินของหลายประเทศในเอเชียอ่อนค่าลง ทำให้ผู้กำหนดนโยบายต่างยกระดับปกป้องค่าเงินของตน ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และการคาดการณ์ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย นักวิเคราะห์ชี้ สภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เน้นย้ำถึงการเฝ้าระวังขั้นสูง
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า หน่วยงานรัฐบาลของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ต่างยกระดับมาตรการปกป้องค่าเงินของตนเอง ท่ามกลางบริบทที่ต้นทุนด้านพลังงานพุ่งสูงขึ้น และคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย
กระทรวงการคลังเกาหลีใต้ ให้คำมั่นในวันที่ 4 มิถุนายน 2026 ว่า จะควบคุมไม่ให้ค่าเงินผันผวนมากเกินไป แต่ก็ไม่สามารถป้องกันไม่ให้เงินวอนอ่อนค่าได้ โดยค่าเงินวอนอ่อนตัวลงมากถึง 1.4% สู่ระดับ 1,540.55 วอนต่อดอลลาร์สหรัฐ ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2009
ธนาคารกลางอินโดนีเซีย ก็กล่าวว่า กำลังเพิ่มมาตรการแทรกแซง เพื่อรักษาเสถียรภาพของเงินรูเปียห์ ซึ่งอ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ในรอบเกือบ 6 ปี โดยต่ำกว่าระดับสำคัญที่ 18,000 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 4 มิ.ย.
กระทรวงการคลังญี่ปุ่น กล่าวเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ว่า พร้อมที่จะตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน ท่ามกลางบริบทที่เมื่อปลายเดือนเมษายน เงินเยนอ่อนค่าลงสู่ระดับที่ทางการสามารถเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินได้ ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เตรียมพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน (Basis Points) ในเดือนนี้
รัฐบาลอินเดีย วางแผนที่จะลดภาษีและยกเลิกข้อจำกัดการถือครองพันธบัตรบางประเภท เพื่อดึงดูดเงินทุนให้ไหลเข้าประเทศ เนื่องจากค่าเงินรูปีทรงตัวอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
นายวี คูน ชอง นักกลยุทธ์ตลาดเอเชียแปซิฟิกจากธนาคารบีเอ็นวาย เมลลอน สัญชาติอเมริกัน กล่าวว่า สภาวะตลาดที่ท้าทายและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้ หมายความว่า ธนาคารกลางและหน่วยงานในแต่ละประเทศกำลังเฝ้าระวังขั้นสูง โดยค่าเงินในภูมิภาคได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมถึงการไหลออกของเงินทุนต่างประเทศ
คำเตือนและการแทรกแซงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เน้นย้ำว่าผู้กำหนดนโยบายกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย โดยภูมิภาคเอเชียกำลังประสบปัญหาจากการพึ่งพาน้ำมันภายนอก รวมถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงมีความน่าสนใจน้อยลง
หน่วยงานทางการเงินในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยุงค่าเงินของตนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่า สหรัฐจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อเช่นกัน
ในวันที่ 4 มิ.ย. ดัชนีค่าเงินเอเชียของบลูมเบิร์กปรับตัวลดลงเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน โดยมีเงินวอนและรูเปียห์เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญ
ทางการบางประเทศยังเฝ้าระวังการเก็งกำไรในตลาดนอกประเทศ โดยธนาคารกลางฟิลิปปินส์ขอให้ธนาคารต่าง ๆ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าธุรกรรมอนุพันธ์แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ไม่สามารถส่งมอบจริงได้นั้น ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ขณะที่ธนาคารกลางอินเดีย เข้าแทรกแซงตลาดเงินตรานอกประเทศอย่างแข็งขัน โดยมีสถานะขายเงินดอลลาร์สุทธิ ใกล้เคียงระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายซันเจย์ มัลโฮตรา ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย กล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า ค่าเงินรูปีอาจต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และทางการจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อควบคุมการเก็งกำไรในตลาด