เงินบาทแกว่งตัวในกรอบแคบ หลังที่ กนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.50% ตามคาด
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตามาปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 8 สิงหาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (8/8) ที่ระดับ 33.21/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (7/8) ที่ระดับ 33.23/25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากดอลลาร์ ได้รับแรงกดดันหลังจากรัฐบาลสหรัฐ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเมื่อวานนี้ (7/8) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดกั้นรัฐบาลอิหร่านในการเข้าซื้อเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการทำธุรกรรมในสกุลริอัลในบัญชีธนาคารระหว่างประเทศ การออกพันธบัตร การทำธุรกรรมซื้อขายทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ สำหรับการผลิตในภาคอุตสาหกรรม และการผลิตรถยนต์ ถือเป็นมาตรการรอบแรก ก่อนที่สหรัฐจะออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง ในเดือนพฤศจิกายน ถึงแม้ว่าสำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐ ระบุว่า ผลสำรวจการเปิดรับสมัครงาน และอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่าตัวเลขการเปิดรับสมัครงานอยู่ที่ระดับ 6.7 ล้านตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 6.6 ล้านตำแหน่ง
สำหรับประเทศไทย นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง.มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี โดย 1 เสียงดังกล่าวเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.75% ต่อปี โดย กนง.มองว่า เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ได้รับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวตามเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัว รวมถึงอุปสงค์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้ การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการจ้างงานที่ปรับตัวดีขึ้น ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มใกล้เคียงกับที่ กนง.ประเมินไว้ โดยเฉลี่ยทั้งปีอยู่ในกรอบเป้าหมาย ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ที่ปรับสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.19-33.25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.21/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (8/8) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1601/03 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาด เมื่อวันอังคาร (7/8) ที่ระดับ 1.1589/91 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าเล็กน้อยของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเยอรมนีสำหรับเดือนมิถุนายน ขยายตัว 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.0% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1582-1.1625 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1592/96 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (8/8) เปิดตลาดที่ระดับ 111.38/41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (7/8) ที่ระดับ 111.15/19 เยน/ดอลลาร์ อย่างไรก็ตามการใช้จ่ายภาคครัวเรือนในเดือนมิถุนายนหดตัว 1.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะหดตัว 1.4% ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.8/2-111.38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 110.92/94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ แถลงการณ์ประธานเฟด สาขาริชม่อน (8/8) ปริมาณการสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐ (8/8) อัตราเงินเฟ้อของจีน (9/8) ดัชนีราคาของสหรัฐ (9/8) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศประจำไตรมาส 2 ของญี่ปุ่น (10/8) ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (10/8) ดุลการค้าของอังกฤษ (10/8) และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศประจำไตรมาส 2 ของอังกฤษ (10/8)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.5/-2.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.0/-2.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ