เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

5 บิ๊กธุรกิจไทยเปิดวิชา ‘ความยั่งยืน’ ใบเบิกทางสู้วิกฤต-โตระยะยาว

19 มิ.ย. 2569 | 07:45น.

ผู้บริหารระดับสูงจาก 5 องค์กรชั้นนำ ได้แก่ กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์, แสนสิริ, กลุ่มธุรกิจ TCP, ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล และเอส แอนด์ พี ซินดิเคท ร่วมกันเปิดเผยแนวคิดและประสบการณ์จริงในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่กับความยั่งยืน ในงาน EARTH JUMP 2026 : A Bridge to Empowered Actions ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 4 โดยธนาคารกสิกรไทย

กัลฟ์ มาช้าคือโชคดี

สมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ ฉายภาพให้เห็นว่า Data Center ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของยุค AI นั้นกิน “น้ำ” และ “ไฟ” เป็นทรัพยากรหลัก และนั่นทำให้การออกแบบอาคารอย่างมีประสิทธิภาพกลายเป็นหัวใจสำคัญ โดยย้ำว่าเราไม่ได้มาแย่งทรัพยากรจากประชาชน แต่เราทำยังไงให้ใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

สมิทธ์ พนมยงค์

กัลฟ์เป็นบริษัทแรกในไทยที่ออกแบบ Data Center รองรับระบบ Water Cooling และได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลกในด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

ประเด็นที่น่าสนใจคือมุมมองต่อการที่ไทย “มาช้า” ในตลาด Data Center เมื่อเทียบกับสิงคโปร์หรือมาเลเซีย สมิทธ์กลับมองว่านั่นคือข้อได้เปรียบ เพราะโครงการที่กำลังสร้างในไทยจะได้ติดตั้งชิปและ GPU รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งมีประสิทธิภาพการประมวลผลต่อหน่วยไฟฟ้าสูงกว่ารุ่นเก่ามาก

เปรียบได้กับการได้เครื่องยนต์ใหม่ที่กินน้ำมันน้อยกว่า ขณะที่ Data Center รุ่นเก่าในประเทศเพื่อนบ้านอาจไม่ได้ออกแบบรองรับเครื่องรุ่นใหม่ไว้แต่แรก

สมิทธ์ยังหยิบยกประเด็น “Data Sovereignty” หรืออธิปไตยทางข้อมูล ว่าเป็นโจทย์ใหญ่ที่ไทยต้องเร่งวางนโยบาย เพื่อให้ข้อมูลสำคัญถูกเก็บและประมวลผลภายในประเทศ ไม่ต่างจากที่หลายประเทศในเอเชียเริ่มกำหนดเป็นข้อบังคับไปแล้ว

อุทัย อุทัยแสงสุข

แสนสิริ บ้าน จุดเริ่มต้นความยั่งยืน

อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ เล่าว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อบริษัทตัดสินใจวัดปริมาณการปล่อยคาร์บอนจากกิจกรรมทั้งหมด ทั้งกระบวนการก่อสร้างและการใช้ชีวิตของลูกบ้านตลอดระยะยาวข้างหน้า ผลที่ได้คือตัวเลขที่สะเทือนใจ และทำให้แสนสิริตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ตามเป้าหมายของประเทศ

กรอบการทำงานหลักของแสนสิริคือ “Green Framework” ซึ่งครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ การออกแบบสถาปัตยกรรมให้ประหยัดพลังงานโดยธรรมชาติ เช่น การระบายอากาศ การเลือกทิศทางอาคาร และการปลูกต้นไม้เพื่อสร้างร่มเงา, การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ก่อสาร VOC และกระบวนการก่อสร้างที่ลดของเสียในไซต์งาน

อุทัยย้ำว่า ผลลัพธ์ส่งต่อถึงลูกบ้านโดยตรง เพราะบ้านที่ออกแบบอย่างยั่งยืนช่วยลดการใช้พลังงานและน้ำได้ตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งหมายถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายในกระเป๋าของลูกค้า และมูลค่าบ้านที่สูงขึ้นในระยะยาว

นอกจากนี้ แสนสิริยังเดินหน้าผลักดัน Green Financing ร่วมกับสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์เข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนต่ำได้ หากโครงการผ่านเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม

วรวุฒิ พงศ์ชินภัค

TCP จากวิกฤตสู่ Forward Mindset

วรวุฒิ พงศ์ชินภัค ประธานผู้บริหารสายงานขายและการตลาด กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดภาพรวมว่า โลกธุรกิจวันนี้ไม่ได้เผชิญวิกฤตทีละเรื่อง ทั้งต้นทุนพลังงาน ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว ล้วนมาพร้อมกัน

วรวุฒิเสนอให้เปลี่ยนจาก Survival Mindset มาสู่ Forward Mindset โดยมี 3 แนวทางหลัก คือ 1. “Cut Smart, Invest Right” ไม่ใช่การตัดต้นทุนแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ต้องวิเคราะห์ให้ดีว่าสินค้าหรือกิจกรรมใดกำลังเป็นภาระ เช่น สินค้าที่ยอดขายพึ่งพาโปรโมชั่นทุกปีโดยไม่มี Baseline Sales

รวมถึงการลดกระบวนการที่ไม่จำเป็น เช่น รายงานหนาเป็นร้อยหน้าที่ไม่มีใครอ่านครบ หรือการประชุมยาวนานที่ได้ผลลัพธ์น้อย เพราะการคืนเวลาให้ทีมงานคือการลดต้นทุน เงินที่ประหยัดได้ควรนำไปลงทุนในพลังงานสะอาด ซึ่ง TCP เดินหน้าขยาย Solar Rooftop ในโรงงานของตัวเองเป็นตัวอย่าง

  1. “Flexibility Before the Next Shock” TCP เจอบทเรียนตรง ๆ จากการขาดแคลนวัตถุดิบในห่วงโซ่การผลิต จนต้องปรับ Packaging กลางคัน บทเรียนนั้นนำไปสู่การสร้าง Visibility ร่วมกับซัพพลายเออร์ตั้งแต่ต้นน้ำ จนซัพพลายเออร์หลายรายกลายเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวแทนที่จะเป็นแค่คู่ค้าขายของ
  2. “Diversify to Drive” เพราะสินค้าตัวเดียว ตลาดเดียว ช่องทางเดียว คือความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้อีกต่อไป TCP เองขยาย Packaging และรสชาติที่หลากหลาย รวมถึงขยายตลาดต่างประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยงในเชิงภูมิศาสตร์

TCP มองในมิติสิ่งแวดล้อมว่าน้ำเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจโดยตรง ที่โรงงานปราจีนบุรีของบริษัทจึงได้รับการรับรองมาตรฐานด้านการจัดการน้ำในระดับสากล และมีการทำงานร่วมกับชุมชนและ WWF ในการดูแลลุ่มน้ำบางปะกง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงาน

ชมพรรณ กุลนิเทศ
ชมพรรณ กุลนิเทศ

ไมเนอร์ ความยั่งยืนจากบนลงล่าง

ชมพรรณ กุลนิเทศ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเพื่อความยั่งยืน บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ชี้ว่า ก้าวแรกที่สำคัญที่สุดคือ Commitment จากผู้บริหารและบอร์ด แต่นั่นยังไม่พอ เพราะ Execution คือสิ่งที่จะตัดสินว่าทุกอย่างจะสำเร็จหรือล้มเหลว

ที่ Golden Triangle ซึ่งเป็นโครงการโรงแรมและรีสอร์ตของไมเนอร์ บริษัทไม่ได้มองความยั่งยืนแค่เรื่องลดคาร์บอน แต่ยังรวมถึงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ไมเนอร์มีมูลนิธิดูแลช้างในพื้นที่ และพยายามทำให้พนักงานเข้าใจระบบนิเวศรอบตัวอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่ท่องจำนโยบาย

“เราพบว่าในองค์กรมี Hidden Gem เยอะมาก มีพนักงานที่รู้จักนกในพื้นที่ได้จากแค่ฟังเสียง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราสามารถถ่ายทอดให้ลูกค้าได้ตลอดเวลา”

ไมเนอร์ยังยึดหลักการวัดผล โดยบรรจุตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนเป็น KPI ประจำปีของพนักงาน และเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อรองรับการรายงานต่อลูกค้าและพาร์ตเนอร์ระดับโลก ซึ่งวันนี้ ESG กลายเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาทำธุรกิจร่วมกันไปแล้ว

มณีสุดา ศิลาอ่อน

S&P เริ่มจากสิ่งที่ไม่ต้องใช้เงิน

มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท เล่าว่า Journey ของ S&P เริ่มจากการติด Solar Rooftop ในช่วงแรกที่ยังไม่มีใครพูดถึง โดยได้รับ Green Loan ดอกเบี้ยต่ำจากธนาคาร และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการลงทุนด้านความยั่งยืนมี ROI ที่ชัดเจน

เธอได้ย้ำแนวทางรับมือช่วงโควิด เมื่อบริษัทกำลังจะเปิดตัวยุทธศาสตร์ความยั่งยืนพอดี มณีสุดาเลือกพิสูจน์ให้ผู้บริหารเห็นว่า “ความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องใช้เงิน” โดยเริ่มจากการปรับพฤติกรรมคนในองค์กรก่อน เช่น การแยกขยะอย่างจริงจัง และการลดการใช้พลาสติก ซึ่งภายในไม่กี่ปีสามารถลดการใช้พลาสติกได้หลายพันตัน

S&P ยังจัดทำหลักสูตร “S&P ESG DNA” ให้พนักงานทุกระดับเรียนและสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเข้าใจจริงไม่ใช่แค่รับรู้ และมีโครงการส่งอาหารเหลือจากสาขาต่าง ๆ ต่อให้ชุมชน ซึ่งแก้ปัญหา Food Waste ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางสังคมไปพร้อมกัน

ปัจจุบัน S&P ปรับ Packaging ให้เป็นวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้เกือบครบ 100% แล้ว

แม้จะมาจากอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันสิ้นเชิง แต่ทั้ง 5 องค์กรมีข้อสรุปที่ตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้นำองค์กรต้องเชื่อและผลักดันก่อน การวัดผลด้วยตัวเลขที่จับต้องได้ ตลอดจนการดึงซัพพลายเชนและพาร์ตเนอร์เข้ามาร่วมเดินทาง

ที่สำคัญที่สุดคือ ความยั่งยืนเป็นการลงทุนที่มี Return ทั้งในแง่การลดค่าใช้จ่าย การเข้าถึงแหล่งเงินทุนราคาถูก และการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ใช่ต้นทุนที่จมหาย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ความยั่งยืน