ททท.บูม ‘ตะวันออกกลาง’ผนึก flydubai โรดโชว์ ‘ดูไบ-อาบูดาบี’
ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม) ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามารวม 14.032 ล้านคน ติดลบ 2.30%
หากโฟกัสเฉพาะตะวันออกกลาง (Middle East) พบว่าในช่วง 5 เดือนแรกมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวม 150,779 คน ติดลบ 24.83% ในจำนวนนี้ซาอุดีอาระเบียเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดด้วยจำนวน 45,107 คน ติดลบ 28.25% รองลงมาคือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) จำนวน 26,702 คน ติดลบ 25.66% โอมาน จำนวน 26,116 คน ติดลบ 11.92% ฯลฯ
จากแนวโน้มของสงครามที่มีสัญญาณดีขึ้นนั้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเร่งเครื่องรุกตลาดตะวันออกกลาง เพื่อกระตุ้นยอดจองช่วงไฮซีซั่น
“ตะวันออกกลาง” ศักยภาพสูง
“ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อมูลว่า นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางโดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE เป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงที่มีกำลังซื้อและนิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศหลายครั้งต่อปี

และประเทศไทยยังคงครองตำแหน่งหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาว UAE จากความพร้อมของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานระดับสากล สามารถตอบโจทย์ ความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพได้อย่างครบถ้วน
โดยนักท่องเที่ยวจาก UAE มีการใช้จ่ายเฉลี่ยมากกว่า 100,000 บาทต่อคนต่อทริป พำนักในประเทศไทยเฉลี่ย 10-12 คืน นิยมเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาวและรีสอร์ตหรู รวมถึงมักเดินทางเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันยังเป็นตลาดที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำ (Re-visit) สูงถึงร้อยละ 65
สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยวและบริการของไทย อีกทั้งยังเป็นตลาดที่สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี
ทั้งนี้ ททท.มีแผนขยายฐานตลาดตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และมีศักยภาพด้านการใช้จ่ายสูง โดยในช่วงวันที่ 1 มกราคม-21 มิถุนายน 2569 มีนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 188,447 คน
flydubai เปิดรูตบินเข้าดอนเมือง
“จิระวดี คุณทรัพย์” รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท. บอกว่า ล่าสุดได้ร่วมมือกับสายการบินฟลายดูไบ ในการส่งเสริมตลาด โดยเปิดเส้นทางบินใหม่จากท่าอากาศยานนานาชาติดูไบสู่ท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ด้วยความถี่วันละ 1 เที่ยวบิน และมีแผนเพิ่มเป็นวันละ 2 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 เป็นต้นไป โดยใช้เครื่องบินรุ่น Boeing 737 MAX ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพจำนวนที่นั่งเครื่องบิน (Seat Capacity) เข้าสู่ประเทศไทย

การเปิดเส้นทางบินใหม่นี้จะช่วยเพิ่มจำนวนที่นั่งใหม่เข้าสู่ประเทศไทยในช่วงฤดูร้อน (กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2569) ได้มากถึงประมาณ 10,292 ที่นั่ง และช่วยกระตุ้นการเดินทางและรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวจากตลาดตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเปิดเส้นทางบินไปจนถึงก่อนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี อีกทั้งยังช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง
“เที่ยวบินปฐมฤกษ์ FZ1333 ของสายการบิน flydubai ที่ถึงสนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ได้รับการตอบรับดีมากจากนักท่องเที่ยว ด้วยโหลดแฟ็กเตอร์เต็ม 100% และเชื่อว่าเที่ยวบินดังกล่าวจะได้รับการตอบรับที่ดีต่อเนื่อง”
โรดโชว์ “ดูไบ-อาบูดาบี”
นอกจากนี้ ททท.ยังมีแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายภายใต้โครงการ “Amazing Thailand Takes Off with flydubai Roadshow 2026” ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ณ เมืองดูไบ และวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ณ เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ และสร้างการเติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
โดยภายในงาน ททท.จะจัดเวทีเจรจาธุรกิจ นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย 40 ราย พบปะสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจโดยตรงกับผู้ประกอบการและบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ในพื้นที่ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ด้านบวก ตอกย้ำความแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวไทย พร้อมนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพของไทย เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงและเป็นกลุ่มกระแสหลักของภูมิภาค
ได้แก่ กลุ่มเดินทางเพื่อการพักผ่อน, กลุ่มครอบครัวชาวอาหรับ, กลุ่มท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ, กลุ่ม MICE และกลุ่มองค์กร โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจจากทั้งสองเมืองรวมไม่น้อยกว่า 900 นัดหมาย เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและผลักดันการเดินทางสู่ประเทศไทยในระยะยาว
มุ่งชูโปรดักต์หรูย้ำความพรีเมี่ยม
“ฐาปนีย์” เพิ่มเติมด้วยว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาว UAE กำลังเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนทั่วไปไปสู่การแสวงหาประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณค่าและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคลยิ่งขึ้น
โดยกลุ่มสินค้าและบริการที่ได้รับความนิยม ได้แก่ การท่องเที่ยวระดับลักเซอรี่ (Luxury Tourism) การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness & Preventive Healthcare) การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) การท่องเที่ยวแบบ Family Holidays การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การช็อปปิ้ง รวมถึงการท่องเที่ยวในเมืองน่าเที่ยวต่าง ๆ ที่มอบประสบการณ์ใหม่และแตกต่างจากจุดหมายปลายทางกระแสหลัก
ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่จาก UAE ยังให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ความยั่งยืน และการออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวเฉพาะบุคคล (Personalized Experience) มากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการพัฒนาและนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดคุณภาพกลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุดและยั่งยืนในระยะยาว
จึงเชื่อมั่นว่าการเปิดเที่ยวบินดูไบสู่ท่าอากาศยานดอนเมือง ของสายการบิน ฟลายดูไบ และการจัดงาน Amazing Thailand Takes Off with flydubai Roadshow 2026 จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดตะวันออกกลาง
รวมทั้งช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับพรีเมี่ยมที่ตอบโจทย์กลุ่มคุณภาพ และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพในอนาคต