ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
สถานการณ์ราคาและการจำหน่ายปุ๋ยเคมีหลายพื้นที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามกลไกตลาดโลกที่เริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเอเย่นต์ผู้จัดหาปัจจัยการผลิตในพื้นที่ ยังคงต้องบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวดจากความผันผวนของต้นทุนรอบด้าน
นายชูศักดิ์ กองทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทวีทองการเกษตร จำกัด ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เคมีเกษตร และผู้ประกอบการส่งเสริมการเกษตร ข้าวโพดหวานและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายใหญ่ในภาคเหนือตอนบนและตอนล่างกว่า 80,000 ไร่ กล่าวว่า ในช่วงนี้ราคาปุ๋ยเคมีหน้าร้านในพื้นที่เริ่มทยอยปรับลดลงทีละเล็กทีละน้อย โดยเฉพาะปุ๋ยในกลุ่มไนโตรเจน เช่น ยูเรีย 46-0-0 ปรับลดลงประมาณ 100 บาท/กระสอบ (ขนาด 50 กก.) ทำให้ราคาขายปลีกในปัจจุบันลงมาอยู่ที่ 1,350 – 1,400 บาท/กระสอบ จากเดิมที่เคยพุ่งสูงถึง 1,500 – 1,600 บาท/กระสอบ
ในแง่ของปริมาณปุ๋ย ถือว่าเริ่มคลี่คลายและผ่อนคลายมากขึ้น แต่ยังไม่เต็ม 100% ก่อนหน้านี้ตลาดตึงตัวมากจนปุ๋ยสูตรหลักอย่าง 46-0-0 ขาดแคลน จนเกษตรกรและผู้จำหน่ายต้องเลี่ยงไปใช้ปุ๋ยสูตรทดแทนอย่าง 30-0-0 แต่ปัจจุบันบริษัทผู้นำเข้าและเอเย่นต์รายใหญ่เริ่มทยอยปล่อยสต๊อกปุ๋ยยูเรียออกมาสู่ตลาดบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่ว่าสั่งซื้อเท่าไหร่จะได้ครบทั้งหมดทันที ยังคงเป็นการทยอยกระจายสินค้า
งดสต๊อก-เน้นซื้อมาขายไป
เนื่องจากแนวโน้มราคาปุ๋ยมีโอกาสจะปรับลดลงได้อีก ทำให้ปัจจุบันทางบริษัท และร้านค้าหลายแห่งต้องปรับแผนโดยไม่สต๊อกปุ๋ยเคมีไว้ในคลังสินค้าเลย แต่จะใช้วิธีเช็กราคาอ้างอิงจากหน้าโรงงานปุ๋ยส่วนกลางแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ แล้วเน้นการซื้อมาใช้ไปทันที เพื่อป้องกันการขาดทุนสต๊อกหรือภาวะติดดอย หากราคาปุ๋ยในตลาดโลกดิ่งลงอย่างรวดเร็ว
“ปัจจัยเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่วิกฤตความตึงเครียดในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งปุ๋ยต้นทาง เรายังต้องจับตาดูว่าลอตใหม่ที่จะนำเข้ามาเพิ่มหลังจากนี้จะเปิดราคามาที่เท่าไหร่ ซึ่งทางเอเย่นต์ใหญ่เองก็ยังไม่สามารถเซตราคาที่นิ่งได้”
ปุ๋ยจีน ทางเลือกลดต้นทุน
นอกจากปัจจัยราคาปุ๋ยโลกแล้ว “ต้นทุนค่าขนส่ง” กลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการภาคเหนือ เพราะราคาน้ำมันดีเซลทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสูงขึ้นกว่า 10 – 15% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับโครงสร้างค่าขนส่งเป็นลอต ๆ ตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อโครงสร้างราคาสินค้าโดยรวม
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ปุ๋ยเคมีโควตาพิเศษราคาถูกจากประเทศจีนเริ่มทยอยหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยนั้น นายชูศักดิ์ระบุว่า ในส่วนของกลุ่มบริษัทผู้นำเข้ารายใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลการนำเข้ามาใช้อย่างชัดเจนว่ากระจายไปในภาคไหนบ้าง แต่มองว่า หากปุ๋ยจีนเข้ามาตีตลาดจริงจะส่งผลดีต่อเกษตรกรอย่างแน่นอน เนื่องจากจะเกิดกลไกการแข่งขันและเปรียบเทียบราคาในตลาด ซึ่งในช่วงแรกอาจต้องมีการทำแปลงสาธิตในชุมชนเพื่อทดสอบคุณภาพและความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับปุ๋ยค่ายเดิม หากคุณภาพใกล้เคียงกันแต่ราคาถูกกว่าก็จะเป็นทางรอดสำคัญในการลดต้นทุนให้เกษตรกร
ปุ๋ยยูเรียนำเข้าได้ แต่ราคายังสูง
นายธรรมรัฐ พิทักษ์สันติสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยพฤกษ์ อโกรเทคจำกัด จ.จันทบุรี กล่าวว่า หลังสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลาย เรือบรรทุกปุ๋ยที่ติดค้างสามารถขนส่งออกมาได้ ทำให้ผู้นำเข้าเริ่มทยอยนำเข้าปุ๋ยอีกครั้ง ปัญหาปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 ที่เคยขาดแคลนต่างเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายน ร้านจำหน่ายปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ในราคา 1,320 บาท/กระสอบ จากราคา 1,400-1,500 บาท (ขนาด 50 กก.)
ขณะที่ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2569 กำหนดราคาจำหน่ายปลีกแนะนำของปุ๋ยยูเรีย 5 แบรนด์ไว้ที่ 1,260-1,460 บาท/กระสอบ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคาปุ๋ยยังถือว่าสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ในพื้นที่จันทบุรีมีราคาประมาณ 800-900 บาท/กระสอบ
ทั้งนี้ ราคาปุ๋ยขึ้นอยู่กับราคาตลาดโลกและค่าขนส่ง แม้ราคาเนื้อปุ๋ยจะเริ่มทรงตัว แต่ต้นทุนการนำเข้ายังสูงเนื่องจากเรือบรรทุกปุ๋ยต้องจอดรอนาน 1-2 เดือน คาดว่าหากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติราคาจะทยอยลดลงอีก แต่ยังต้องติดตามราคาตลาดโลกอย่างใกล้ชิด
เกษตรกรทยอยซื้อ รอราคาลง
นายธรรมรัฐยังบอกอีกว่า ร้านค้ายังไม่มั่นใจทิศทางราคาปุ๋ยในอนาคต จึงไม่สั่งสต๊อกจำนวนมากเหมือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเกษตรกรทยอยซื้อเท่าที่จำเป็น เพราะคาดว่าราคาจะลดลงอีก
สำหรับปุ๋ยยูเรียที่ใช้เป็นแม่ปุ๋ยสำหรับผสมสูตร มีจำหน่ายในปริมาณจำกัด ส่วนปุ๋ยชนิดอื่นที่ใช้กับไม้ผล เช่น ปุ๋ยทำใบ เร่งดอก และบำรุงผล ยังมีเพียงพอ เพราะเกษตรกรบางส่วนเริ่มปรับตัวด้วยการลดความถี่ในการใส่ปุ๋ย จากเดิมใส่เดือนเว้นเดือน เป็นเดือนเว้น 2 เดือน หรือใช้ปุ๋ยอินทรีย์สลับกัน
ด้านนายชลธี นุ่มหนู นายกสมาพันธ์ทุเรียนภาคตะวันออก และเจ้าของร้านไทยพรรณการเกษตร กล่าวว่า ปุ๋ยยูเรียเป็นแม่ปุ๋ยสำคัญที่ใช้ผสมปุ๋ยเบลนด์ (Blend Fertilizer) แต่สามารถใช้ปุ๋ย DAP ทดแทนบางส่วนได้ เช่น สูตร 30-0-0 หรือ 18-46-0 ช่วยลดต้นทุนได้ หากโรงงานไม่จำหน่ายแม่ปุ๋ยยูเรียให้เกษตรกร หรือผลิตเฉพาะปุ๋ยสูตรสำเร็จ จะทำให้เกษตรกรต้องซื้อปุ๋ยในราคาสูงขึ้น
ขณะนี้สวนผลไม้เข้าสู่ช่วงหลังเก็บเกี่ยว ซึ่งต้องใช้ปุ๋ยในกลุ่มไนโตรเจนสูงเพื่อฟื้นฟูต้น แม้การนำเข้าปุ๋ยจะกลับมาทำได้แล้วและราคาปรับลง แต่ปุ๋ยยูเรียยังหาซื้อได้ยากในบางพื้นที่ ทำให้เกษตรกรบางส่วนหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนการใช้ปุ๋ยยูเรีย
ลุ้นราคากลับสู่ระดับก่อนวิกฤต
นายเรือง ศรีนาราง ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดตราด กล่าวว่า ราคาปุ๋ยเริ่มปรับลดลงตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ก่อนที่กรมการค้าภายในจะประกาศราคาแนะนำฉบับล่าสุด (22 มิ.ย. 69) ร้านค้าส่วนใหญ่แจ้งลูกค้าเรื่องการปรับราคาล่วงหน้า แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงซื้อเฉพาะที่จำเป็น และยังไม่สต๊อก เพราะเชื่อว่าหากสถานการณ์สงครามยังไม่รุนแรงราคาควรลดลงต่ำกว่า 1,000 บาท/กระสอบ
สำหรับสวนทุเรียนของตนเองจะซื้อแม่ปุ๋ยมาผสมเป็นปุ๋ยเบลนด์ให้เหมาะกับความต้องการของทุเรียนแต่ละช่วง ซึ่งช่วยประหยัดกว่าการซื้อปุ๋ยสูตรสำเร็จจากโรงงาน
ด้านนางวริสา มีเจริญ เจ้าของสวนผลไม้รายใหญ่ อ.เขาสมิง จ.ตราด กล่าวว่า แม้ประกาศทางการกำหนดเพดานราคาจำหน่ายปุ๋ยและให้ร้านค้าติดป้ายแสดงราคา โดยมองว่าการกำหนดราคาแนะนำในระดับสูง อาจทำให้กลายเป็นฐานราคาที่ผู้ประกอบการใช้จำหน่ายได้อย่างถูกต้อง เพราะก่อนเกิดวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ราคาปุ๋ยยูเรียอยู่ที่ 850 บาท/กระสอบ แต่ปัจจุบันยังอยู่ที่กว่า 1,300 บาท แม้ราคาตลาดโลกจะกลับมาใกล้เคียงระดับเดิมแล้วก็ตาม