เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จัดเวทีถก “โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตโลก”

04 ก.ค. 2569 | 12:06น.

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ จัดงานครบรอบ 29 ปี พร้อมเวทีเสวนา “โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตโลก” โดยมี นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ กล่าวเปิดงาน และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ

นายชวรงค์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีความหมายเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2540 เพียง 2 วันหลังประเทศไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ซึ่งนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ พร้อมระบุว่าปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบใหม่จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน และเศรษฐกิจโลก จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการกำหนดทิศทางประเทศ

นายเอกนิติ กล่าวว่า วิกฤตโลกในปัจจุบันแตกต่างจากวิกฤตที่ผ่านมา เพราะไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ระยะสั้นที่กระทบราคาพลังงานหรือการค้าโลก แต่กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของโลก ทั้งวิถีชีวิต วิธีการทำงาน วิธีการดำเนินธุรกิจ และการบริหารประเทศ โดยรัฐบาลจึงต้องมองสถานการณ์ในภาพใหญ่ ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 3 ด้าน ได้แก่

การเปลี่ยนแปลงประการที่ 1 Security First

จากโลกาภิวัตน์สู่โลกที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคง (Security First) จากเดิมที่ภาคธุรกิจเลือกลงทุนในประเทศที่มีต้นทุนต่ำที่สุด แต่ปัจจุบันให้ความสำคัญกับประเทศที่มีเสถียรภาพและห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงมากกว่า

“สมัยก่อนเราหาที่ที่ผลิตได้ถูกที่สุด แต่วันนี้ไม่ได้หาแค่ต้นทุนที่ถูกที่สุดแล้ว เราหาที่ที่มั่นคงที่สุด ไม่ใช่ Efficiency First แต่เป็น Security First”

การเปลี่ยนแปลงด้านที่ 2 คือ Greenergy Transition

หรือการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสงครามและความขัดแย้งในหลายภูมิภาคทำให้ราคาพลังงานผันผวน ประเทศที่ยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งประเทศไทยยังนำเข้าพลังงานคิดเป็นเกือบร้อยละ 10 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติกว่าร้อยละ 60 จึงมีความเปราะบางต่อวิกฤตพลังงานมากกว่าหลายประเทศ

การเปลี่ยนแปลงด้านที่ 3 คือ AI Transformation

ซึ่งกำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของทุกภาคส่วน ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล การสรุปข้อมูล การแปลภาษา ไปจนถึงการตัดสินใจทางธุรกิจและการบริหารองค์กร โดยประเทศที่สามารถนำ AI มาปรับใช้ได้เร็ว จะได้เปรียบในการแข่งขัน

“วันนี้มันไม่ใช่แค่ Digital Transformation แต่มันคือ AI Transformation ใครขึ้นรถไฟขบวน AI ได้ก่อน ก็จะได้เปรียบ แต่ใครปรับตัวไม่ทัน ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

นอกจากปัจจัยภายนอก ประเทศไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง 3 เรื่อง ได้แก่ วิกฤตพลังงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าศักยภาพ และความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ทำให้ราคาสินค้าและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นลูกโซ่ วิกฤตครั้งนี้ไม่เหมือนวิกฤตในอดีต วิกฤตครั้งนี้เกิดจากพลังงาน เกิดจากสงคราม แล้วลามมาเป็นวิกฤตค่าครองชีพ

เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ รัฐบาลได้กำหนดกรอบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้แนวคิด “5T” ประกอบด้วย Target, Transition, Transform, Transparency และ Together ซึ่งเป็นทั้งแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว

หลักการข้อแรก Target คือ การใช้นโยบายและงบประมาณอย่างตรงเป้าหมาย เพราะทรัพยากรของรัฐมีจำกัด การดำเนินมาตรการต่าง ๆ จึงต้องมุ่งช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งประชาชนรายได้น้อย เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และเอสเอ็มอี แทนการใช้งบประมาณแบบหว่านทั่วประเทศ พร้อมออกแบบมาตรการที่ไม่ใช่เพียงการเยียวยาระยะสั้น แต่ต้องช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถยืนได้ด้วยตัวเองในระยะยาว

ตัวอย่างคือโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่รัฐบาลไม่ได้มุ่งเพียงกระตุ้นการใช้จ่าย แต่ต้องการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI “นกกระซิบ” เข้ามาช่วยผู้ประกอบการรายย่อย วิเคราะห์ยอดขาย พฤติกรรมลูกค้า ต้นทุนสินค้า ช่วงเวลาที่ขายดีที่สุด รวมถึงช่วยจัดทำบัญชีเบื้องต้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบและยกระดับศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจรายเล็ก

“เราไม่ได้คิดแค่ช่วยเขาสั้น ๆ แล้วจบ แต่ต้องทำให้เขาเก่งขึ้น แข่งขันได้มากขึ้น และอยู่ได้ด้วยตัวเอง”

หลักการข้อที่สอง Transition ประเทศไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพราะหากยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในระดับสูง ประเทศจะยังคงเผชิญต้นทุนพลังงานที่ผันผวนและสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน รัฐบาลจึงเร่งผลักดันการลงทุนด้านพลังงานสะอาด ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง (Direct PPA) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

“วันนี้เราต้องยอมรับว่าเราป่วยเป็นมะเร็ง วันนี้ให้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวด ให้วิตามินก็ช่วยประคองได้ แต่ยาเคมีบำบัด จะรอให้ในอีก 5 เดือน 6 เดือน หรืออีกปีหนึ่งค่อยมาทำการเปลี่ยนผ่านเรื่องพลังงานหรือ ถ้าเราไม่รีบเปลี่ยนผ่าน ไม่รีบทำตัวเองให้แข็งแรง ไม่รีบรักษาโรคที่ต้นตอ ประเทศก็จะยิ่งแย่”

หลักการข้อที่สาม Transform คือ การปฏิรูปประเทศเพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทุนมนุษย์ การปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบให้เอื้อต่อการลงทุน รวมถึงเร่งสร้างระบบนิเวศด้าน AI ดาต้าเซ็นเตอร์ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ได้ หลักการข้อที่สี่ Transparency คือ การสร้างความโปร่งใสในการบริหารราชการ โดยรัฐบาลจะเปิดเผยข้อมูลภาครัฐและข้อมูลงบประมาณในรูปแบบดิจิทัล เพื่อให้ประชาชน ภาคธุรกิจ นักวิชาการ และสื่อมวลชนสามารถเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบ และนำไปใช้วิเคราะห์ต่อได้ เพราะความโปร่งใสจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและทำให้การดำเนินนโยบายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ส่วนหลักการข้อสุดท้าย Together นายเอกนิติ กล่าวว่า การพัฒนาประเทศไม่สามารถอาศัยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน สถาบันการเงิน ภาคการศึกษา นักวิจัย และประชาชน เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ พัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย

หากประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนทั้ง 5T ได้พร้อมกัน จะช่วยให้ประเทศรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ และการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

“วันนี้เราต้องยอมรับว่าเราป่วยเป็นมะเร็ง วันนี้ให้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวด ให้วิตามินก็ช่วยประคองได้ แต่ยาเคมีบำบัด จะรอให้ในอีก 5 เดือน 6 เดือน หรืออีกปีหนึ่งค่อยมาทำการเปลี่ยนผ่านเรื่องพลังงานหรือ ถ้าเราไม่รีบเปลี่ยนผ่าน ไม่รีบทำตัวเองให้แข็งแรง ไม่รีบรักษาโรคที่ต้นตอ ประเทศก็จะยิ่งแย่”

ประเทศไทยยังมีโอกาสพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส หากทุกภาคส่วนร่วมกันเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทิ้งท้ายว่า

“ประเทศไทยแย่มานานแล้ว ถ้าไม่ลุกขึ้นมาทำ ไม่ช่วยกันทำ ประเทศไทยก็จะยิ่งถอยหลังไปเรื่อย ๆ”