10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
อสังหาฯ ที่ดิน
แม้ว่าภาวะตลาดอสังหาฯยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อชะลอตัว สินเชื่อเข้าถึงยาก และต้นทุนการพัฒนาโครงการที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอการเปิดโครงการใหม่ แต่ในอีกด้าน รายใหญ่ยังคงเคลื่อนไหว อัดงบซื้อ “ที่ดิน” อย่างต่อเนื่อง
เอพีซื้อมากสุด 1.5 หมื่นล้าน
จากการสำรวจของ”ประชาชาติธุรกิจ” พบว่ามี 10 บริษัทอสังหาฯ คิดเป็นวงเงินกว่า 4.4 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย
- บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัดมหาชน ตั้งงบซื้อที่ดินประมาณ 500-800 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการในอนาคต โดยมองหาทำเลเปิดโครงการแนวราบเป็นหลัก
- บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) ตั้งงบซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการใหม่ไว้ที่ 1,500 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปสมทบกับที่ดินเดิมที่มีมูลค่า 1,200 ล้านบาท เพื่อใช้พัฒนาโครงการอสังหาฯที่ตอบโจทย์ตลาดระดับบนมากขึ้น
- บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ตั้งงบซื้อที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประมาณ 2,000 ล้านบาท จากงบลงทุน 4,500 ล้านบาท
- บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แบ่งงบเงินซื้อที่ดิน 3,700 ล้านบาท จากเงินลงทุนรวม 6,000 ล้านบาท
- บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด(มหาชน) หรือA P ตั้งงบซื้อที่ดิน 15,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อนหน้า ถือว่าสูงสุดในอุตสาหกรรมอสังหาฯ
แสนสิริเปิดดีลซื้อที่ 3 พันล้าน
ด้านบริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) “อุทัย อุทัยแสงสุข” กรรมการผู้จัดการใหญ่ อัพเดตล่าสุดในปี 2569 เพิ่มงบซื้อที่ดินจาก 2,000 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาท หลังมีที่ดินที่ราคาเหมาะสมเสนอเข้ามาจำนวนมาก ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูเก็ต ปัจจุบันทยอยซื้อในทำเลศักยภาพสูงไปแล้ว 50% ตามแผนการเปิดโครงการ เน้นทำเลพร้อมพัฒนาทันที เพื่อเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นรายรับกลับมาเร็วที่สุด
นอกจากนี้ยังเปิดรับซื้อที่ดินกรุงเทพฯ จากเจ้าของที่ดิน แบ่งเป็น 1.พื้นที่ 1 ไร่ โซนในเมือง อาทิ อารีย์-ราชครู-ประดิพัทธ์, จุฬา-พระราม 4, นางลิ้นจี่-สวนพลู-เย็นอากาศ 2.ไม่เกิน 20 ไร่ อาทิ กัลปพฤกษ์-บางบอน 1, ติวานนท์-เรวดี, พระราม 9-เลียบวงแหวนกาญจนา 3.มากกว่า 20 ไร่ สำหรับโครงการแนวราบโซนศักยภาพ เช่น อ่อนนุช-บางนา-กิ่งแก้ว, ศรีนครินทร์-พัฒนาการ, พุทธมณฑล-พรานนก-เพชรเกษม
พราวบุกซีบีดี-ศุภาลัยอัด 8 พันล้าน
ขณะที่ ”ภูมิพัฒน์ สินาเจริญ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD ระบุว่าบริษัทฯกำลังเจรจาซื้อที่ดิน 2-3 แปลงสำหรับพัฒนาโครงการใหม่ ทำเลซีบีดี ติดรถไฟฟ้า เนื้อที่ประมาณ 2-3 ไร่ โดยตั้งงบในการซื้อที่ดินไว้ที่ 2,500-3,000 ล้านบาท
ส่วน”ประทีป ตั้งมติธรรม” ประธานกรรมการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันมีที่ดินและโครงการจากผู้ประกอบการอสังหาฯ และเจ้าของที่ดิน เสนอขายให้กับศุภาลัยหลายทำเลในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ถือว่าเป็นจังหวะที่ดี แต่ต้องพิจารณาราคาและทำเล โดยปีนี้บริษัทตั้งงบฯ ซื้อที่ดินไว้ 8,000 ล้านบาท
ASW จ่อเปิดตัวโครงการ Shortcut
ฝั่ง”กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า ผู้ประกอบการเปิดตัวใหม่น้อยลง ทำให้ซัพพลายบางทำเลลดและบางทำเลก็ไม่มีซัพพลายเหลือ แต่ยังมีดีมานด์ ซึ่งปีนี้บริษัทตั้งงบฯ ซื้อที่ดินไว้ 3,000 ล้านบาทและใช้ซื้อที่ดินไปหมดแล้วตั้งแต่ครึ่งปีแรก ส่วนใหญ่อยู่ภูเก็ตและกรุงเทพฯ
“ที่ตัดสินใจซื้อเพราะบางแปลงปรับลดราคา เป็นทำเลไม่มีซัพพลายเหลือ แต่เราวางแผนไว้จะพัฒนาโครงการที่มีขนาดเล็กลง หรือลดจำนวนยูนิต เพื่อสอดรับกับดีมานด์ที่จำกัด และปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์”
บริษัทยังเพิ่มกลยุทธ์ขยายโครงการในกรุงเทพฯ ซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่อจากผู้ประกอบการที่เสนอขายให้ นำมาต่อยอดโครงการใหม่ เป็นวิธีการพัฒนาโครงการที่รวดเร็วขึ้นแทนการนับหนึ่งใหม่ ซึ่งกรุงเทพฯ จะมีโอกาสใหม่จากผู้ประกอบการที่ได้พัฒนาแบบและขออีไอเอแล้ว อยากให้เราไปทำต่อ ตอนนี้เริ่มซื้อโครงการมาแล้ว
“แต่ละบริษัทมีสไตล์ไม่เหมือนกัน เราดูว่าหาจุดขายจุดไหนได้ เปลี่ยนเป็นแบรนด์เราอาจเข้ากับโลเกชั่นนั้น หรือบางโครงการออกแบบมา 4-5 ปี นำมาปรับโปรดักต์ให้เข้ากับปัจจุบันก็อาจช่วยได้ บางทำเลดีแต่ติดเรื่องการเงิน หากแก้ไขสถานการณ์การเงินได้ก็ไปต่อได้ ซึ่งโครงการเหล่านี้ส่วนใหญ่ขออีไอเอแล้ว ปรับปรุง 1 ปีก็สามารถขายต่อได้”
SC กว้านซื้อที่ดิน 4 พันล้าน
ส่วนบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC “มงกุฎ เตโชฬาร” กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวราบ และการตลาด เปิดเผยว่า การปรับราคาประเมินที่ดินมีการปรับอยู่เรื่อย ๆ และราคาที่ดินแต่ละทำเลก็สูงกว่าราคาประเมินมากการปรับราคาที่จะมีผลเดือนธันวาคม 2569 นี้ จึงไม่มีผลต่อการซื้อที่ดิน เนื่องจากราคาที่เสนอขายมักจะมาจากความพึงพอใจของแลนด์ลอร์ด
“แต่สถานการณ์ในปีนี้ พบว่ามีที่ดินแปลงใหม่ราคาดีไหลเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ปีนี้บริษัทตั้งงบไว้ที่ 4,000 ล้านบาทสำหรับโครงการแนวราบ และใช้ไปแล้วกว่าครึ่งสำหรับที่ดิน 15 แปลง เป็นแปลงเล็ก ๆ รวมกัน ซึ่งครึ่งปีแรกตั้งเป้าว่าจะซื้อเพียง 10 แปลงเท่านั้น แต่ด้วยภาวะที่ราคาที่ดินดี บนทำเลที่ดี และใกล้ซีบีดี 2-3 แปลง เป็นเหตุให้ตัดสินใจซื้อเยอะกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้”