“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
“พิพัฒน์” ลุยสตูล ปักหมุด “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่ ได้งบปี 70 แล้ว 30 ล้าน เริ่มสร้างธ.ค.นี้ เชื่อมเมืองสตูล-หลีเป๊ะ-ตะรุเตา-ลังกาวี กระจายรายได้สู่ชุมชน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า วันที่ 4 กรกฏาคม 2569 ได้ลงพื้นที่จังหวัดสตูล ติดตามการขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือตันหยงโป ตำบลตันหยงโป อำเภอเมืองสตูล ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่กระทรวงคมนาคมเตรียมผลักดันให้เป็น “ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่” ของจังหวัดสตูล เชื่อมการเดินทางจากตัวเมืองสู่หมู่เกาะสำคัญ ลดเวลาและเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ประชาชนในพื้นที่
”รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมเห็นศักยภาพของจังหวัดสตูล ซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก ทั้งอุทยานแห่งชาติตะรุเตา หมู่เกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ เกาะไข่ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกหลายแห่ง จึงต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้เข้ากับตัวเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อกระจายรายได้ในชุมชน“
นายพิพัฒน์กล่าวว่า วันนี้ลงมาดูพื้นที่จริง เนื่องจากงบประมาณสำหรับโครงการนี้ได้เตรียมไว้แล้ว เป้าหมายคือทำให้ท่าเรือตันหยงโปเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการแวะเข้ามาท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอย และสัมผัสเมืองสตูล ก่อนเดินทางต่อไปยังหมู่เกาะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตะรุเตา อาดัง หรือหลีเป๊ะ สามารถลงเรือจากตันหยงโปได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางอ้อมไปยังท่าเรือปากบาราทุกครั้ง
”กรมเจ้าท่าได้ตั้งงบประมาณปี 2570 วงเงิน 30 ล้านบาทสำหรับปรับปรุงท่าเทียบเรือตันหยงโป เบื้องต้นพัฒนาสะพานท่าเทียบเรือได้ระยะทางไม่น้อยกว่า 150 เมตร โดยบริเวณปลายสะพานมีระดับน้ำประมาณ 1 เมตรในช่วงน้ำลงต่ำสุด ทำให้เรือสปีดโบ๊ทสามารถเข้า – ออกและเทียบท่าได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องรอระดับน้ำขึ้น จะเพิ่มความสะดวกและความคล่องตัวในการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว“
นายพิพัฒน์กล่าวว่า โครงการมีกำหนดเริ่มการก่อสร้างเดือนธันวาคม 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570 โดยออกแบบให้สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดสตูล ผสมผสาน “ลายฉลุมลายู” กับอัตลักษณ์ “อุทยานธรณีโลกสตูล” ผ่านลวดลายแอมโมไนต์ เพื่อให้ท่าเรือแห่งนี้เป็นมากกว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง แต่เป็นแลนด์มาร์กที่สะท้อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของพื้นที่
เมื่อท่าเรือตันหยงโปแล้วเสร็จจะสามารถเชื่อมโยงการเดินทางไปยังเกาะหลีเป๊ะ หมู่เกาะตะรุเตา หมู่เกาะอาดัง เกาะไข่ สันหลังมังกร และในอนาคตมีศักยภาพเชื่อมต่อไปยังเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย จะช่วยเปิดตลาดนักท่องเที่ยวใหม่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียที่เดินทางผ่านด่านวังประจัน รวมถึงผู้เดินทางจากจังหวัดสงขลาและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
และสร้างเส้นทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประชาชน
นอกจากการพัฒนาท่าเรือแล้ว กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าเชื่อมโยงโครงข่ายทางบก โดยผลักดันเส้นทางจากอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ผ่านพื้นที่บาโรย เชื่อมสู่นิคมอุตสาหกรรมควนกาหลง จังหวัดสตูล ซึ่งจะช่วยลดระยะทางการเดินทางได้ประมาณ 60 กม. เมื่อเทียบกับเส้นทางปัจจุบันที่ต้องเดินทางผ่านหาดใหญ่ก่อนเข้าสู่จังหวัดสตูล
อีกทั้งยังเตรียมฟื้นศักยภาพ “ท่าเรือตำมะลัง” หลังกรมเจ้าท่าดำเนินการขุดลอกร่องน้ำและบริเวณหน้าท่าให้มีความลึกไม่น้อยกว่า 3 เมตร โดยเตรียมหารือความร่วมมือกับรัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย เพื่อเพิ่มกิจกรรมเดินเรือระหว่างประเทศในอนาคต
