อสังหาฯจุก รีเจ็กต์เรตพุ่งไม่หยุด 44.9% ลามบ้าน 7 ล้าน จี้รัฐปลดล็อกค้ำสินเชื่อ
สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เผย ยอดปฏิเสธสินเชื่อครึ่งปีแรกพุ่ง 44.9% ปรับตัวสูงทุกระดับราคา กระทบทุกตลาด จี้รัฐบาลเร่งมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ-รวมหนี้ ปลดล็อกคนอยากมีบ้าน
นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร (HBA) เปิดเผยผลสำรวจอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Reject Rate) ประจำครึ่งปีแรก 2569 จากผู้ประกอบการสมาชิก พบว่า อัตราการปฏิเสธสินเชื่อโดยรวมอยู่ที่ 44.9% เพิ่มขึ้น จาก 39.8% ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สะท้อนว่าหนึ่งในความท้าทายสำคัญของตลาดที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน
อัตราการปฏิเสธสินเชื่อปรับตัวสูงขึ้นในเกือบทุกระดับราคา โดยเฉพาะบ้านระดับ 3–7 ล้านบาท และมากกว่า 7 ล้านบาท ขณะที่บ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทยังคงมีอัตราการปฏิเสธอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าปัญหาดังกล่าวกำลังส่งผลกระทบต่อผู้ซื้อบ้านในหลายกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะตลาดระดับล่าง
นายสุนทร ระบุอีกว่า แม้สถาบันการเงินจำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ แต่ยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่มีรายได้มั่นคง และมีความตั้งใจซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง กลับไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาสินเชื่อ ซึ่งการชะลอตัวของการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง เนื่องจากภาคอสังหาฯเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมกว่า 40 สาขา ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งพิจารณามาตรการที่ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชนที่มีศักยภาพ อาทิ เช่น Mortgage Guarantee Scheme หรือจัดตั้งกลไกค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อแบ่งเบาความเสี่ยงของสถาบันการเงินและเพิ่มโอกาสให้ผู้ซื้อบ้านหลังแรก, Consolidated Debt รวบรวมหนี้ดอกเบี้ยสูงมารีไฟแนนซ์เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพื่อลดภาระดอกเบี้ย ค่างวดรายเดือน และความเสี่ยงการเกิดหนี้เสีย และ Risk-based Interest Rate ที่เปิดโอกาสให้สถาบันการเงินกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้ แทนการปฏิเสธสินเชื่อทั้งหมด
