กพช.ไฟเขียวแยกค่าไฟสาธารณะ พ้นบิล ปชช. เล็งเริ่มรอบ ส.ค.
รมช.มหาดไทยเผย กพช.ไฟเขียวนำค่าไฟทางสาธารณะพ้นบิลค่าไฟประชาชน ดึงกำไรดาต้าเซ็นเตอร์ชดเชย เล็งเริ่มรอบบิล ส.ค.
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 2/2569 ว่า ที่ประชุมมีมติปรับเกณฑ์ค่าไฟโดยคิดอัตรา 3 บาทผู้ใช้ 200 ยูนิตแรก
นอกจากนี้ให้ไปคิดค่าไฟ โดยจะเก็บจากกลุ่มอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงที่ประชุมมีมติให้เอาค่าไฟสาธารณะออกจากบิลของประชาชน โดยรัฐบาลจะไปหาวิธีการบริหารจัดการงบประมาณเอง โดยสิ่งที่เราจะทำคือไปนำมาจากตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ ที่จะมีการลงทุนในอนาคต
โดยที่ประชุม กพช.วันนี้จะส่งมติต่อให้กับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) รวมถึงไปรับฟังความคิดเห็นอีก 15 วัน โดย 3 การไฟฟ้า จากนั้นจะนำไปพิจารณาเรื่องเรตราคา และอีกส่วนที่ได้จากผลประกอบการของดาต้าเซ็นเตอร์ ก็จะนำมาชดเชยกับในส่วนของค่าไฟสาธารณะ ประมาณ 1.8 หมื่นล้าน ก่อนที่จะนำเสนอสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยคิดว่าจะดำเนินการได้เร็วที่สุดภายในรอบบิลเดือน ส.ค. นี้
เมื่อถามว่า ในส่วนของการนำไฟทางและสาธารณะออกมา โดยที่ไม่เรียกเก็บจากดาต้าเซ็นเตอร์ จะต้องนำงบประมาณส่วนหนึ่งมาใช้ใช่หรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า จะต้องดูว่าจะจัดการตรงนี้อย่างไร โดยการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะรับไปดูแล โดยดูจากผลกำไรของกิจกรรมต่าง ๆ และส่วนหนึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะไปดูแล ส่วนสัดส่วนจะออกมาอย่างไรต้องรอ กกพ. เรียกคุยอีกครั้ง จะมาจากการบริหารตรงนี้ โดยที่ประชาชนไม่ต้องมารับผิดชอบ
ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องเรตค่าไฟของดาต้าเซ็นเตอร์ ที่อาจจะแพงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนหรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า คณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นจะมีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน โดยจะพิจารณาจากการลงทุนของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และค่าไฟของประเทศอื่นมาประกอบกับมาตรการที่เราจะคิดว่าเป็นอย่างไร
โดยต้องพิจารณาข้อดี-ข้อเสีย ซึ่งในส่วนข้อดีจะมีการลงทุนมหาศาลแต่ไม่เกิดการจ้างงานและใช้ทรัพยากรในไทยเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าเป็นน้ำ-ไฟ หากยิ่งใช้ไฟเยอะต้นทุนการผลิตยิ่งเยอะก็หมายความว่าเราใช้แก๊สเยอะขึ้น ราคายิ่งสูงขึ้น ซึ่งต้องมีคนมาดูแลตรงนี้ แต่ต้องไม่เป็นภาระกับประชาชน