เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
Politics ‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
Biz Movement ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
CIMB THAI ปรับเกมรุกสินเชื่อบ้านครึ่งปีหลัง ลุยตลาดรีไฟแนนซ์เต็มรูปแบบ ชูดอกเบี้ยปีแรก 1.44%
Finance CIMB THAI ปรับเกมรุกสินเชื่อบ้านครึ่งปีหลัง ลุยตลาดรีไฟแนนซ์เต็มรูปแบบ ชูดอกเบี้ยปีแรก 1.44%
ดูทั้งหมด

กรมประมงแจงผลตรวจปลากระป๋อง ยึดมาตรฐานสากล พร้อมลุยแก้ไข 21 จังหวัด

16 ก.ค. 2569 | 14:09น.

กรมประมงออกโรงชี้แจงผลตรวจชนิดสัตว์น้ำในผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง หลังสังคมตั้งข้อสงสัยกรณีผลตรวจจากหน่วยงานต่าง ๆ อาจไม่ตรงกัน โดยยืนยันว่าการตรวจสอบของกรมประมงใช้หลักวิชาการตามมาตรฐานห้องปฏิบัติการสากล ทั้งหลักสัณฐานวิทยาและอนุกรมวิธาน ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่ใช้ตรวจสินค้าสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก และได้รับการยอมรับจากประเทศคู่ค้าสำคัญ

ขณะเดียวกัน กรมประมงยืนยันว่า การแก้ปัญหาปลาหมอคางดำยังเป็นภารกิจเร่งด่วนที่เดินหน้าต่อเนื่อง ทั้งการจำกัดการแพร่ระบาด การกำจัดออกจากแหล่งน้ำ การใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ และการเตรียมของบประมาณปี 2570 วงเงิน 19.35 ล้านบาท เพื่อใช้ควบคุมสถานการณ์อย่างเป็นระบบ

แจงผลตรวจ 3 ชุด ไม่พบปลาหมอคางดำ

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากกรณีที่สังคมให้ความสนใจและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการตรวจชนิดสัตว์น้ำในผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง กรมประมงขอชี้แจงว่า การดำเนินการเป็นไปตามเทคนิคมาตรฐานห้องปฏิบัติการสากล โดยใช้หลักสัณฐานวิทยา หรือ Morphology Identification และหลักอนุกรมวิธาน หรือ Taxonomy

แนวทางดังกล่าวเป็นวิธีเดียวกับที่กรมประมงใช้ตรวจสอบสินค้าสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก และผ่านการประเมินจากประเทศคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐเกาหลี

สำหรับตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ส่งมาให้ตรวจสอบเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 จำนวน 3 ชุดตัวอย่าง กรมประมงได้ตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานสัตว์น้ำ และจัดทำรายงานผลส่งกลับให้ อย. ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2569

ผลตรวจชุดที่ 1 เป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปบรรจุกระป๋อง ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ ตราโบนัส จำนวน 10 กระป๋อง พบว่าเป็นปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศทั้ง 10 กระป๋อง

ชุดที่ 2 เป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปบรรจุกระป๋อง ไม่ติดฉลาก จำนวน 4 กระป๋อง พบว่าเป็นปลานิลในซอสมะเขือเทศทั้ง 4 กระป๋อง

ชุดที่ 3 เป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปบรรจุกระป๋อง ไม่ติดฉลาก จำนวน 6 กระป๋อง พบว่าเป็นปลานิลในซอสมะเขือเทศทั้ง 6 กระป๋อง

ชี้ผลตรวจต่างกันอาจมาจากคนละรุ่นผลิต

อธิบดีกรมประมงระบุว่า การจำแนกชนิดปลากระป๋องสามารถใช้หลักสัณฐานวิทยาในการจำแนกปลานิลและปลาหมอคางดำได้ เนื่องจากปลาทั้งสองชนิดมีลักษณะเฉพาะตามหลักอนุกรมวิธาน เช่น จำนวนแถวเกล็ดเหนือเส้นข้างลำตัวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ส่วนการตรวจวิเคราะห์ด้วยลำดับเบสดีเอ็นเอ หรือ DNA sequencing เป็นอีกเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ที่มีความจำเพาะ แต่ต้องผ่านกระบวนการเตรียมตัวอย่างในระดับโมเลกุล ใช้เวลานาน และมีค่าใช้จ่ายสูง ก่อนนำลำดับเบสดีเอ็นเอไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลพันธุกรรม หรือ GenBank

กรมประมงย้ำว่า ทั้งสองวิธีเป็นที่ยอมรับตามหลักวิทยาศาสตร์และมาตรฐานสากล

กรณีผลตรวจของหน่วยงานอื่นแตกต่างจากผลตรวจของกรมประมง ในทางวิชาการจำเป็นต้องพิจารณาว่าตัวอย่างที่ตรวจเป็นตัวอย่างจากรุ่นการผลิตเดียวกันหรือกระป๋องเดียวกันหรือไม่ เพราะโรงงานอาจใช้วัตถุดิบจากหลายแหล่งในแต่ละรุ่นการผลิต และหากปัจจัยแวดล้อมของตัวอย่างต่างกัน ก็อาจทำให้ผลจำแนกชนิดแตกต่างกันได้

ส่วนการควบคุมคุณภาพอาหารและการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ หรือ Traceability เป็นอำนาจหน้าที่ของ อย. ซึ่งกำกับดูแลโรงงานผลิตอาหารภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522

คุมครอบครอง-เคลื่อนย้ายปลาหมอคางดำ

อธิบดีกรมประมงกล่าวเพิ่มเติมว่า กรมประมงมีกฎหมายควบคุมการครอบครองและเคลื่อนย้ายปลาหมอคางดำ ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามมีไว้ในครอบครอง พ.ศ. 2567

กรมประมงรับทราบข้อกังวลของสังคมเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ และพร้อมเปิดรับข้อมูลจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการประเมินความชุกชุมของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ กรมประมงใช้วิธีสุ่มตัวอย่างปลาที่เป็นตัวแทนของทั้งลำน้ำ โดยคิดเป็นค่าเฉลี่ยต่อพื้นที่แหล่งน้ำที่สุ่มตัวอย่าง

อย่างไรก็ตาม ปลาหมอคางดำมีพฤติกรรมรวมฝูงในลำน้ำเดียวกัน จึงอาจพบปลาจำนวนมากในบางพื้นที่ ขณะที่บางพื้นที่อาจพบจำนวนน้อยหรือไม่พบเลย

สำรวจ 204 แหล่งน้ำ 21 จังหวัด

ผลสำรวจความชุกชุมเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กรมประมงสุ่มสำรวจแหล่งน้ำธรรมชาติ 204 แหล่งน้ำ ใน 21 จังหวัด

ผลสำรวจพบว่า ไม่พบการระบาดใน 2 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี และปัตตานี

พื้นที่แพร่ระบาดความชุกชุมน้อย หรือน้อยกว่า 10 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร พบ 9 จังหวัด ได้แก่ ตราด ฉะเชิงเทรา นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรสงคราม นครปฐม ราชบุรี สงขลา และพัทลุง โดยมีค่าเฉลี่ย 1-8 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร

พื้นที่แพร่ระบาดความชุกชุมปานกลาง หรือ 10-100 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร พบ 10 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช โดยมีค่าเฉลี่ย 11-88 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร

ทั้งนี้ ไม่พบพื้นที่การแพร่ระบาดมาก หรือมากกว่า 100 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร

กรมประมงระบุว่า พร้อมร่วมสำรวจพื้นที่กับภาคประชาชน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและสะท้อนสถานการณ์จริงมากขึ้น

กำจัดแล้วใช้ประโยชน์ อาหารคน-สัตว์-พืช

ด้านมาตรการแก้ไขปัญหา กรมประมงยังดำเนินการแบบบูรณาการ โดยเน้นการกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำให้มากที่สุด และนำไปใช้ประโยชน์ในหลายรูปแบบ

การใช้ประโยชน์เป็นอาหารคน เช่น ปลาแดดเดียว ปลาร้า และน้ำปลา

การใช้ประโยชน์เป็นอาหารสัตว์ เช่น ปลาป่น และปลาเหยื่อสำหรับปูทะเล

การใช้ประโยชน์เป็นอาหารพืช เช่น น้ำหมักชีวภาพ และปุ๋ยชีวภาพ

นอกจากนี้ กรมประมงยังเตรียมสร้างการรับรู้ด้านการแปรรูปเพื่อการบริโภค ระยะที่ 2 ณ ตลาดนัดกรมประมง ในวันที่ 14, 21 และ 28 สิงหาคม 2569 เพื่อเผยแพร่เมนูอาหารจากปลาหมอคางดำ เช่น ทอดมัน ขนมจีน ซาโมซ่า ซาลาเปา ไส้อั่ว จ๊อปลา และปลาแดดเดียว

อีกมาตรการหนึ่งคือการใช้ปลานักล่า เช่น ปลากะพงขาว และปลาอีกง เพื่อช่วยควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในพื้นที่ที่เหมาะสม

เสนองบปี 2570 วงเงิน 19.35 ล้าน

ด้านงบประมาณในการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ กรมประมงได้เสนอคำของบประมาณปี 2570 วงเงินประมาณ 19.35 ล้านบาท

งบดังกล่าวประกอบด้วย 4 กิจกรรมย่อย ได้แก่ การประเมินความชุกชุมและการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ กิจกรรมลงแขกลงคลอง การผลิตและปล่อยสัตว์น้ำผู้ล่าเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำ และงานวิจัยเพื่อเพิ่มศักยภาพการควบคุมการแพร่กระจายปลาหมอคางดำด้วยชีวเทคนิค

กรมประมงชี้แจงว่า กิจกรรมดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการบริหารจัดการทรัพยากรประมง จึงไม่ปรากฏเป็นรายการแยกในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แต่ยังคงมีการดำเนินงานต่อเนื่องในแผนงานดังกล่าว

พร้อมกันนี้ กรมประมงเตรียมเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากแหล่งทุนต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

เดินหน้าแก้ทุกมิติภายใต้นโยบาย รมช.เกษตรฯ

กรมประมงระบุว่า การแก้ปัญหาปลาหมอคางดำเป็นภารกิจสำคัญที่ดำเนินการต่อเนื่อง ภายใต้นโยบายของนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

แนวทางดำเนินงานจะยึดหลักวิชาการ ควบคู่กับการติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มาตรการต่าง ๆ สอดคล้องกับสภาพปัญหาและเกิดผลเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ กรมประมงจะบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ และร่วมพัฒนางานวิจัย รวมถึงเปิดรับข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย เพื่อนำไปปรับปรุงมาตรการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปลากระป๋อง-ปลาหมอคางดำ ต้องแยกประเด็นแต่ไม่ละเลย

กรณีข้อสงสัยเรื่องปลากระป๋องและสถานการณ์ปลาหมอคางดำ จึงเป็น 2 ประเด็นที่กรมประมงพยายามชี้แจงควบคู่กัน

ด้านหนึ่ง คือการยืนยันผลตรวจผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล โดยระบุว่าผลตรวจที่แตกต่างกันอาจมาจากตัวอย่างคนละรุ่นการผลิตหรือคนละกระป๋อง

อีกด้านหนึ่ง คือการเดินหน้าแก้ปัญหาปลาหมอคางดำในพื้นที่ธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสำรวจ การกำจัด การใช้ประโยชน์ การควบคุมการเคลื่อนย้าย และการของบประมาณเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว

โจทย์สำคัญหลังจากนี้คือการทำให้สังคมเห็นข้อมูลที่ชัด โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อให้การจัดการปลาหมอคางดำไม่เป็นเพียงมาตรการเฉพาะหน้า แต่เป็นระบบควบคุมชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว