สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
คณะกรรมการเขตปาล์มบีชในรัฐฟลอริดา สหรัฐ ลงมติคว่ำโครงการขยายแผนการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์สู่ระดับไฮเปอร์สเกล ด้วยคะแนนเสียง 5 ต่อ 1 โดยยังคงอนุมัติโครงการเดิมในสเกลที่เล็กกว่า ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากชาวบ้านในพื้นที่ ขณะที่ในรัฐนิวยอร์กก็เพิ่งลงมติระงับการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกลเช่นกัน
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า คณะกรรมการเขตปาล์มบีช ของรัฐฟลอริดา ในสหรัฐ ลงมติเสียง 5 ต่อ 1 ปฏิเสธข้อเสนอขยายโครงการสร้างศูนย์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และคลังข้อมูลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) สอดคล้องกับกระแสการคัดค้านอย่างรุนแรงจากชาวบ้านในพื้นที่
โครงการนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘โครงการแทงโก้’ (Project Tango) ซึ่งจะสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ (Hyperscale AI Data Center) ในพื้นที่ราว 3.7 ล้านตารางฟุตในปาล์มบีช ห่างจากสโมสรมาร์อาลาโก (Mar-a-Lago) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ไปราว 32 กิโลเมตร
เออร์นี ค็อกซ์ ผู้จัดการโครงการของ PBA Holdings ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาพื้นที่ กล่าวว่า โครงการแทงโก้จะมีกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ ครอบคลุมอาคาร 5 หลัง และใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ไม่เพียงด้านการประมวลผล แต่ยังรวมถึงการระบายความร้อนด้วย
ก่อนหน้านี้ ในช่วงปลายปี 2025 ผู้พัฒนาโครงการยื่นแผนคำขอเปลี่ยนแปลงและขยายพื้นที่เป็นอาคารระดับไฮเปอร์สเกล ซึ่งมีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ 50 เมกะวัตต์ขึ้นไป และยื่นแผนฉบับปรับปรุงแก้ไขอีกครั้งเพื่อปรับโครงสร้างอาคารและประเมินผลกระทบทางเสียง เมื่อ 27 เม.ย. 2026 ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกคณะกรรมการเขตปาล์มบีชลงมติปฎิเสธล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา
ด้วยมติถึง 5 ต่อ 1 เสียง ในการประชุมยาวนานถึง 12 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการพยายามควบคุมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของรัฐฟลอริดา
แม้แผนการขยายโครงการไปสู่ระดับไฮเปอร์สเกลจะถูกปฎิเสธจากคณะกรรมการเขตปาล์มบีช แต่ก็ยังได้รับการอนุมัติให้สร้างดาต้าเซ็นเตอร์และคลังข้อมูลเอไอขนาดเล็ก ไม่เกิน 50 เมกะวัตต์ ตามสัญญาเดิมที่อนุมัติไปเมื่อปี 2016 ในขนาด 2.02 ล้านตารางฟุต

โครงการแทงโก้ กลายเป็นหนึ่งในโครงการที่มีผู้จับตามองมากที่สุดโครงการหนึ่ง นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งรอน เดอซานติส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ลงนามในฎหมายที่ป้องกันไม่ให้ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้ทรัพยาการน้ำไฟมหาศาลเพื่อหล่อเย็น ผลักภาระค่าสาธารณูปโภคไปยังผู้อื่น และมอบอำนาจให้รัฐบาลท้องถิ่นมีสิทธิ์กำหนดเขตพื้นที่สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ด้วย โดยกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา
โครงการนี้ เผชิญกับกระแสต่อต้านจากชาวบ้านที่กังวลว่า โครงการจะกินทรัพยากรทำให้ค่าน้ำค่าไฟพุ่งสูงขึ้น สะท้อนถึงความตึงเครียดที่กระจายไปทั่วทั้งประเทศ จากการที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีต่างเร่งสร้างดาต้าเซ็นเตอร์
ทำเลที่ตั้งของโครงการ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง โดยค็อกซ์ หนึ่งในผู้พัฒนาโครงการกล่าวว่า พื้นที่บริเวณนั้นมีโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้าและโครงข่ายเชื่อมต่อกันมากที่สุดแห่งหนึ่งในฟลอริดา โดยมีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดของรัฐตั้งอยู่ห่างไปไม่ไกล และติดกับพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมมานานหลายทศวรรษ
อย่างไรก็ดี โครงการแทงโก้ก็ยังตั้งอยู่ติดกับชุมชนที่อยู่อาศัยอาร์เดน (Arden) และโรงเรียนประถมศึกษา นอกเมืองเวลลิงตัน ในปาล์มบีช
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการต่อต้าน โดยแลร์รี เฟรเซอร์ หนึ่งในชาวบ้านในอาร์เดน กล่าวว่า น้ำ อากาศ เสียงรบกวน และมลพิษ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่น่ากังวลสำหรับประชาชน และไม่เคยได้ยินเรื่องดี ๆ เกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไหนเลย แม้กระทั้งในรัฐเวอร์จิเนียที่เป็นที่ตั้งของเมืองแอชเบิร์น ศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ด้านไมเคิล นาโปเลโอเน นายกเทศมนตรีเมืองเวลลิงตัน กล่าวว่า สถานที่ตั้งของโครงการอยู่ห่างจากหมู่บ้านไม่ถึง 8 กิโลเมตร และเมืองเวลลิงตันก็เป็น ‘เมืองหลวงแห่งการขี่ม้าในฤดูหนาวของโลก’ (The Winter Equestrian Capital of the World) ซึ่งม้ามีความไวต่อเสียงและการสั่นสะเทือนมาก
แมทธิว ซิมากเลีย ผู้ก่อตั้ง Quantum Coast Capital บริษัทร่วมลงทุนที่เน้นการลงทุนในเทคโนโลยีควอนตัม กล่าวว่า หากบริษัทที่เกี่ยวข้องต้องการให้โครงการแทงโก้สำเร็จจริง ๆ พวกเขาจะต้องรับฟังชาวบ้าน และจะต้องพยายามไม่ให้เรื่องดังกล่าวย้อนกลับมาเล่นงานพวกเขาได้อีก
ท่ามกลางบริบทในรัฐฟลอริดา ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา รัฐนิวยอร์กก็เพิ่งสั่งระงับการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล โดยถือเป็นรัฐแรกของสหรัฐที่สั่งระงับการก่อสร้าง และสะท้อนให้เห็นถึงกระแสความกังวลที่กระจายตัวไปในวงกว้างว่า ดาต้าเซ็นเตอร์จะสูบทรัพยาการน้ำไฟและทำลายธรรมชาติ
“เนื่องจากการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์กำลังคุกคาม ทำให้ค่าสาธารณูปโภคสูงขึ้น ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างความไม่แน่นอนให้กับชาวนิวยอร์ก จึงเป็นหน้าที่ของฉันที่จะต้องลงมือทำและเป็นผู้นำ” แคธี่ โฮชุล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กกล่าว
อ้างอิงเพิ่มเติม : Reuter, Local 10