อนุทิน เปิดโต๊ะถก บิ๊กซีอีโอ-เจ้าสัว ระดมสมอง ก่อนชงต่อยอดคุย ’นายกฯจีน‘
นายกฯ เปิดโต๊ะรับประทานอาหารกับ บิ๊กซีอีโอ-เจ้าสัว ระดมสมองแลกเปลี่ยนทิศทางธุรกิจและการลงทุน เตรียมนำข้อเสนอภาคเอกชน ชงหารือ ‘หลี่ เฉียง‘ 20 ก.ค.นี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมกิจกรรม Prime Minister -Thai Private Sector Luncheon ร่วมกับ 140 ผู้บริหารระดับสูงไทย (CEO) เป็นภาคเอกชนไทยที่มาลงทุนในจีนจากกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่ ธุรกิจการเงิน อาหาร พลังงาน นิคมอุตสาหกรรม การแพทย์-สาธารณสุข ท่องเที่ยว
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความยินดีที่พบปะกับภาคเอกชนไทย สำหรับการเดินทางมาเยือนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลในครั้งนี้ ถือเป็นทริปที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนและหนักแน่น โดยเฉพาะเรื่องการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกันในอุตสาหกรรมใหม่
ซึ่งในการพบหากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้รับการยืนยันจาก ประธานาธิบดีจีนไทย-จีน ว่า “ไทย-จีน ครอบครัวเดียวกัน” ที่จะหารือกับนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ในวันพรุ่งนี้ ก็จะฝากให้ท่านทั้งสองช่วยดูแลผู้ประกอบการชาวไทยในประเทศจีนด้วย

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า กิจกรรมวันนี้ ยังได้มาเปิดสำนักงาน BOI ณ นครเฉิงตู และงานสัมมนา Thailand -China (Sichuan) Investment and Economic Forum เป็นการปักหมุดและประกาศว่า ไทยจริงจังในการยกระดับความร่วมมือทางการค้าในระดับท้องถิ่นโดยได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคลังและการต่างประเทศ รัฐมนตรีและหัวหน้าศูนย์ราชการที่กำกับดูแลกระทรวงเศรษฐกิจและการลงทุน เอกอัครราชทูต เลขาบีโอไอ ร่วมหารือแลกเปลี่ยนความคิดโอกาส และความท้าทาย ในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทยในจีนโดยเฉพาะมณฑลเสฉวน
นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำความพร้อมของไทย ว่ารัฐบาลมีหน้าที่แสวงความร่วมมือ สร้างโอกาศให้กัาประเทศให้กับภาคเอกชน ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ดังนั้น รัฐ-เอกชนต้องทำงานร่วมกัน ยึดหลัก โปร่งใส ตรวจสอบได้ คีอ หลักธรรมาภิบาล (Good Governence) โดยรัฐมีหน้าที่อำนวยความสะดวก เช่น การปรับแก้กฏหมายที่เป็นอุปสรรค เป็นต้น
จึงขอเอกชนมีความมั่นใจไทยมีความพร้อม และเชื่อมั่นรัฐบาลชุดนี้ จะอำนวยความสะดวกและเป็น “ลู่ทาง” การลงทุนของเอกชนไปสู่เป้าหมายที่สูงสุด เอกชนไทยแข็งแกร่ง เติบโต ไม่เพียงตลาดจีนรวมถึงตลาดโลก ดังนั้น หน้าที่ของรัฐบาลตอนนี้ คือ ต้องเร่งเจรจา FTA กับคู่ค้าสำคัญต่าง ๆ
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณภาคเอกชนไทยทุกคนที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศพร้อมย้ำว่า “รัฐบาลมีหน้าที่สร้างโอกาส ส่วนเอกชนคือผู้สร้างความสำเร็จ หากเราทำงานร่วมกันในฐานะ ‘ทีมไทยแลนด์’ ด้วยเป้าหมายเดียวกัน เชื่อมั่นว่าไทยจะไม่เพียงเติบโตในตลาดจีน แต่จะก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภาคเอกชนไทยที่เดินทางมาร่วมการเจรจาธุรกิจที่เฉินตู ล้วนเป็นระดับบิ๊กเนม มีทั้งที่ทำธุรกิจร่วมกับนักลงทุนจีนอยู่แล้ว และมาแสวงหาความร่วมมือธุรกิจใหม่ มีจำนวนทั้งสิ้น 48 บริษัท
สำหรับนักธุรกิจ 11 คน ที่ได้ร่วมรับประทานอาหารโต๊ะเดียวกับนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย
1.นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
2.นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธาน หอการค้าไทย-จีน
3.นายวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธาน หอการค้าไทย
4.นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์
5.นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP
6.นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการ เดอะมอลล์ กรุ๊ป
7.นายวิกรม กรมดิษฐ์ – ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อมตะ (AMATA)
8.นายวิชัย กุลสมภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร เครือสหพัฒน์
9.นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์
10.นายชญาว์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์องค์กร ปตท.
11.นางมนูญศรี โชติเทวัญ ประธานกรรมการบริหาร สหฟาร์ม
โดยนายกรัฐมนตรี จะใช้โอกาสนี้รับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะของภาคเอกชนไทยเพื่อนำไปหารือกับทางรัฐบาลจีนต่อไป ซึ่งในวันจันทร์ ที่ 20 กรกฎาคมนี้ มีกำหนดการพบกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาชนจีน
