เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

กางเข็มทิศอุตสาหกรรมดนตรีไทย ในสายตา ‘วิเชียร ฤกษ์ไพศาล’ ผ่านปรากฏการณ์ ‘เนเน่ รอยัล’

06 ก.ย. 2569 | 10:36น.
วิเชียร ฤกษ์ไพศาล (Nick Genie)
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ 
ผู้เขียน : สุวัฑ แซงลาด

ท่ามกลางกระแสการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ที่กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ปรากฏการณ์ของ ‘เนเน่ รอยัล’ (Nene Royal) หรือ แพรว-รัตติกานต์ อำลอย บนเวทีระดับโลกอย่าง America’s Got Talent (AGT) ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงและแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็น “หมุดหมายสำคัญ” ที่ฉายภาพให้เห็นถึงศักยภาพของศิลปินไทย ตลอดจนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่อุตสาหกรรมเพลงไทยกำลังเผชิญอยู่

‘ประชาชาติธุรกิจ’ สัมภาษณ์พิเศษ ‘วิเชียร ฤกษ์ไพศาล‘ หรือ ‘Nick Genie’ อดีตผู้บริหารค่ายเพลงร็อคระดับตำนาน Genie Record ในเครือ GMM Grammy, อดีตประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านดนตรี และปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาโครงการด้านดนตรีอีกหลายโครงการในระดับประเทศ เพื่อร่วมวิเคราะห์ภาพใหญ่อุตสาหกรรมเพลงไทย ถอดรหัสยุทธศาสตร์การพัฒนา Ecosystem ทั้งระบบ ตั้งแต่ระดับการศึกษา โครงสร้างนโยบายรัฐ การปรับตัวในยุค Disruption ไปจนถึงตัวชี้วัดความสำเร็จ เพื่อผลักดันเพลงไทยให้เป็น Soft Power ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง

ปรากฏการณ์ไทยบนเวทีโลก: ศักยภาพ ‘เนเน่’ กับความจริงของตลาด

วิเชียร เปิดเผยว่า ศักยภาพและคุณภาพของศิลปินไทยมีสัญญาณการเติบโตและความพร้อมในระดับสากลอย่างชัดเจนมาเป็นลำดับ ไม่ว่าจะเป็นศิลปินระดับแมสอย่าง ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล และ มิลลิ-ดนุภา คณาธีรกุล ในแง่ที่ T-Pop ได้เจอสื่อ (Media) ที่แข็งแรง หรือในกลุ่มศิลปินเฉพาะกลุ่ม ที่ได้รับการยอมรับตาม Segment ของดนตรี ซึ่งที่ผ่านมามีวงดนตรีไทยจำนวนมากได้รับการเชิญไปร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีต่างประเทศ ผ่านการสนับสนุนของโครงการ Music Exchange ในเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ที่ได้ให้ทุนสนับสนุนมาต่อเนื่อง 2 ปี

อย่างไรก็ตาม เคสของ “เนเน่” ถือเป็นตัวอย่างสะท้อนความสำเร็จที่เกิดจากทักษะ การตีความ และความทุ่มเทส่วนบุคคลที่สามารถทะลวงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างออกสู่สายตาชาวโลกได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากเพลงของตัวเอง

“เคสของเนเน่ชัดเจนในเรื่องของฝีมือและความสามารถ เด็กไทยไม่ได้น้อยหน้าเลย และยังมีอีกเยอะ เนเน่เป็นตัวอย่างของคนที่ทุ่มเทมาตั้งแต่เด็ก สู้…กัดไม่ปล่อย ทักษะความสามารถทะลุทะลวงสิ่งต่างๆ ได้ สังเกตว่าเขาไม่จำเป็นต้องมีเพลงของตัวเองเลย แต่สิ่งที่เขาทำคือการตีความโชว์ให้เป็นในรูปแบบและทิศทางของเขา เป็นอัตลักษณ์ของเขา สิ่งนี้ก็สามารถพาตัวเองออกไปสู่สายตาชาวโลกได้”

เมื่อวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่ศิลปินไทยที่มีศักยภาพหลายคนต้องไปแจ้งเกิดผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศก่อน นายวิเชียรระบุว่าเป็นทางเลือกที่เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ

1. ความแตกต่างของพฤติกรรมตลาดและการแบ่งส่วนตลาด: ความนิยมในประเทศและต่างประเทศมีความแตกต่างกัน ขณะเดียวกันโซเชียลมีเดียเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยทำเพลงสากลหรือภาษาอังกฤษเจาะตลาดต่างประเทศได้กว้างขึ้น เช่น Phum Viphurit (ภูมิ วิภูริศ) ที่ประสบความสำเร็จในตลาดอเมริกาค่อนข้างมาก ปัจจุบันโลกหมุนไปสู่ยุคที่ไม่จำเป็นต้องทำเพลงแบบแมส (Mass) เพียงอย่างเดียว แต่ทุกคนสามารถหาช่องทางในเซกเมนต์ของตัวเองเพื่อเติบโตและประสบความสำเร็จได้

2. โครงสร้างรายได้และข้อจำกัดด้านสื่อ: การพาตัวเองเข้าสู่แพลตฟอร์มต่างประเทศทำให้มีโอกาสได้รับส่วนแบ่งรายได้ จากแพลตฟอร์มที่สูงกว่า ขณะที่ปัจจัยสำคัญในการก้าวไปสู่ระดับแมสคือ “สื่อ” (Media) แต่รายการระดับสากลอย่าง America’s Got Talent ก็ไม่ได้มีเยอะ และตัวรายการเองก็ดร็อปลงกว่าแต่ก่อนเนื่องจากโซเชียลมีเดียมีความแข็งแรงขึ้น

Advertisement

สูตร Spin-over Effect: ศิลปินคือ ‘พาหนะของประเทศ’

ในมิติของการขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power วิเชียรชี้ให้เห็นว่า การประเมินมูลค่าเศรษฐกิจดนตรีไม่ควรมองเพียงแค่ตัวเลขรายได้จากอุตสาหกรรมโดยตรงเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึง “ผลกระทบเชิงบวกที่ตามมา” ซึ่งสร้างมูลค่ามหาศาลแก่เศรษฐกิจภาพรวม

“อุตสาหกรรมนี้ไม่ใช่ปัจจัยสี่ บางกลุ่มจึงมองว่าไม่ก่อให้เกิดผล แต่เวลาเกิดผลลัพธ์ Spin-over Effect สำคัญกว่า อย่างเนเน่ดังขึ้นมา เมืองไทยเป็นที่รู้จัก มีผลกับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ยิ่งมีคำว่าภูเก็ตติดไปด้วย ยิ่งทำให้ภูเก็ตบูมขึ้น ขนาดซีรีส์เกาหลีไปถ่ายที่ไหนคนยังตามไปเช็คอิน พอเนเน่ดังขนาดนี้มันมีผลกับเมืองไทยแน่นอน หรือเคสมิลลิกับข้าวเหนียวมะม่วง มันมี Spin-over effect หมด ตัวมันเองอาจไม่ได้สร้างเม็ดเงินมหาศาลโดยตรง แต่มันสร้างผลพลอยได้ด้านอื่นเยอะมาก ศิลปินเป็นเหมือนพาหนะของประเทศ เราลงทุนน้อยมากในการทำสื่อประชาสัมพันธ์ประเทศ แต่พอเนเน่ไปคนเดียว ประเทศดังเลย นี่คือการส่งเสริมได้เยอะมาก”

ผ่าอุตสาหกรรมเพลงไทย รากฐานการศึกษา-สื่อ-หน่วยงานส่งออก

Nick Genie ย้ำว่า การจะดันเพลงไทยให้เป็น Soft Power ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง รัฐและเอกชนต้องร่วมกันมองและสร้างโครงสร้างพื้นฐาน “ทั้งระบบ” โดยแบ่งเป็น 3 ระดับสำคัญ ดังนี้

รากฐานการศึกษาดนตรีและความเหลื่อมล้ำ: พื้นฐานการเรียนการสอนดนตรีของไทยในระดับต้นหรือมัธยมยังแย่และขาดความเท่าเทียม ทำให้เสียเปรียบต่างชาติที่ได้รับการฟูมฟักมาตั้งแต่เด็ก เด็กไทยหลายคนต้องมาขวนขวายเรียนดนตรีตอนโต

ภาคอุตสาหกรรม กฎหมายลิขสิทธิ์ และสื่อผลักดัน: อุตสาหกรรมเพลงไทยเติบโตด้วยตัวมันเองมาโดยตลอดโดยไม่เคยได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง เรื่องกฎหมายและการเคารพลิขสิทธิ์ของไทยยังไม่แข็งแรง ปัญหาหลักของอุตสาหกรรมตอนนี้คือ “ไม่มีสื่อ” ที่จะผลักดันเพลงหรือศิลปินให้เป็นที่รู้จักอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน ต่างคนต่างทำและใช้โซเชียลมีเดีย

การขาดหน่วยงานส่งออก (Music Export Office) : ประเทศไทยไม่มีหน่วยงานผลักดันการส่งออกดนตรีโดยตรงเหมือนเกาหลีใต้ที่มี KOCCA หรือไต้หวันที่มี TAICCA ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการพยายามผลักดันการจัดตั้ง THACCA ผ่านการเสนอ พ.ร.บ. แต่ไม่ผ่าน เนื่องจากติดขัดจากการที่รัฐบาลไม่ต้องการให้ THACCA มีงบประมาณเป็นของตัวเอง ประกอบกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแกนนำรัฐบาล ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง

ยุทธศาสตร์สร้างคน-สร้างระบบ และโครงการ Music Camp

สำหรับการสร้างความพร้อมทั้งหน้าม่านและหลังม่านให้ได้มาตรฐานสากล วิเชียรระบุว่าโครงการประกวดและค่ายดนตรีของคนรุ่นใหม่ที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานต่างๆ จะเข้ามาตอบโจทย์ผ่านการขับเคลื่อนควบคู่กันทั้งระบบ ประกอบด้วย

การย่นระยะเวลาและการผลิตบุคลากร/ครูดนตรี: การสร้างศิลปินและพัฒนาคุณภาพศิลปินที่มีอยู่ต้องทำขนานกันไป โดยย่นระยะเวลาความสำเร็จให้เด็กรุ่นใหม่ ที่สำคัญคือการผลิตบุคลากรทางด้านดนตรีเพื่อไปเป็น “ครูสอนดนตรี” ส่งเสริมประชากรดนตรีทั่วประเทศ

การสร้างความนิยมเพลงไทย และปัจจัย “ชาตินิยม”: ยกตัวอย่างคีย์เวิร์ดความสำเร็จของเศรษฐกิจสร้างสรรค์เกาหลีใต้คือ “ชาตินิยม” แต่การเรียนการสอนดนตรีของไทยที่ผ่านมาไม่ได้ปลูกฝังการสร้างความนิยมในศิลปินไทยหรือเพลงไทย แต่ไปโฟกัสเรื่องวัฒนธรรมเป็นหลัก ซึ่งเป็นคนละคอนเซปต์กัน นายวิเชียรมองว่าดนตรีไทยเดิมแค่รู้ไว้ไม่ต้องเรียนลึกก็ได้ แต่ควรมุ่งฟูมฟักเรื่องการร้องเพลงที่ถูกต้อง ให้เด็กเกิดความประทับใจในดนตรี (Music Appreciation) ตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็น Pop culture หรือสาขาอื่น วันหนึ่งแม้เด็กเหล่านี้ไม่ได้เติบโตไปเป็นศิลปิน เขาก็จะกลับมาเป็น “ผู้สนับสนุน” (Supporters) ของอุตสาหกรรม

การสร้างเวทีรางวัลสากลที่เป็นกลาง : ที่ผ่านมาเพลงไทยไม่เคยได้รับการสนับสนุนเชิงสากล ปีนี้จึงเป็นปีแรกที่มีการผลักดันเวทีรางวัล SOT MUSIC AWARDS 2026 ขึ้นมาสำเร็จเมื่อเดือนมิถุนายน เป็นรางวัลที่โหวตโดยคนในอุตสาหกรรมแท้ๆ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และเป็นกลางอย่างมาก เป็นเวทีเดียวที่รวบรวมเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง สตริง ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ให้อยู่บนเวทีเดียวกันเพื่อสร้างความภาคภูมิใจ

ปรับตัวยุค Disruption: ถอดบทเรียนสตรีมมิ่ง และศิลปินยุคใหม่

ต่อประเด็นการมาถึงของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและ Social Media อย่าง TikTok ที่เข้ามา Disrupt โครงสร้างรายได้ของค่ายเพลง อดีตผู้บริหาร Genie Records มองว่าวงการเพลงถูก Disrupt มาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคแผ่นเสียงเปลี่ยนเป็นเทปคาสเซ็ต หรือเทปเปลี่ยนเป็นซีดี ซึ่งสิ่งสำคัญคือการปรับตัว พร้อมกับฉายภาพให้เห็นอย่างชัดเจน

  • การสร้างเม็ดเงินจากช่องทางใหม่: แม้ YouTube จะทำลายยอดขายเทปและซีดี แต่ก็ทดแทนด้วยการเป็นพื้นที่สื่อฟรีที่ลดต้นทุนโปรโมตเพลงมหาศาล เช่นเดียวกับ TikTok, Spotify หรือ YouTube ในปัจจุบันที่สามารถสร้างรายได้ผ่านรูปแบบโฆษณา (Ad-based) แม้กระทั่งเทคโนโลยี AI ที่ฝืนไม่ได้ ก็ต้องหาทางนำมาใช้ประโยชน์
  • นิยามใหม่ของศิลปินและบทบาทเพลง Cover: บทเรียนจากเนเน่สะท้อนว่า กุญแจหลักอาจไม่ใช่การสร้างเพลงใหม่เสมอไป แต่คือ “โชว์” ความสามารถ และตัวตนความเป็นศิลปิน การนำเพลงที่มีอยู่แล้วมา Cover เพื่อสนับสนุนตัวเองไม่ใช่เรื่องผิด ศิลปินระดับโลกมากมายหรือแม้แต่ ลิซ่า ก็โด่งดังจากองค์ประกอบรวม ทั้งความเป็นสตาร์ การเต้น และการเอนเตอร์เทน จึงไม่ควรติดอยู่ใต้กรอบเดิมๆ

3 หัวใจหลัก Gen Z กับยุทธศาสตร์ขี่คลื่นความเปลี่ยนแปลง

วิเชียรเน้นย้ำว่า แม้โลกจะหมุนไวขึ้น แต่ปัจจัยสำคัญที่สุด 3 ประการในการสร้างศิลปินอาชีพที่ยังคงความสำคัญเสมอมาไม่ว่าจะยุคสมัยใด คือ 1. การทุ่มเท 2. การทำอย่างต่อเนื่อง และ 3. การอดทนรอคอย

สำหรับการสื่อสารกับเด็กรุ่นใหม่ Gen Z เขาเลือกใช้วิธีสื่อสารผ่าน “ตัวอย่างจริง” (Reference) เพื่อให้เด็กสอนตัวเองโดยไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด

“การสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ ผมใช้วิธีสื่อสารผ่านตัวอย่างเป็นส่วนใหญ่ ใช้ Reference ให้เขาสอนตัวเอง ดูตัวอย่างจากเนเน่ เขาก็จะได้ 3 คำนี้โดยที่เราไม่ต้องพูดเลย มีรูปเนเน่เล่นดนตรีตั้งแต่ตัวกระจิ๋วเดียวเทียบกับภาพความสำเร็จในวันนี้ มันเห็นผลลัพธ์และสอนได้หมด หรือตอนที่ลิซ่าโด่งดัง ก็เอาเรื่องราวตอนที่พยายามสู้ในค่าย โดนอุปสรรคต่างๆ มาสอน เอาความสำเร็จมาล่อให้เห็นว่า กว่าเขาจะสำเร็จต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง”

สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมเพลงไทยในอีก 3-5 ปีข้างหน้า การแข่งขันจะวัดกันที่ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) และการวางวิสัยทัศน์ (Vision) มองข้ามช็อต โดยเขาได้ถอดบทเรียนความสำเร็จของ Genie Records ในอดีตว่า เกิดจากการเข้าสู่โลกโซเชียลมีเดียอย่าง YouTube และ Facebook ก่อนใคร และการมองเห็นว่าโลกอนาคตเป็นยุคของแฟนคลับ จนนำมาสู่การวางแผนนานหลายปีเพื่อจัดเทศกาลดนตรี G16 ที่จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2557 ณ ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ที่รวบรวมชาวร็อกที่ไม่มี Fanbase มารวมกันได้หลายหมื่นคน

“คีย์แห่งความสำเร็จคือ Vision และการปรับตัว ถ้าคุณปรับตัวได้ ไม่ยึดติด คุณต้องขี่คลื่น ไม่ใช่ให้คลื่นมาทับ คุณต้องทำตัวทันสมัย เป็นวัยรุ่นตลอด ไม่ทำตัวแก่ พอไม่แก่ก็ไม่ต้องพยายามปรับตัวอะไรมากมาย เพราะเราลื่นไหลไปกับเด็กๆ ได้เลย การทำตัวให้ทันเหตุการณ์ Current ตลอดเวลา ทำให้เราก้าวหน้ากว่าคนอื่น วันที่โลกเข้าสู่ Digital TV ผมตกใจว่าทำไมแย่งกันซื้อช่องทีวี ทั้งที่ผมเลิกดูทีวีมาเป็นสิบปีแล้ว ผมอยู่กับสื่อใหม่ๆ มันเลยทำให้เรามองเห็นสิ่งที่คนยึดติดกับโลกเก่ามองไม่เห็น”

วัดผลความสำเร็จด้วย Ecosystem บวกแรงหนุนที่สม่ำเสมอจากรัฐ

อดีตผู้บริหาร Genie Record กล่าวในช่วงท้ายถึงการวัดผลความสำเร็จของอุตสาหกรรมเพลงไทยระดับโลก โดยระบุว่า การสร้าง Ecosystem เป็นเพียงเครื่องมือ แต่วัดผลจริงจาก ความเติบโตของอุตสาหกรรม ร่วมกับ Spin-over Effect ในระดับมหภาค ทั้งมิติตัวเลขท่องเที่ยว แบรนดิ้งประเทศ หรือแม้แต่สัญชาตญาณความนิยมวัฒนธรรมไทยในต่างแดน เช่น การที่มีวงดนตรีต่างประเทศตั้งชื่อวงว่า “Khruangbin” (เครื่องบิน) และเล่นดนตรีสไตล์ไทย ซึ่งในระดับนโยบายจะต้องมีการวัดมูลค่าที่ชัดเจนผ่าน Data

ทั้งนี้ เขายังฝากข้อเสนอแนะใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

  1. เข้าใจคุณประโยชน์ที่แท้จริง: การสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไม่ได้ใช้เงินลงทุนสูงอย่างที่คิด รัฐควรร่วมสนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำ เช่น การช่วยเชื่อมโยงและประสานงานกับสื่อต่างประเทศโดยตรง ซึ่งหากมีหน่วยงานอย่าง THACCA เข้ามาทำหน้าที่นี้จะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่มาก
  2. ความสม่ำเสมอในนโยบาย: บทเรียนจากเกาหลีใต้คือการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและ “สม่ำเสมอ” ตั้งแต่การส่งศิลปินมาจัดงานพัทยามิวสิคเฟสติวัลเมื่อหลายปีก่อนจนส่งออกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้สำเร็จ แต่ของไทยมักสะดุดหยุดลงเมื่อมีการเปลี่ยนนโยบายหรือเปลี่ยนรัฐบาล ยังโชคดีที่มี CEA คอยช่วยสนับสนุนด้านการศึกษาและเศรษฐกิจสร้างสรรค์
  3. แยกแยะ Pop Culture กับวัฒนธรรมดั้งเดิม: หากกระทรวงวัฒนธรรมจะเข้ามามีบทบาทขับเคลื่อน ต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Soft Power ที่เป็น Pop Culture กับวัฒนธรรมดั้งเดิม

“พอกระทรวงวัฒนธรรมลุกขึ้นมา ก็มักจะพูดเรื่องวัฒนธรรมดั้งเดิม ซึ่งมันคนละเรื่องกับ Soft Power ที่เป็น Pop culture เราจะเอาเพลงไทยเดิมไปขายฝรั่งมันคงยาก อาจผสมผสานได้บ้าง แต่ฝรั่งเขาฟัง Pop culture เราไม่ได้เอาไทยแท้ดั้งเดิมไปขาย แต่เราขายความเป็นศิลปินไทยและเพลงจากศิลปินไทย” วิเชียร กล่าวทิ้งท้าย