ญี่ปุ่น ปฏิวัติกาแฟยุคที่ 5 ชูกาแฟไร้เมล็ดรับโลกเดือด
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : ชโลทร ภัทรมนัส
แม้กาแฟจะเป็นเครื่องดื่มที่มาจากโลกตะวันตก แต่การปฏิวัติการดื่มกาแฟหลายครั้งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่กลับเกิดขึ้นใน “ญี่ปุ่น” ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องชา และในปี 2026 นี้ญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าปฏิวัติวงการกาแฟอีกครั้ง ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นครั้งที่ 5 ในประวัติศาสตร์ นั่นคือ การผลิตกาแฟพร้อมดื่มที่ไม่ต้องพึ่งเมล็ดกาแฟเป็นวัตถุดิบเลย
ทั้งนี้ญี่ปุ่นมีส่วนสร้างนวัตกรรมกาแฟมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1901 ซึ่ง ดร.ซาโตริ คาโต (Satori Kato) นักเคมีลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน จดสิทธิบัตรผงกาแฟสำเร็จรูปที่ใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์
ตามด้วยปี ค.ศ. 1965 บริษัทเมระ คอฟฟี่ (Mera Coffee) ในจังหวัดชิมาเนะ เริ่มผลิตกาแฟพร้อมดื่มบรรจุกระป๋องเป็นครั้งแรก ก่อนที่บริษัทยูซีซี (UCC) จะนำแนวคิดนี้มาต่อยอดโดยเปิดตัวกาแฟกระป๋องสูตรผสมนมและน้ำตาล จนประสบความสำเร็จถล่มทลาย และกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยม
ต่อมาในปี ค.ศ. 1983 “ชิมิสุ คิมิฟกิ” (Shimizu Kimiaki) และ “มิยะฮะระ ฟุมิโอะ” (Miyahara Fumio) 2 นักประดิษฐ์ชาวญี่ปุ่นจดสิทธิบัตร “ถุงกระดาษดริปกาแฟที่สามารถวางบนขอบแก้วได้” ก่อนที่จะพัฒนาต่อไปเป็นกาแฟดริปแบบซองในช่วงทศวรรษที่ 1990s และแพร่หลายในโรงแรมและสำนักงาน ก่อนจะกระจายไปทั่วโลก
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังพัฒนาหุ่นยนต์บาริสต้าเมื่อปี ค.ศ. 2018 ซึ่งปัจจุบันหุ่นยนต์บาริสต้าเจเนอเรชั่นที่ 7 อย่าง “Kofay Plus” สามารถชงกาแฟได้ 1 แก้ว/นาที และชั่งตวงน้ำหนักกาแฟคลาดเคลื่อนไม่ถึง 1 กรัม รวมถึงชงเครื่องดื่มได้ถึง 300 เมนู โดยใช้พนักงานคอยควบคุมระบบเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น
และในปี ค.ศ. 2026 นี้ญี่ปุ่นเริ่มส่งกาแฟไร้เมล็ดออกสู่ตลาด โดยมีผู้พัฒนาเป็นยักษ์อาหาร-เครื่องดื่ม 4 ราย คือ อาซาฮี ในชื่อ “ฟิวเจอร์ ลัตเต้” (Future Latte) ซึ่งใช้วัตถุดิบจากพืชที่ให้กลิ่น รสขม บอดี้ และมีกาเฟอีนเหมือนกาแฟจริง เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม และจะเริ่มขายปลายปีนี้ รวมถึงมีแผนเปิดตัวเวอร์ชั่นกาแฟดำในชื่อ “ฟิวเจอร์ แบล็ก” (Future Black) ในปี ค.ศ. 2027 ด้วย
ด้าน โคคา-โคล่า ญี่ปุ่น เตรียมเปิดตัวเครื่องดื่มกาแฟไร้เมล็ดชื่อ “คาเฟ่ วอเตอร์” (Cafe Water) ในแบรนด์ Georgia ในเดือนกันยายนนี้ โดยใช้ใยอาหารจากข้าวโพดกับสารแต่งกลิ่นเลียนแบบรสชาติและแคแร็กเตอร์ของกาแฟ ทั้งความหวาน ความขม และความเปรี้ยว
ส่วน ซันโทรี่ ร่วมลงทุนในสตาร์ตอัพสัญชาติอเมริกัน ชื่อ Atomo สร้างคลังสารเลียนแบบโมเลกุลกาแฟจากวัตถุดิบธรรมชาติอื่น ๆ เช่น เมล็ดอินทผลัม, เมล็ดทานตะวัน, โปรตีนจากถั่วลันเตา ฯลฯ และสกัดกาเฟอีนจากชาเขียว
พร้อมพัฒนาวิธีการแยกสารประกอบกลิ่น-รสจากเมล็ดกาแฟ เพื่อให้สามารถสกัดรสชาติออกจากเมล็ดกาแฟดิบได้เพิ่มขึ้นถึง 30% ช่วยให้ใช้เมล็ดกาแฟน้อยลงแต่ได้รสชาติกาแฟเท่าเดิม
ขณะที่อายิโนะโมะโต๊ะร่วมมือกับสตาร์ตอัพ “พรีเฟอร์” (Prefer) จากสิงคโปร์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ทดแทนที่ผลิตจากของเหลือทางการเกษตร อย่างปลายข้าวหัก และถั่วลูกไก่ มาหมักด้วยจุลินทรีย์ แล้วนำไปคั่วและบดในลักษณะเดียวกับเมล็ดกาแฟเพื่อกลิ่นและรสออกมา จากนั้นนำมาผสมโปรตีนที่ผลิตจากแบคทีเรียที่เลี้ยงด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสร้างเครื่องดื่มที่ไม่พึ่งพาวัตถุดิบจากฟาร์มหรือต้นกาแฟเลย