ซ่อม-สร้าง (บุญใหม่) เศรษฐกิจไทย
บทบรรณาธิการ
“ขอบฟ้าใหม่ประเทศไทย” หรือ Thailand’s New Horizon เป็นธีมการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และธนาคารโลก (IMF-Worldbank Annual Meetings) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ครั้งที่ 2 หลังเป็นเจ้าภาพครั้งแรกเมื่อปี 2534
เพราะเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา หลังวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะโตต่ำมาโดยตลอด พร้อม ๆ กับความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มมากขึ้น แบบที่เรียกว่า “รวยกระจุก-จนกระจาย” เพราะไม่ได้มีการลงทุนใหม่ “กินบุญเก่า” จากการลงทุนในยุคอีสเทิร์นซีบอร์ด และการย้ายฐานเข้ามาของบริษัทญี่ปุ่น ขณะที่ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานานก็ไม่เคยได้รับการแก้ไข เพราะรัฐบาลทุกยุคที่เข้ามาก็มุ่งเน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทำให้เศรษฐกิจไทยย่ำอยู่กับที่ ไม่แปลกเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านที่ตามหลังมาก็เริ่มวิ่งแซง
ดังนั้นที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศเป้าหมายว่าจะพาประเทศไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีการประกาศเป้าหมายชัดเจน ทั้งยืนยันว่าตัวเลขที่ประกาศไม่ได้คิดขึ้นมาแบบฝัน ๆ แต่มีการร่วมมือกับเวิลด์แบงก์ศึกษาว่าทำได้ แต่ก็ต้องมีแผนว่าต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งจะมีการประกาศบนเวทีที่ไทยเป็นเจ้าภาพเดือนตุลาคมนี้ เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่ขอบฟ้าใหม่
เพราะเศรษฐกิจไทยปัญหารุมเร้าเยอะ สะสมมานาน ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน ประชากรสูงอายุ ฐานะการคลังยํ่าแย่ หนี้สาธารณะสูง แถมมีวิกฤตโลกที่เข้ามากระทบประเทศไทย ทั้งสงครามตะวันออกกลาง สงครามการค้า บริบทโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการที่จะเปลี่ยนอนาคตเศรษฐกิจไทยก็จำเป็นต้องยกเครื่องใหญ่ อย่างไรก็ดีการที่รัฐบาลและฝ่ายการเมืองเปิดโอกาสและสนับสนุนให้รองนายกฯ เอกนิติ ทำภารกิจเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ ก็ถือเป็นความหวังของคนไทย
ทุกฝ่ายยอมรับประเทศไทยจะอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้ เพราะตัวเลขเศรษฐกิจที่โตต่ำสะท้อนถึงรายได้ประเทศและรายได้ของประชาชนที่ลดลงเรื่อย ๆ นักเศรษฐศาสตร์ทุกคนเห็นพ้องว่าที่ผ่านมาประเทศไทยไม่ได้ลงทุนอะไรเพื่ออนาคต แต่เป็นการ “กินบุญเก่า” ดังนั้นจึงถึงเวลาที่ต้อง “ซ่อม” พื้นฐาน และสร้าง (บุญใหม่) ให้กับเศรษฐกิจไทย นั่นคือการลงทุนใหม่สร้างเศรษฐกิจใหม่เพื่อคนรุ่นต่อไป
นี่อาจเป็นความหวังของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่ขอบฟ้าใหม่ ที่ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนต้องลงมือช่วยกันเพื่อเดินไปสู่เป้าหมาย