ค่าฟีขึ้นไม่หยุด แบรนด์ ‘พันล้าน‘ ยังเหนื่อย ’MizuMi-ศรีจันทร์‘ กัดฟันสู้ต้นทุนแพลตฟอร์มแพง
การปรับขึ้น “ค่าธรรมเนียมการขาย” หรือค่า GP (Gross Profit) ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันให้ผู้ประกอบการ SMEs ต้องแบกรับต้นทุนการขายสินค้าออนไลน์ที่สูงขึ้น
ยิ่งปี 2569 มีการปรับขึ้นแล้ว 2-3 ครั้ง เท่ากับ “ต้นทุนค่าฟี” เพิ่มขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์ ไม่รวมค่าการตลาดอื่น ๆ ที่แบรนด์ต้องจ่าย เพื่อเพิ่มโอกาสในการมองเห็นและสร้างยอดขาย อาทิ คูปองส่วนลด โปรแกรมส่งฟรี ฯลฯ
ที่น่าสนใจ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กที่ต้องหาทางปรับตัวพัลวัน แม้แต่แบรนด์ระดับ “พันล้าน” ยังยอมรับว่าปีนี้เหนื่อยกับเรื่องค่าฟีมากกว่าปีที่ผ่านมา
ต้นทุนออนไลน์ไม่แพ้หน้าร้าน
ในงาน Techsauce Global Summit 2026 “วริษฐา สืบพันธ์วงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท มิซึฮาดะ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์มิซึมิ (MizuMi) กล่าวว่า ต้นทุนการขายสินค้าออนไลน์ปีนี้พุ่งสูงขึ้น เพราะมีการปรับขึ้นทุกไตรมาส ตั้งแต่ต้นปีน่าจะขึ้นไปแล้ว 5-6% ถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก เมื่อเทียบกับยอดขายที่เกิดขึ้น
ต้นทุนการขายออนไลน์ไม่ได้มีแค่ส่วนที่ต้องจ่ายให้แพลตฟอร์ม แต่ยังมีค่าการดำเนินงาน หรือการจัดการออร์เดอร์หลังบ้านที่สูงมาก เช่น ค่าแพ็ก ค่าจัดส่ง เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายที่แท้จริง จะพบว่าต้นทุนการขายออนไลน์สูงไม่ต่างจากการขายหน้าร้านออฟไลน์
“เรื่องค่าธรรมเนียมยังเป็นโจทย์ที่ทีมแก้กันไม่ตก คิดอยู่ตลอดว่าจะรับมือและปรับตัวกับสถานการณ์นี้ได้อย่างไร”
อย่าใส่ไข่ในตะกร้าใบเดียว
“วริษฐา” เผยว่า แนวทางการรับมือเรื่องค่าธรรมเนียมนั้น เมื่อดูต้นทุนช่องทางออนไลน์ซึ่งไม่ต่างกับหน้าร้านออฟไลน์ ทำให้ผู้ประกอบการมีสิทธิในการเลือกช่องทางการขายอย่างอิสระ และกระจายความเสี่ยงไปช่องทางอื่น ๆ ได้ โดยไม่พึ่งพาแค่ช่องทางออนไลน์อย่างเดียว
เช่น แบรนด์มีฐานการขายสินค้าผ่านช่องทางหน้าร้านที่แข็งแรงอยู่แล้ว ก็ทำโปรโมชั่นแบบสร้างสรรค์ได้ โดยให้สอดคล้องกับช่องทางออนไลน์ เพื่อลูกค้าจะได้ตัดสินใจซื้อจากหน้าร้านได้เลย ไม่ต้องรอซื้อในออนไลน์อีกครั้ง
หรือถ้าแบรนด์มาถึงจุดที่คำนวณแล้วว่าแบกรับต้นทุนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ ก็ต้องยอมรับกับลูกค้าตรง ๆ แล้วใช้ทางเลือกสุดท้าย ด้วยการปรับขึ้นราคาสินค้า เพื่อความอยู่รอดของบริษัท
“เราต้องกระจายความเสี่ยง ไม่ใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว เพื่อรักษาการเติบโตของผลประกอบการในแต่ละปี จึงมีการศึกษาช่องทางการขายอื่น ๆ ไว้ด้วย โดยเฉพาะแพลตฟอร์มไทยที่ชูจุดเด่นค่า GP ต่ำ และการทำ Owned Channel หรือเว็บไซต์หน้าร้านของตนเอง”

ลุย Owned Channel
ด้าน “รวิศ หาญอุตสาหะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด เจ้าของแบรนด์ Srichand กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในช่วงเวลาที่ติด ๆ กัน ส่งผลให้ต้นทุนการขายในช่องทางออนไลน์สูงขึ้นต่อเนื่อง เวลาเช็ก P&L (Profit & Loss) ของฝั่งออนไลน์จะพบว่าค่าใช้จ่ายสูงมาก
ขณะที่แนวทางการปรับตัว นอกจากกระจายความเสี่ยงโดยขายในหลาย ๆ ช่องทางแล้ว ยังได้ทำเว็บไซต์ของตนเอง เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงลูกค้าโดยตรงด้วย แม้ต้นทุนการทำเว็บไซต์จะแพง และเพิ่มขั้นตอนในการสื่อสารกับลูกค้าแบบ 1:1 ก็ต้องทำเผื่อไว้ เพราะอนาคตอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้
“แม้ลูกค้าจะติดการซื้อบนแพลตฟอร์ม แต่ก็เริ่มเห็นคนมาซื้อตรงมากขึ้น ถ้าช่องทางของเราให้บริการที่ใกล้ชิด ดูแล คอยตอบแชต หรือมีของแถมพิเศษให้ลูกค้า ก็สามารถดึงลูกค้ามาซื้อของตรงกับเราได้ โดยไม่ต้องหั่นราคาสู้จนเจ็บตัว ซึ่งในต่างประเทศมีหลายแบรนด์ที่ทำ Owned Channel แล้วแข็งแรงมาก ๆ”
ทดสอบเพดานค่าฟี
จากสถานการณ์การปรับขึ้นของค่าธรรมเนียมในปัจจุบัน ผู้บริหารแบรนด์ศรีจันทร์มองว่า แพลตฟอร์มออนไลน์กำลังอยู่ในช่วงทดสอบ “เพดานค่าธรรมเนียม” ว่าจุดไหนคือจุดสูงสุดที่ผู้ประกอบการยังจ่ายไหว เพราะทุกอย่างย่อมมีเพดานและขีดจำกัด ไม่สามารถปรับขึ้นได้ตลอด
“จริง ๆ ผมเคยถามทางแพลตฟอร์มว่า จะขึ้นค่าธรรมเนียมไปถึงเท่าไร ก็ยังไม่มีใครรู้และตอบตัวเลขที่แน่ชัดได้”
โอกาสแพลตฟอร์มไทย
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์มต่างชาติกำลังเป็นโอกาสของ “แพลตฟอร์มไทย” เช่นกัน ที่จะได้กลุ่มแบรนด์ดังเข้าสู่พอร์ตร้านค้าของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นไทยมาร์ท (Thaimart) ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ พร้อมประกาศว่าจะมีสินค้าแบรนด์ดังมาจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม เช่น ศรีจันทร์, มิสทีน, ซีเอ็ด, mille ฯลฯ
รวมถึง Nex Gen Commerce แพลตฟอร์มในเครือ บมจ.อินเทอร์เน็ตประเทศไทย หรือ INET ที่เปิดตัว Nex Gen Mall ก่อนหน้านี้ และมีร้านทยอยขึ้นระบบตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เรื่อยมา
“ปรกชล งามศิริ” ผู้ร่วมก่อตั้ง Nex Gen Commerce กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า Nex Gen Mall จะเป็นศูนย์รวมร้านแบรนด์ใหญ่ที่พูดชื่อไปใคร ๆ ก็รู้จัก กลุ่มนี้จะเป็นแม่เหล็กที่ช่วยสร้างทราฟฟิก และดึงคนเข้ามาใช้งานแพลตฟอร์มเรามากขึ้น
“Nex Gen Mall ได้รับความสนใจจากหลายแบรนด์ เพราะร้าน Mall บนแพลตฟอร์มอื่นเก็บค่าฟีสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่เราเก็บที่ 1% ของยอดขายเท่านั้น แบรนด์จึงหาช่องทางการขายใหม่ ๆ ที่คุ้มค่ากว่าเดิม เพื่อควบคุมต้นทุน”