นายกเมืองพัทยาต้อนรับ กำลังพลทหารเรือสหรัฐ พร้อมคุมเข้มความปลอดภัย 24 ชม.
กำลังพลทหารเรือสหรัฐ USS Abraham Lincoln เข้าเมืองพัทยาแล้ว ด้านนายกเมืองพัทยาให้การต้อนรับอบอุ่น พร้อมคุมเข้มความปลอดภัย 24 ชม. หวังฉายภาพเมืองที่มีความทันสมัยสู่สายตาชาวโลก คาดเงินสะพัด 100 ล้านบาท พร้อมเปิดข้อสั่งห้ามทำกิจกรรมทางน้ำ-เข้าร้านขายยา-ตะวันตกดินงดเข้าซอย 6-7 เหตุอาจกระทบภาพลักษณ์ ส่วน Walking Street-ซอย 8 เข้าได้ไม่ห้าม
ที่โรงแรมฮาร์ดร็อค พัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อม พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองพัทยา พร้อมผู้กับผู้บริหารโรงแรมฮาร์ดร็อค ให้การต้อนรับนาวาเอก แดน คีเลอร์ ผู้บังคับการเรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln – CVN-72) พร้อมกำลังพล
โดยนาวาเอก แดน คีเลอร์ กล่าวว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนเมืองพัทยา ขอบคุณนายกเมืองพัทยา ที่ให้การต้อนรับกำลังพล ซึ่งเราตั้งใจที่จะมาพักผ่อนที่นี่ พร้อมย้ำว่าขอบคุณมาก ๆ ที่การต้อนรับสู่เมืองที่ยอดเยี่ยม
ขณะที่นายกเมืองพัทยากล่าวยินดีต้อนรับขอให้มีช่วงเวลาที่ดีการพักผ่อนที่เมืองพัทยา ซึ่งที่นี่เจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
จากนั้นนายกเมืองพัทยาได้มอบพวงมาลัยผ้าไทย ให้นาวาเอก แดน คีเลอร์ และกำลังพลบางส่วน ขณะที่นาวาเอก แดน คีเลอร์ ก็ได้มอบแบบจำลองเรือ ซึ่งมีการสลักชื่อนายปรเมศวร์ ให้ไว้เป็นของระลึกด้วยเช่นกัน


จากนั้นนายปรเมศวร์ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ในฐานะนายกเมืองพัทยา พร้อมนายอำเภอบางละมุง ผู้กำกับการสถานีตำรวจเมืองพัทยา ททท. และภาคเอกชน มาต้อนรับคณะทหารเรือสหรัฐ ซึ่งได้พบกับกัปตันเรือ ซึ่งได้มาเข้าพักที่นี่ โดยมีการแจ้งถึงการเตรียมพร้อมต่าง ๆ ไม่ว่าจะจะเป็นจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ที่ดูแลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงการตรวจสอบราคาสินค้าไม่ให้โก่งราคา และให้มีคุณภาพ
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่เลือกมาเมืองพัทยา เนื่องจากเรือรบไปอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเวลา 200 กว่าวัน ก่อนที่จะเดินทางกลับสหรัฐ ซึ่งมีการวางแผนมาพักผ่อนที่เมืองพัทยา ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของเมืองพัทยา
ทั้งนี้ผู้ช่วยทูตทหารเรือได้ระบุว่า เมืองพัทยามีความผูกพันกับทหารเรือสหรัฐมายาวนาน และมีการมาพักผ่อนเป็นระยะ แต่ครั้งนี้มีความพิเศษเพราะเป็นเรือรบเรือบรรทุกเครื่องบินที่ไปปฏิบัติการและใช้เวลายาวนานในทะเล ทั้งอยากได้พูดคุยการใช้จ่ายเงิน ซึ่งช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ใช้จ่ายจึงหวังให้มากระตุ้นเศรษฐกิจทั้งโรงแรมที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว นวดสปา เราทุกคนเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็มีการเตรียมตัว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และเมื่อสามวันที่ผ่านมามีการประชุมกับตัวแทนของกำลังพลทหารเรือสหรัฐ ซึ่งได้ทราบถึงข้อจำกัดของกำลังพลที่จะเข้า เพื่อให้เข้าใจในการเตรียมพร้อมดูแล
“วันนี้สปอตไลต์ทั้งจากไทยและต่างชาติ มองมาที่เมืองพัทยาซึ่งเป็นบทไหมที่ทหารเรือสหรัฐจะมาพัก ซึ่งจะเกิดการกระจายรายได้ในเมืองพัทยา มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนประมาณ 100-150 เหรียญต่อวัน คาดว่ามีรายได้กระจายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทในทริปนี้ ส่วนการที่จะมีนักข่าวตามไปเก็บภาพในสถานที่ต่าง ๆ จะได้เห็นการพัฒนาพื้นที่โดยเฉพาะชายหาด มีการทำทางเท้า การติดไฟส่องสว่าง การดูแลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงการติดป้ายต้อนรับ ซึ่งจะใช้ภาพเมืองที่ทันสมัยจะเป็นโอกาสที่เมืองพัทยาได้ถ่ายทอดความเป็นพัทยาสู่สายชาวโลก พร้อมย้ำต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยและการบริการให้ดี”


เมื่อถามถึงการนำผ้าไทยมาทำเป็นพวงมาลัยต้อนรับทหารเรือสหรัฐ เพื่อสื่อถึงความเป็นไทยนั้น นายกเมืองพัทยาระบุว่า การมาต้อนรับแทนที่จะให้เป็นพวงมาลัยดอกมะลิใช้แล้วต้องทิ้ง จึงมีการประสานไปทางประธานสภาพัฒนาสตรีเมืองพัทยา ซึ่งมีการทำสินค้าชุมชนผ้าไทยอยู่แล้ว โดยเมื่อแกะออกสามารถใช้ประโยชน์เป็นผ้าพันคอได้ ซึ่งเป็นการสะท้อนซอฟพาวเวอร์ผ้าไทยได้อีกด้วย
เมื่อถามถึงข้อห้ามและกฎระเบียบต่าง ๆ จากทางทหารเรือสหรัฐ นายกเมืองพัทยาระบุว่า เขาห้ามกำลังพลเล่นกีฬาทางน้ำ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย ห้ามเข้าร้านขายยา เนื่องจากยาบางประเภทของไทยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ แต่บนเรือนั้นมีสถานพยาบาลอยู่แล้ว ว่าการซื้อยาที่ไม่ผ่านการรับรองจากแพทย์อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องในประเทศเขา


ส่วนเรื่องการเที่ยวซอยต่าง ๆ นายกเมืองพัทยาระบุว่า หากตะวันตกดินห้ามไปเฉพาะซอย 6 และ 7 และไม่ได้มีการพูดถึงซอย 8 เนื่องจากพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ไม่ใช่มุ่งเน้นเรื่องบาร์ สถานบันเทิง แต่มีเรื่องวัฒนธรรมความเป็นอยู่ แต่บางพื้นที่ต้องยอมรับว่ามีลักษณะเป็นบาร์เบียร์ เช่น ซอย 6 ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก อาจจะมองว่าเป็นภาพลักษณ์ไม่ดีหากมีทหารมึนเมาและมีการกระทำไม่เหมาะสมจึงได้มีการสั่งห้าม พร้อมย้ำว่าที่อื่น เช่น Walking Street พัทยาใต้ไม่มีการห้าม
ในส่วนความห่วงจากประชาชนว่าทหารกลุ่มนี้มีความตึงเครียดเนื่องจากอยู่บนเรือเป็นเวลานาน เมื่อขึ้นเรือมาพักผ่อนอาจจะมีอารมณ์รุนแรง หรือก่อทะเลาะวิวาทจะมีมาตรการอย่างไร พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาผู้ช่วยทูตทหาร และกองทัพเรือสหรัฐ ได้มีการพูดคุยกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งในส่วนตำรวจได้บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และเมืองพัทยา รวมถึงทุกภาคส่วน ในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ที่คิดว่ากำลังพลจะไปท่องเที่ยว
ส่วนที่บอกว่ามีความเครียด อาจจะมีความเครียดในขณะปฏิบัติการ แต่เมื่อรู้ว่าจะกลับมาพักผ่อนที่ประเทศไทย ระหว่างทางคงมีการผ่อนคลายมาพอสมควร จึงขอให้เชื่อว่ามาเพื่อการพักผ่อน และขอให้ทุกคนให้การต้อนรับและเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการดูแล เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป ขอให้เชื่อมั่นว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะดูแลกำลังพลที่มาท่องเที่ยวให้ดีที่สุด รวมถึงนักท่องเที่ยวท่านอื่นด้วย


