เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

เส้นทางวิบาก 28 ปี กกต. กรรมการติดคุก – ถูกวางระเบิด  

05 ก.ย. 2569 | 09:01น.
คอลัมน์ : Politics policy people forum

คดีฮั้วเลือกวุฒิสภา (สว.) บั่นทอนความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างมิอาจหลีกเลี่ยง 

นาทีนี้เส้นทางขององค์กร กกต. ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองมาแล้ว 28 ปี จาก กกต. ทั้งหมด 6 ชุด

บางชุดถูกยกย่องด้วยความชื่นชมถึง “ความเป็นกลาง” และการทำงานอย่างมี “ประสิทธิภาพ” ในการรณรงค์เลือกตั้ง

แต่ กกต.บางยุคต้องจบลงด้วยความขมขื่น และบุคคลที่เป็นกรรมการต้องถูกจำคุก 

กกต.บางคณะก็เกือบ “เอาตัวไม่รอด” แต่ยังสามารถฝ่าด่านอันตรายมาได้ 

ต่อไปนี้คือเส้นทาง 28 ปีของ กกต. ที่มีทั้งเสียงชื่นชม เสียงก่นด่า และเสียงระเบิดที่คุกคามถึงประตูบ้าน 

กกต.ชุดที่ 1 มี “ธีรศักดิ์ กรรณสูต” เป็นประธาน อยู่ในวาระ 3 ปีเศษ ตั้งแต่ปี 2540 – 2544 จัดการเลือกตั้ง สส. 1 ครั้ง ได้รับการยอมรับว่าเป็นธรรม เป็นกลางที่สุด เพราะในยุคนั้นมีการแจกใบเหลืองใบแดงมากที่สุดนับร้อยใบ ขณะที่การรณรงค์การเลือกตั้งโดย “โคทม อารียา” กกต.ดูแลด้านการมีส่วนร่วมคณะนั้น ได้ปลุกกระแสการเลือกตั้งให้คนหันมาสนใจ ทำให้จำนวนใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2544 มากที่สุดในยุคนั้น โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ทั้งหมด 42,759,001 คน มาใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งจริงจำนวน 29,904,940 คน คิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 69.94  

กกต.ชุดที่ 2 มี “พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ” เป็นประธาน อยู่ในวาระตั้งแต่ปี 2544 จนถึง 2549 จัดการเลือกตั้ง สส. 1 ครั้ง แต่กลายเป็นว่า กกต.ชุดที่สองกลายเป็นชุดที่มีข้อครหามากที่สุดจากกรณีการเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 เป็นโมฆะครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งไทย โดยศาลรัฐธรรมนูญลงมติด้วยคะแนน 8 ต่อ 6 วินิจฉัยว่ากระบวนการจัดการเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย.และการจัดคูหามิชอบ และให้จัดการเลือกตั้งใหม่

แต่ระหว่างทาง “พล.ต.อ.วาสนา” ต้องเจอมรสุมชีวิต ที่เขาเปรียบตัวเองเหมือน “แพะบูชายัญ” ในการต่อสู้ทางการเมือง ระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์ กับ พรรคไทยรักไทย เมื่อพรรคไทยรักไทยต้องแข่งขันเลือกตั้งกับพรรคเล็ก เพราะพรรคขนาดใหญ่และกลางต่าง “บอยคอต”

พรรคไทยรักไทยจึงต้องเอาชนะคะแนน “โหวตโน” ร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละเขตให้ได้ พรรคไทยรักไทยจึงถูกพรรคประชาธิปัตย์คู่แข่งจับทุจริตว่า “จ้างพรรคเล็ก” ลงสนาม เพื่อไม่ให้ผู้สมัครของไทยรักไทยต้องแข่งกับคะแนน “โหวตโน”

ประกอบกับมีการพบว่าเจ้าหน้าที่ กกต.ได้แก้ไขข้อมูลทะเบียนสมาชิกพรรคที่ขาดคุณสมบัติเรื่องการสังกัดพรรค 90 วัน ให้มีคุณสมบัติครบเพื่อลงเลือกตั้งในเขตที่พรรคไทยรักไทยลงสมัครเพียงพรรคเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์ร้อยละ 20  

เป็นช่วงเวลาเดียวกัน “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ขณะนั้นเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กกต. 3 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), นายปริญญา นาคฉัตรีย์, นายวีระชัย แนวบุญเนียร อดีต กกต.  

ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 มาตรา 24 และ 42 กรณีที่ไม่เร่งสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ข้อร้องเรียนกล่าวหาพรรคไทยรักไทย ว่าจ้างพรรคการแผ่นดินไทย และพรรคพัฒนาชาติไทย ลงรับสมัครเลือกตั้งในวันที่ 2 เม.ย. 2549 เรื่องนี้ต่อสู้กันมาหลายปีจนกระทั่ง 3 มิถุนายน 2559 ศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุก 2 ปี  

กกต.ชุดที่ 3 ที่มี “อภิชาต สุขขัคคานนท์” เป็นประธาน อยู่ในวาระปี 2549 – 2556 ครบ 7 ปี จัดการเลือกตั้งทั่วไป 2 ครั้ง ในปี 2550 และ 2554 ผ่านการทำประชามติครั้งแรกในประวัติศาสตร์อีก 1 ครั้ง ชงยุบพรรคการเมืองสำคัญ ประกอบด้วย พรรคพลังประชาชน พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคชาติไทย จากการที่กรรมการบริหารพรรค “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” ทุจริตเลือกตั้ง 

อย่างไรก็ตาม กกต.ชุดอภิชาตถูกครหาว่า 2 มาตรฐานอยู่บ่อยครั้ง และถูกแปะป้ายว่า “สนับสนุนฝ่ายอำมาตย์”  

“อภิชาต” เคยเล่าว่า “ผมไม่เคยไปบ้านใคร ไม่เคยไปหาใคร นักการเมืองยิ่งอยู่ห่าง ไม่ว่าฝ่ายไหนทั้งนั้น ยืนยันว่าผมมีความเป็นตัวของผมเอง”

“ผมเจอสารพัด เผาโลงศพใต้ตึก (สำนักงาน กกต.) ก็เคย เรียนตรง ๆ ไม่คิดว่ามาอยู่จนครบ 7 ปี งานหนัก กินข้าวต้องกินบนโต๊ะประชุม ครั้งหนึ่งบ้านผมถูกระเบิดสังหารของประเทศจีน ใหญ่กว่าสหรัฐอเมริกา เอาไปปามุมบ้านผม พอระเบิดขึ้นมาคิดว่าเป็นประทัดยักษ์ ที่ตำรวจบอกว่าประทัดยักษ์ เป็นประสบการณ์ยากจะลืมเลือน”

กกต.ชุดที่ 4 มี “ศุภชัย สมเจริญ” เป็นประธาน อยู่ในวาระ 4 ปี เข้ามารับหน้าที่ในจังหวะการเมืองที่ร้อนแรง เพราะ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” หัวหน้ารัฐบาลพรรคเพื่อไทย ประกาศยุบสภา จากปม พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่  

แต่หลังรับตำแหน่งไม่ถึงเดือน กกต.ชุดศุภชัยก็ตั้งโต๊ะแถลงให้รัฐบาลเลื่อนเลือกตั้งออกไป โดยหยิบยกบรรยากาศทางการเมืองอธิบายว่าไม่พร้อมกับการเลือกตั้ง แม้การเลือกตั้ง2 กุมภาพันธ์ 2557 เกิดขึ้น แต่ก็ถูกนำไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ จนศาลวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะไม่สามารถจัดวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรได้

กกต.ชุดที่ 4 มีผลงานโบแดงคือจัดการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อ 7 สิงหาคม 2559 แต่ผลจากรัฐธรรมนูญใหม่ทำให้ กกต.ชุดนี้ถูก “เซตซีโร่” เพราะปรับบทบาทจาก 5 คนเป็น 7 คน 

กกต.ชุดที่ 5 มี อิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน ถือว่าเป็น กกต.ที่มีองค์ประกอบใหม่ตามรัฐธรรมนูญ 2560 เปลี่ยนจาก 5 คน มาเป็น 7 คน อำนาจหน้าที่จากเดิมที่ กกต. 5 คนทำหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละด้าน ทั้งด้านพรรคการเมือง ด้านการสืบสวนสอบสวน ด้านการเลือกตั้ง ด้านบริหาร ด้านกิจการการมีส่วนร่วม แต่ในรัฐธรรมนูญ 2560 กกต. 7 คนทำหน้าที่เป็น “บอร์ด” ในการพิจารณาตัดสิน

กกต. ชุดที่ 5 ได้จัดการเลือกตั้งใหญ่ 2 ครั้ง คือ การเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังรัฐประหาร 2557 โดยพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทว่าการเลือกตั้งครั้งนั้น กกต.มีข้อครหา ทั้ง กรณีบัตรเขย่ง ข้อครหาการคำนวณ สส.ที่ถูกมองว่าเอื้อให้พรรคพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกฯ สมัยที่ 2  และจัดการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 ที่ทำให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แม้ว่าพรรคก้าวไกลจะชนะเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนผลงานอื่นคือ การสั่งยุบพรรค พรรคไทยรักษาชาติ พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล นอกจากนี้ ยังดำเนินการเลือก สว.ทั้งระดับอำเภอ และระดับประเทศ จนนำมาสู่ปมร้อนฮั้ว สว.ในเวลานี้ 

จากชุดที่ 5 เปลี่ยนผ่านสู่ชุดที่ 6 ที่มี ณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นประธาน และองค์ประกอบของ กกต. ก็เปลี่ยนถ่าย โดย 4 ใน 7 กกต.ได้รับการรับรองจาก สว.ชุดปัจจุบัน ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง 1 ครั้ง เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” กลับมาเป็นนายกฯ รอบสอง แต่มีเดิมพันครั้งสำคัญคือ คดีฮั้ว สว.ที่ค้ำคออยู่ว่า กกต.จะส่งผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ซึ่งในจำนวนนั้นมีกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และ สส.พรรคภูมิใจไทยรวมอยู่ด้วย 

คดีฮั้ว สว.จึงเป็นจุดชี้ขาดอนาคต กกต.อีกยุคหนึ่ง ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 28 ปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กกต.