เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ในแวดวงอีเวนต์และไมซ์ (MICE) ของไทย เรื่องราวความยั่งยืนที่ถูกนำเสนอต่อสื่อมักโฟกัสอยู่ที่หน้างาน ไม่ว่าจะเป็นการลดใช้พลาสติก การแจกของที่ระลึกจากวัสดุรีไซเคิล หรือกิจกรรมให้ความรู้แก่ผู้ร่วมงาน ขณะที่ระบบซึ่งทำงานอยู่เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้นกลับแทบไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะไม่ใช่สิ่งที่ผู้จัดงานมักหยิบยกขึ้นมาเล่า
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เปิดเบื้องหลังทุกอีเวนต์ระดับหมื่นคน มีกลไกด้านความยั่งยืนทำงานอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่การคัดแยกขยะ การแปรรูปเศษอาหาร ไปจนถึงการวัดคาร์บอนฟุตพรินต์แบบเรียลไทม์
กลไกเหล่านี้ถูกเปิดเผยออกมาเป็นครั้งแรกในงาน “12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพฯ 2569” หรือ RUN FOR MOM 2026 ที่จัดโดยบริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์สิริกิติ์ ซึ่งกลายเป็นโอกาสแรกที่โครงสร้างพื้นฐานด้านความยั่งยืนของศูนย์ ถูกนำมาใช้งานเต็มรูปแบบกับอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 8,000 คน และเป็นครั้งแรกที่กระบวนการทำงานเบื้องหลังถูกบันทึกและเผยแพร่อย่างเป็นระบบ

สำหรับงาน RUN FOR MOM 2026 ศูนย์สิริกิติ์ได้นำระบบจัดการความยั่งยืนที่มีอยู่แล้วในการบริหารพื้นที่ มาเชื่อมต่อเข้ากับกิจกรรมของนักวิ่งโดยตรง ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนต้นทางที่นักวิ่งสัมผัสได้ เช่น การคัดแยกขยะและการพกขวดน้ำมาเอง ไปจนถึงขั้นตอนปลายทางที่อยู่นอกสายตาผู้ร่วมงาน
โดยทั่วไปแล้ว การจัดการขยะหลังอีเวนต์ขนาดใหญ่มักจบลงเพียงแค่การขนย้ายออกจากพื้นที่ แต่สำหรับศูนย์สิริกิติ์ กระบวนการหลังบ้านที่ใช้กับ RUN FOR MOM 2026 วางเส้นทางให้ขยะทุกชิ้นมีปลายทางที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ โดยแบ่งออกเป็น 3 สายงานคู่ขนาน
สายแรกคือ “ขยะเศษอาหาร” ซึ่งหลังผ่านการคัดแยกจะถูกส่งเข้าเครื่องกำจัดเศษอาหารระบบอบแห้งภายในพื้นที่ เพื่อฆ่าเชื้อและลดปัญหากลิ่น ก่อนแปรรูปเป็นอินทรียสาร จากนั้นจะมีการคัดแยกวัสดุที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ออกอีกชั้นหนึ่ง ก่อนนำส่วนที่เหลือไปใช้ผสมเป็นปุ๋ยอินทรีย์และวัตถุดิบสำหรับกระบวนการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ไม่เคยปรากฏในการรายงานข่าวอีเวนต์ใดของศูนย์มาก่อน

สายที่สองคือ “ขยะรีไซเคิล” เช่น แก้ว กระดาษ และกระป๋อง ซึ่งผ่านการคัดแยกและรวบรวม ก่อนส่งต่อให้บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด (TBR) พันธมิตรที่ทำงานร่วมกับศูนย์ ในการนำวัสดุกลับเข้าสู่วงจรการผลิตใหม่
สายที่สามคือ “ขยะทั่วไป” ที่ไม่สามารถแยกได้ตามสองสายแรก เช่น แก้วน้ำกระดาษ กล่องกระดาษใส่อาหาร และถุงพลาสติกที่เปื้อนเศษอาหาร ซึ่งถูกส่งต่อให้บริษัท เอส ซี ไอ อีโค่ เซอร์วิสเซส จำกัด (SCIeco) เพื่อแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงทดแทน RDF (Refuse Derived Fuel) แทนที่จะจบลงที่บ่อฝังกลบเหมือนขยะจากอีเวนต์ทั่วไป

ทั้งสามสายงานนี้เป็นโครงสร้างการจัดการขยะที่ศูนย์สิริกิติ์วางระบบไว้รองรับการใช้งานพื้นที่ในภาพรวมอยู่แล้ว เพียงแต่ RUN FOR MOM 2026 เป็นครั้งแรกที่ระบบนี้ถูกทดสอบกับอีเวนต์ระดับหมื่นคนอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นเปิดเผยผลลัพธ์ต่อสาธารณะ
นอกจากระบบจัดการขยะแล้ว ศูนย์สิริกิติ์ยังนำ Real-Time Carbon Footprint Tracking Dashboard เข้ามาใช้คู่ขนาน เพื่อประมวลผลข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงานแบบสด ครอบคลุมทั้งการใช้พลังงาน การบริโภคอาหาร บรรจุภัณฑ์ และการเดินทางของผู้เข้าร่วมงาน

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ศูนย์สิริกิติ์แปลงกระบวนการหลังบ้านที่ปกติมองไม่เห็นและวัดผลไม่ได้ ให้กลายเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ระหว่างที่งานกำลังดำเนินอยู่ แทนที่จะเป็นเพียงตัวเลขสรุปหลังจบงานเหมือนที่ผ่านมา
ผลลัพธ์จากการทำงานร่วมกันของระบบคัดแยกขยะและระบบติดตามคาร์บอนในครั้งนี้ คือการชดเชยการปล่อยคาร์บอนได้กว่า 325 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้กว่า 32,000 ต้น
ขณะที่ขยะจากการจัดงานกว่า 1,490 กิโลกรัม ถูกนำเข้าสู่กระบวนการจัดการที่เหมาะสม แทนที่จะไปจบลงที่บ่อฝังกลบ