คลังผนึก ธปท.ขยายฐานภาษีเล็งให้เงินกู้ดอกเบี้ยถูก-จูงใจเข้าระบบ
ขุนคลังเปิดแนวคิดขยายฐานภาษี ด้วยการให้แรงจูงใจผ่านกลไกทางการเงิน เผยคุยผู้ว่าการแบงก์ชาติให้ผู้ประกอบการที่ยื่นแบบฯภาษีใช้ข้อมูลบัญชีภาษีขอกู้เงินแบงก์ได้อัตราดอกเบี้ยถูก พร้อมเล็งออกมาตรการ “พี่ใหญ่ช่วยน้อง” ให้บริษัทใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ช่วยหนุนเอสเอ็มอีลงทุนดิจิทัล-เข้าสู่ระบบ สามารถนำค่าใช้จ่ายหักภาษีได้มากขึ้น ฟาก สศค. เปิดข้อมูลปัจจุบันมีคนถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบฯภาษีเกือบ 20 ล้านคน แต่ยื่นแค่ 15 ล้านคน
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า ข้อจำกัดทางการคลังที่มีในปัจจุบัน ทำให้จะต้องพิจารณาเรื่องการขยายฐานภาษี โดยแนวทางที่ตนเคยทำมาตั้งแต่สมัยเป็นอธิบดีกรมสรรพากร และจะผลักดันเพิ่มเติมก็คือ การทำให้ภาษีเป็นเรื่องง่ายขึ้น ทำให้คนไทยทุกคนรู้สึกว่า การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเป็นหน้าที่ โดยนอกจากบุคคลธรรมดาแล้ว ในแง่ของธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ก็มีแนวคิดว่าจะให้แรงจูงใจด้วยกลไกทางการเงิน ซึ่งได้หารือกับนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไว้

“ผมจะให้แรงจูงใจ โดยพยายามนำกลไกทางการเงินมาใช้ ซึ่งได้คุยกับผู้ว่าการแบงก์ชาติว่า ถ้าผู้ประกอบการมีการใช้การยื่นแบบฯภาษีกับกรมสรรพากร นำไปขอกู้เงิน ลักษณะเหมือนการทำบัญชีเล่มเดียว อยากจะให้กู้เงินได้ดอกเบี้ยที่ถูกลง ก็คือ เขาจะได้รู้สึกว่า การเสียภาษี มันมีประโยชน์ นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ตั้งใจจะทำให้เกิดขึ้น”
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า เรื่องภาษีนั้น หากทำให้ง่าย เริ่มต้นด้วยความง่าย ทุกคนก็คงไม่อยากหลบ ซึ่งที่ผ่านมา ที่มีการทำให้การยื่นแบบฯภาษีง่ายขึ้น ก็ได้ขยายฐานภาษีขึ้นมามาก ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องไปปรับขึ้นอัตราภาษี ขณะเดียวกันการมีเทคโนโลยี มีดิจิทัลเข้ามาช่วย ก็ยิ่งทำให้เรื่องภาษีง่ายขึ้น โดยปัจจุบันกรมสรรพากรก็มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาสอนผู้เสียภาษีแล้ว
“ผมเห็นโครงการที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ ก็ต้องชื่นชมคนสรรพากร ที่ทำให้เรื่องภาษีมันง่ายขึ้น”
ขณะเดียวกันจะใช้มาตรการทางด้านภาษีมาทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้เทคโนโลยี หรือลงทุนในระบบดิจิทัลได้ หรือเรียกว่า “พี่ใหญ่ช่วยน้อง” เนื่องจากน้อง หรือเอสเอ็มอี อาจจะไม่มีเงินมาลงทุนในระบบดิจิทัล ซึ่งได้หารือกับทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่มีโครงการพี่ช่วยน้องอยู่แล้ว
“คือพี่ใหญ่ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถ้าออกเงินให้น้อง ช่วยลงทุนระบบดิจิทัล จะให้นำมาหักภาษีได้ รวมถึงคุยกับผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯด้วยว่า จะให้ถือว่าได้เข้าโครงการ Jump+ ด้วย ให้ถือว่าบริษัทที่ช่วยน้อง ทำให้เข้าสู่ดิจิทัล ต้นทุนของน้องก็ถูกลง คือให้พี่ใหญ่มาดึงน้องเข้ามา ฐานมันก็จะใหญ่ขึ้น”
ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวบนเวทีสัมมนาวิชาการของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ประจำปี 2569 เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ปัจจุบันมีบุคคลธรรมดายื่นแบบแสดงรายการภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 15 ล้านรายแล้ว จากเดิมราว 12 ล้านราย ขณะที่ข้อมูลจากการหัก ณ ที่จ่าย ชี้ว่า มีคนถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบฯเกือบ 20 ล้านราย อย่างไรก็ดี เกณฑ์ที่ต้องยื่นแบบฯกับเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี จะไม่เท่ากัน ซึ่งการจะให้ผู้ที่ถึงเกณฑ์ยื่นแบบฯ แต่ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษีมายื่นแบบฯ ก็จะได้ข้อมูล
“วันนี้กฎหมายที่บอกว่าต้องยื่นแบบฯกับกฎหมายที่บอกว่า วันนี้ต้องเสียภาษี ยังมี Gap อยู่ ตรงนี้เราต้องค่อย ๆ ทำ สิ่งที่เราต้องตอบให้ได้ ก็คือ เมื่อให้เขาเข้ามาในระบบภาษีแล้ว ชีวิตเขาจะดีขึ้นอย่างไร ซึ่งคนที่เสียภาษีจะตั้งคำถามตลอดว่า เสียภาษีแล้วได้อะไร เข้ามาแล้วชีวิตจะดีขึ้นหรือ” ผู้อำนวยการ สศค.กล่าว