ธปท.จ่อเสนอ ‘เอกนิติ’ ยกระดับค้ำเอสเอ็มอี ผนึก บสย. ดันแบงก์ปล่อยสินเชื่อปีละ “แสนล้าน”
ธปท. เตรียมเสนอ “เอกนิติ” ยกระดับค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี ผนึก บสย. ดันแบงก์ปล่อยสินเชื่อปีละ “แสนล้าน” ขณะที่โครงการ SME Credit Boost หลังดำเนินการมา 6 เดือน มียอดอนุมัติสินเชื่อแล้ว 65,319 ล้านบาท ชี้ธุรกิจเอสเอ็มอียังเสี่ยงสูง ต้องกู้แพงกว่ารายใหญ่
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท. เตรียมเสนอ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยกระดับการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี ควบคู่กับการดำเนินการของ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. หลังจากที่ผ่านมา การดำเนินโครงการ SME Credit Boost ที่มี บสย. ร่วมดำเนินการ ส่งผลให้มียอดค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีดีขึ้นมาก
โดยหลังดำเนินการมาประมาณ 6 เดือน มียอดอนุมัติสนเชื่อแล้ว 65,319 ล้านบาท (ณ 28 ส.ค.) ซึ่งในปีนี้ 2569 มีวงเงินเป้าหมายที่ 80,000 ล้านบาท
“หากสามารถปล่อยสินเชื่อได้ปีละประมาณแสนล้านบาท ถือว่าเป็นจำนวนที่น่าพอใจ”
นายวิทัยกล่าวว่า จากที่ ธปท. ได้ติดตามสถานการณ์ในภาพรวมพบว่า การกู้เงินของภาคธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอี แนวโน้มต้นทุนความเสี่ยงของเอสเอ็มอีสูงมาก โดยเอสเอ็มอี มี Credit Cost ประมาณ 9.7% ขณะที่รายใหญ่มีต้นทุนความเสี่ยงประมาณ 2% จึงส่งผลให้ธนาคารจะต้องการปล่อยสินเชื่อให้รายใหญ่มากกว่า และอาจปล่อยมากเกินไปหรือปล่อยในอัตราที่ต่ำเกินไป
ทั้งนี้ เมื่อดูอัตราส่วนหนี้ต่อกำไร หรือ Debt to EBITDA เมื่อเทียบกับช่วงก่อนปี 2563 จะเห็นว่าธุรกิจกู้เงินมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเทียบกับความสามารถในการทำกำไร โดยสินเชื่อขนาดใหญ่เริ่มฟื้นตัวและเริ่มเป็นบวกเพิ่มขึ้นประมาณ 66% แต่สินเชื่อเอสเอ็มอีติดลบต่อเนื่องหลายไตรมาส ทั้งหมดเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างต้องใช้เวลา และการส่งผ่านดอกเบี้ยมีผลจำกัด
“ไม่ใช่ว่าการลดดอกเบี้ย 25 สตางค์แล้ว ธนาคารพาณิชย์จะลดดอกเบี้ยลง 25 สตางค์ทั้งหมด เพราะการลดดอกเบี้ยจะอยู่ในระบบการแข่งขัน และมีแรงกดดันจากด้านต่าง ๆ”
ผู็ว่าการ ธปท. กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ธปท. ได้ดำเนินการโครงการแก้หนี้และมาตรการด้านสินเชื่อหลายโครงการ ทั้งโครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ โดยตั้งแต่ดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. และข้อมูลล่าสุดในวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา มีลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้วจำนวน 158,188 บัญชี พร้อมได้วางเป้าหมายดำเนินการให้ได้ 200,000 บัญชี
นอกจากนี้ ธปท.ได้ดำเนินการลดค่าธรรมเนียมลง 19 รายการ ทั้งการลดค่าธรรมเนียม การสร้างมาตรฐานการเรียกเก็บค่าบริการทางการเงิน ใน 4 ประเภท ได้แก่ บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ธุรกรรมการชำระเงิน และสินเชื่อเอสเอ็มอี