อัดบิ๊กอีเวนต์บูมท่องเที่ยว Q4 ปั๊มรายได้ 2.7 ล้านล้าน
ท่องเที่ยวกางแผนบูมไตรมาส 4 อัดกว่า 4 พันล้านปูพรมบิ๊กอีเวนต์ช่วง 4 เดือนสุดท้าย ย้ำยุทธศาสตร์เปลี่ยนผ่านจากเน้นปริมาณสู่การสร้างมูลค่า เผย “ไทยเที่ยวไทย พลัส” 1 ล้านสิทธิพร้อมลงทะเบียนตุลาคมนี้ มั่นใจปี’69 ปั๊มรายได้รวมท่องเที่ยวทะลุ 2.7 ล้านล้านบาท พร้อมทะยานสู่เป้าหมาย 3 ล้านล้านบาทได้ในปีหน้า
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกันเปิดเผยถึงแผนการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของประเทศในช่วงไตรมาส 4/2569 ว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงช่วงนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยยังต่ำกว่าการคาดการณ์เล็กน้อย แต่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และ ททท. ยังคงมั่นใจว่าด้วยแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยกลไกของรัฐบาลและ ททท. ในช่วงไตรมาส 4 นี้จะทำให้ตัวเลขทั้งนักท่องเที่ยวและมูลค่าการท่องเที่ยวรวมของประเทศกลับมาใกล้เคียงกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ได้
โดยเฉพาะนโยบายเปลี่ยนผ่านการท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่มูลค่า (Value) ที่สูงขึ้น ควบคู่กับเรื่องความปลอดภัย ทั้งความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในไทย และความปลอดภัยของคนไทยในประเทศ เช่น การปราบปรามผู้ที่กระทำความผิด หรือผู้ที่สร้างความวุ่นวาย ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทยเริ่มคัดนักท่องเที่ยวมากขึ้น
ด้านนางสาวฐาปนีย์กล่าวว่า ตามนโยบายรัฐมนตรีในช่วง 4 เดือนนี้ (กันยายน-ธันวาคม 2569) ททท.จะกระตุ้นด้วยกลยุทธ์ 4 แม่ไม้มวยไทย คือ 1. การ Balance Supply ดูตลาดใหม่ 2. เปลี่ยน Destination ให้เป็นประสบการณ์ที่ประทับใจ 3. Build Engine หาโปรดักต์สินค้าใหม่ ๆ และ 4. ความร่วมมือแบบ 360 องศา
พร้อมทั้งเตรียมเดินหน้าแคมเปญและกิจกรรมการตลาดอย่างหนักตลอดช่วง 4 เดือน เช่น เดือนกันยายน ตลาดในประเทศ จะมี 2 แคมเปญใหญ่ ได้แก่ โครงการ “โสดแล้วไง ไปด้วยกัน” และ Life Looks Better @South แคมเปญกระตุ้นภาคใต้ ส่วนตลาดต่างประเทศมี 4 แคมเปญ ได้แก่ Unseen Look Experience เพื่อเปิดมุมมองใหม่ทั้งธรรมชาติและอาหารที่คนยังไม่รู้ กิจกรรมแฟมทริป “สวัสดีหนีห่าว”, แคมเปญ Nihao Month-Chinese Passport Privilege ต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน และ Asean India+Shoppers in Thailand 2026
เดือนตุลาคม ตลาดในประเทศ มี 2 แคมเปญ ได้แก่ แคมเปญ “เติมเมืองไทย ให้ใจได้ฮีล” และ Check-in เมืองไทยไปกับบัส ขายกิจกรรม The Night by Amazing Thailand ซีซั่น 2 ณ สวนลุมพินี 16-27 ตุลาคม มีประเพณีไหลเรือไฟ จ.นครพนม การซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค วันที่ 21 และ 28 ตุลาคม เป็นต้น ส่วนตลาดต่างประเทศจะเน้นเจาะตลาดญี่ปุ่นเป็นหลัก
เดือนพฤศจิกายน ตลาดในประเทศจะเน้น 2 แคมเปญหลัก คือ โครงการ “ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย” และโครงการ “Music Market ดนตรีพาสัมผัสไทย” ส่วนกิจกรรมจะหลากหลายมาก เช่น มหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี, ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค (6 พ.ย.) งานวิจิตร ไทยแลนด์ และวิจิตร เจ้าพระยา 2026 งานเนรมิต 5 ภาค งานประเพณีลอยกระทง งาน Amazing Thailand Marathon Bangkok (28-29 พ.ย.) งาน The Annual Global Wellness Summit 2026 (10-13 พ.ย.) ส่วนตลาดต่างประเทศจะโฟกัสแคมเปญ Nihao Month -Chinese Passport Privilege
และเดือนธันวาคม จะเน้นอัดกิจกรรมสำหรับสายดนตรีและ Sub-culture เช่น Wonderfruit, Tomorrowland Thailand, ประเพณีแห่ดาว จ.สกลนคร งาน Amazing Multi-Race Festival ฯลฯ ส่วนตลาดต่างประเทศจะโฟกัสแคมเปญ Golden Destinations Star Voyager Cruise เช่าเหมาลำเรือสำราญจากมาเลเซียเข้าภูเก็ตและกระบี่
รวมทั้งกิจกรรมต้อนรับเที่ยวบินใหม่ ๆ เช่น เที่ยวบิน Loong Air ซีอาน-กระบี่, เที่ยวบิน SAS Scandinavian โคเปนเฮเกน-กระบี่, เที่ยวบิน SAS Scandinavian โคเปนเฮเกน-ภูเก็ต, เที่ยวบิน Sunclass Airline สตอกโฮล์ม-กระบี่, เที่ยวบิน Norse Atlantic ลอนดอนแกตวิก-ภูเก็ต ฯลฯ
นางสาวฐาปนีย์กล่าวด้วยว่า จากแผนดังกล่าวคาดว่าปี 2569 นี้จะมีรายได้จากภาคการท่องเที่ยวรวมประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.6 ล้านล้านบาท และตลาดในประเทศ 1.1 ล้านล้านบาท และมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมประมาณ 32.6-32.7 ล้านคน และคาดว่าจะกลับมาทำรายได้ถึง 3 ล้านล้านบาทในปี 2570
“ในส่วนของงบประมาณที่ใช้กระตุ้นตลาดในประเทศในช่วง 4 เดือนสุดท้ายนี้คาดว่ามีมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส ประมาณ 4,000 ล้านบาท” นางสาวฐาปนีย์กล่าว
สำหรับโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” นั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า ขณะนี้ยังรอข้อสรุปกับกระทรวงการคลังในประเด็นรูปแบบการสนับสนุนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จำนวนสิทธิทั้งหมดคือ 1 ล้านสิทธิ สิทธิละไม่เกิน 3,000 บาท (สนับสนุนค่าโรงแรม) และ 1 คนสามารถจองได้ไม่เกิน 5 สิทธิ ส่วน Voucher หรือคูปองจะเพิ่มเป็น 1,000 บาท และสามารถใช้ได้ครอบคลุมในภาคธุรกิจบริการมากขึ้น โดยยืนยันว่าเริ่มเปิดลงทะเบียนในเดือนตุลาคมนี้แน่นอน