เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ถอดรหัส 7 กกต.เสียงแตก ลุ้นศาลชี้ชะตา ‘บาร์โค้ด’ บัตรเลือกตั้ง
Politics ถอดรหัส 7 กกต.เสียงแตก ลุ้นศาลชี้ชะตา ‘บาร์โค้ด’ บัตรเลือกตั้ง
ราคาทองวันนี้ (19 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,900 บาท
‘ทรัมป์’ ชี้สหรัฐบรรลุข้อตกลงกับเดนมาร์ก-กรีนแลนด์
World ‘ทรัมป์’ ชี้สหรัฐบรรลุข้อตกลงกับเดนมาร์ก-กรีนแลนด์
Hyundai STARIA Hybrid MPV 11 ที่นั่ง คันเดียวจบ
Automotive Hyundai STARIA Hybrid MPV 11 ที่นั่ง คันเดียวจบ
‘โทนี่ เฟอร์นานเดส’ ลั่นแอร์เอเชียยังบินได้
Business ‘โทนี่ เฟอร์นานเดส’ ลั่นแอร์เอเชียยังบินได้
EV จีนนำเข้ารับมือภาษีสูงปรี๊ด เร่งตั้งโรงงานผลิตในไทยเร็วขึ้น
Automotive EV จีนนำเข้ารับมือภาษีสูงปรี๊ด เร่งตั้งโรงงานผลิตในไทยเร็วขึ้น
สภาพอากาศวันนี้ (19 ก.ย.) ทั่วไทยมีฝน 60-80% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (19 ก.ย.) ทั่วไทยมีฝน 60-80% ของพื้นที่
อสังหาฯอีอีซีเริ่มฟื้น ดีมานด์นิคม-เมืองขยายพยุงตลาดคอนโด “ระยอง”น่าห่วงแบกสต๊อกอื้อ 7 ปีขายหมด
Real Estate อสังหาฯอีอีซีเริ่มฟื้น ดีมานด์นิคม-เมืองขยายพยุงตลาดคอนโด “ระยอง”น่าห่วงแบกสต๊อกอื้อ 7 ปีขายหมด
สมาคมคราฟท์เบียร์ จี้รัฐสกัดสุญญากาศกฎหมายโฆษณาเหล้า ชี้ปม ‘ลิซ่า’ ดักทางเจ้าหน้าที่มั่วตีความ
News สมาคมคราฟท์เบียร์ จี้รัฐสกัดสุญญากาศกฎหมายโฆษณาเหล้า ชี้ปม ‘ลิซ่า’ ดักทางเจ้าหน้าที่มั่วตีความ
‘เงินเฟ้อพุ่ง-ดอกเบี้ยขึ้น’ ปรับพอร์ตรับมืออย่างไร ไม่ให้เงินจม
Finance ‘เงินเฟ้อพุ่ง-ดอกเบี้ยขึ้น’ ปรับพอร์ตรับมืออย่างไร ไม่ให้เงินจม
ดูทั้งหมด

ตรึงดอกเบี้ย 1% ยาวถึงปี’70 บิ๊กคอร์ปหันกู้แบงก์ต้นทุนถูก

19 ก.ย. 2569 | 07:35น.

อัตราดอกเบี้ยไทยสวนกระแสตลาดโลก ผู้ว่าฯ ธปท.ไม่เซอร์ไพรส์ “เฟด” ขึ้นดอกเบี้ย  “SCB-KKP” ประเมิน กนง. มีโอกาสยืนดอกเบี้ย 1% ยาวถึงสิ้นปี 2570 ลุ้นราคาน้ำมันสูงแค่ชั่วคราว ตลาดมอง “เงินบาท” แข็งค่า ชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้เอฟเฟ็กต์ต่อเศรษฐกิจไทยน้อย จับตาปัญหาเงินทุนไหลออก ขณะที่ “บอนด์ยีลด์” ขยับกระทบต้นทุนการเงิน “บิ๊กคอร์ป” ปรับแผน “ลด-เลื่อน” ออกหุ้นกู้ หันไปกู้แบงก์จ่ายดอกเบี้ยถูกกว่า “แสนสิริ” คาดต้นทุนหุ้นกู้ขยับขึ้น 0.25-0.4% “ThaiBMA” เผยเห็นสัญญาณธุรกิจชะลอออกหุ้นกู้ 

ธปท.ไม่เซอร์ไพรส์เฟดขึ้นดอกเบี้ย

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในรอบ 3 ปี และส่งสัญญาณปรับขึ้นอีกว่า แบงก์ชาติประเมินไว้อยู่แล้ว ว่าเฟดจะต้องขึ้นดอกเบี้ย ก็ไม่ได้มีอะไร 

ก่อนหน้านี้ผู้ว่าการ ธปท.ระบุว่า  การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจยังเป็นเป้าหมายหลักของ ธปท. คือการดูแลเงินเฟ้อให้อยู่ระดับต่ำ โดยเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อปัจจุบันอยู่ที่ 1-3% ต่อปี ขณะที่ล่าสุดราคาน้ำมันกลับขึ้นมาระดับกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มีผลทำให้เงินเฟ้อไทยสูงขึ้นบ้าง แต่ไม่เดือดร้อน เพราะเงินเฟ้อไทยเริ่มจากระดับต่ำ ตอนนี้ก็กลับเข้ามาอยู่ในกรอบ โดยยืนยันว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ 1% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำและเหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ 

ผลกระทบศก.-ธุรกิจไทยยังน้อย

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า การที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.75-4%  ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ต้องบอกว่า วันนี้ยังน้อย แต่ก็มีความเสี่ยงที่ผลกระทบจะเพิ่มขึ้นได้ จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย รวมถึงส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ระหว่างของไทยกับสหรัฐ ที่่ต่างกันค่อนข้างมาก 

“ตอนนี้ทุกคนยอมรับว่าดอกเบี้ยเฟดน่าจะเป็นขาขึ้นไปอีกระยะหนึ่ง เพราะเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันไม่จบ เพราะสงครามที่ยังไม่จบ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐก็ถือว่าค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยการที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยมองใน 3 ประเด็น คือ 1.เฟดทำหน้าที่ธนาคารกลางที่ต้องจัดการกับเงินเฟ้อระยะยาว 2.ความต้องการกู้เงินในโลกเพิ่มขึ้นจริง ๆ เพราะการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ AI CapeX และ 3.ยิ่งดอกเบี้ยขึ้นสูง ความเสี่ยงการคลังก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น โดยความเคลื่อนไหวเหล่านี้เกิดในต่างประเทศค่อนข้างชัด ขณะที่เมืองไทยไม่ได้มีปัญหา 3 ข้อที่ว่าอย่างเห็นได้ชัด”

ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยของไทยยังไม่ขึ้น แต่สิ่งที่ต้องจับตาก็คือ หากดอกเบี้ยข้างนอกขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ดอกเบี้ยของไทยยังไม่ขึ้น ส่วนต่างก็จะมีมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันดอกเบี้ยไทยต่ำกว่าสหรัฐหรือประเทศอื่นในโลกได้ระดับที่มากพอสมควร ก็เพราะไทยยังไม่มีปัญหาค่าเงิน 

ตลาดอ่าน “เงินบาท” แข็งค่า

“สาเหตุเดียวที่ทำให้ดอกเบี้ยไทยยังอยู่ 1% ได้ ขณะที่ดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ 4% ก็เพราะตลาดคาดการณ์ว่าเงินบาทจะแข็งขึ้น เพราะถ้าคนมองว่าเงินบาทอยู่นิ่ง หรืออ่อนลง ก็ไม่มีเหตุผลที่ทำไมคนไทยจะไม่ขนเงินออกไปลงทุนในสหรัฐ คำถามก็คือ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะปิดแคบลงไหม ก็ขึ้นกับว่าตลาดจะมองแนวโน้มค่าเงินบาทอย่างไร  แต่ถ้าคนเริ่มมองว่าบาทจะอ่อน หรือ Fundamental ไม่ได้ซัพพอร์ตให้บาทแข็งได้ขนาดนั้น ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยก็ต้องปรับแคบลง หรือยีลด์ไทยก็ต้องเพิ่มขึ้น”

ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า แนวโน้มไทยจะได้รับผลกระทบมากขึ้นหรือไม่ ขึ้นกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ และค่าเงินบาท  ซึ่งหากวันไหนที่คนตั้งคำถามค่าเงินบาทเหมือนกับที่เกิดกับค่าเงินรูเปียะห์ของอินโดนีเซียก็จะน่ากังวล โดยเฉพาะปีนี้ไทยเริ่มขาดดุลบัญชีเดินสะพัดแล้วจากปีที่แล้วเกินดุล

“ความเสี่ยงที่ไทยจะได้รับผลกระทบขณะนี้น้ำหนักอยู่ที่เรื่องราคาน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งราคาอยู่ระดับสูงนานกว่าที่คาด ขณะเดียวกันก็ต้องดูว่าดุลบัญชีเดินสะพัดจะขาดดุลมากขึ้นขนาดไหน และอีกปัจจัยคือ นโยบายการคลังที่ต้องช่วยด้วย คือถ้าเรายังกู้ไม่หยุดจนถูกดาวน์เกรดเครดิตเรตติ้ง หรือขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเยอะ ๆ แบบนั้นแนวโน้มตลาดจะเปลี่ยน และก็มีโอกาสที่เงินบาทจะอ่อนค่า หรือยีลด์ในประเทศพุ่งสูงขึ้นตามสหรัฐไปได้ แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นผลกระทบขนาดนั้น”

ลุ้นน้ำมันลง-คงดอกเบี้ย 1% ยาว

สำหรับผลกระทบต่อต้นทุนธุรกิจ ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า ตอนนี้ยังกระทบไม่มาก เพราะค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวทางเดียวกับภูมิภาค และจะเป็นไปในทางตรงข้ามกับค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งการที่บาทอ่อนค่าหรือแข็งค่าก็จะมีคนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ บาทแข็งผู้ส่งออกก็จะได้รับผลกระทบ แต่ก็ทำให้ต้นทุนพลังงานในประเทศไม่เพิ่มเร็วเกินไป แต่ถ้าบาทอ่อนก็จะกระทบต้นทุนสินค้านำเข้า ต้นทุนพลังงานก็จะมีผลกระทบ และจะไปเพิ่มแรงกดดันต่อดอกเบี้ยนโยบายด้วย

“ตอนนี้คนก็อาจมองว่าเมืองไทยไม่ได้ต้องรีบขึ้นดอกเบี้ยจริง ๆ เพราะเงินเฟ้อก็ไม่ได้สูง และทุกคนก็ยังคิดว่าเป็นผลกระทบจากฝั่งอุปทานอยู่ แต่ความเสี่ยงสำคัญก็คือ ถ้าเงินเฟ้อเริ่มอยู่นานขึ้นทำให้เกิดการคาดการณ์เงินเฟ้อมากขึ้น ตรงนั้นคนก็จะตั้งคำถามเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้”

ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า ในส่วนคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไปตลอดปีนี้ และหากราคาน้ำมันปรับลงได้ เงินเฟ้อลดลง ก็มีโอกาสคงดอกเบี้ย 1% ถึงกลางปี หรือปลายปี 2570 ได้ ซึ่งขึ้นกับราคาน้ำมันเป็นปัจจัยหลัก

“วันนี้ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าน้ำมันขึ้นแค่ชั่วคราว ซึ่งที่ผ่านมาเราก็คิดว่าจะลงตั้งแต่สิ้นไตรมาส 2 แล้ว แต่ถ้าราคาน้ำมันไม่ลงอย่างที่คาด แล้วเงินเฟ้อไม่ลงอย่างที่คาด อันนี้จะทำให้การตัดสินใจของแบงก์ชาติยากขึ้นเยอะ แต่วันนี้ยังไม่ต้องทำอะไร ถ้ายังเป็นปัจจัยชั่วคราวอยู่” ดร.พิพัฒน์กล่าว

บอนด์ยีลด์กระทบต้นทุนการเงิน

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในไตรมาส 4 ปีนี้  โดยขึ้นอยู่กับแนวโน้มเงินเฟ้อและราคาพลังงานเป็นสำคัญ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ไทยโดยเฉพาะตราสารระยะยาวเคลื่อนไหวตามกระแสโลก ธุรกิจอาจเผชิญต้นทุนทางการเงินที่ผันผวนสูงขึ้น

สำหรับผลกระทบต่อค่าเงินบาท กรุงศรีมองบาทอ่อนช่วงสั้น ก่อนจะกลับมาแข็งค่าในกรอบ 32.50-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงปลายปีนี้ โดยยังคาดว่าเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากผู้ลงทุนต่างชาติมีสัญญาณบวกต่อเนื่อง แต่ดุลบัญชีเดินสะพัดถูกฉุดรั้งจากต้นทุนนำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์ 

“แรงกดดันให้ กนง.ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยยังมีจำกัด  ท่ามกลางการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำและไม่ทั่วถึง เบื้องต้นประเมิน กนง.คงดอกเบี้ยตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569”

ธุรกิจชะลอออกหุ้นกู้ตั้งแต่ Q3 

นางสาวศิรินารถ อมรธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า การออกหุ้นกู้ของธุรกิจเอกชนเริ่มชะลอตัว ตั้งแต่ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา  โดยปัจจัยหนึ่งคือตลาดมีความผันผวนทำให้ธุรกิจไม่แน่ใจว่าดอกเบี้ยจะขึ้นหรือลง เพราะหากคาดว่าจะขึ้น เอกชนก็จะเร่งออกเพื่อล็อกต้นทุน

ทั้งนี้ตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา จนถึงก่อนเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 16 ก.ย. บอนด์ยีลด์ 10 ปีของสหรัฐปรับขึ้นมา 26 bps. จาก 4.75% เป็น 5.01% ขณะที่บอนด์ยีลด์ไทยปรับขึ้นใกล้เคียงกัน 24 bps. จาก 2.18% เป็น 2.42% อย่างไรก็ดีภายหลังเฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ยล่าสุดบอนด์ยีลด์ 10 ปีของทั้งสหรัฐและไทยปรับตัวลงพอ ๆ กันที่ 6-7 bps. โดยอาจเป็นผลจากที่มีแรงเข้าซื้อพันธบัตรสหรัฐ และแรงกดดันเรื่องเงินเฟ้อที่ลดลง

สำหรับบอนด์ยีลด์สหรัฐปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับที่สูงมากแล้ว ขณะที่บอนด์ยีลด์ของไทยไม่ได้อยู่ในระดับที่ถือว่าสูงจนน่ากังวล หรือเป็นอุปสรรคการระดมทุน แต่ก็มีผลทำให้ต้นทุนการขายหุ้นกู้เพิ่มขึ้นบ้าง อย่างไรก็ดีการชะลอตัวในการออกหุ้นกู้ส่วนใหญ่มาจากภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ธุรกิจไม่ขยายการลงทุน  

“หุ้นกู้กลุ่ม Investment Grade ยังออกได้ปกติ ซึ่งตอนนี้เป็นโอกาสของเขาเลย โดยเครดิตสเปรด ลดลงด้วยซ้ำ เพราะนักลงทุนระมัดระวังหนีจากกลุ่มไฮยีลด์ เห็นชัดว่าดีมานด์กลุ่ม Investment Grade เพิ่มขึ้นมาก แต่เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ได้เอื้อ เลยส่งผลให้ความต้องการระดมทุนไม่ได้สูง” 

ต่างชาติทิ้งบอนด์ไทย 3 หมื่น ล.

นางสาวศิรินารถกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์)  พบว่าแนวโน้มเงินทุนเริ่มไหลออกจากตลาดบอนด์ไทย เริ่มมาตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 โดยเฉพาะในเดือน ก.ค. ออกไป 10,000 ล้านบาท และ ส.ค. 6,700 ล้านบาท และตั้งแต่ 1-17 ก.ย. ไหลออก 14,000 ล้านบาท ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีมา พลิกเป็นขายสุทธิแล้ว 1,300 ล้านบาท

รายงานข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่าตลาดหุ้นไทยฟันด์โฟลว์ไหลออกตั้งแต่เดือน ส.ค. 2569 โดยต่างชาติขายสุทธิ 27,681 ล้านบาท และเดือน ก.ย. ไหลออกแล้ว 783 ล้านบาท ส่งผลให้ ตั้งแต่ต้นปีฟันด์โฟลว์ลดลงเหลือ 50,000 ล้านบาท  จากที่ครึ่งปีแรกขึ้นไประดับกว่า 70,000 ล้านบาท 

แสนสิริคาดต้นทุนหุ้นกู้ขยับ

นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)  หรือ SIRI เปิดเผยว่า การที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในครั้งนี้เพื่อสยบอัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเติบโตร้อนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้  แต่จะไม่มีผลทำให้ไทยต้องขึ้นดอกเบี้ยตาม โดยประเมินว่า ธปท.ก็คงไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตาม เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยยังโตต่ำเพียง 2% ถือว่าต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาค

อย่างไรก็ดีประเมินว่า ธปท.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1% ต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า แต่แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะไม่ปรับขึ้น แต่การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะดึงให้เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ในประเทศไทยขยับสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลก ส่งผลบริษัทเอกชนที่จะออกหุ้นกู้ชุดใหม่จำเป็นต้องเสนออัตราดอกเบี้ยให้แก่นักลงทุนสูงขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 0.25% – 0.4%

บิ๊กคอร์ป “กู้แบงก์” แทนหุ้นกู้ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า ภาวะตลาดการเงินไทยยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะการเงินโลกที่ตึงตัวขึ้น ทำให้บอนด์ยีลด์ไทยปรับตัวสูงขึ้น ตามสหรัฐ ส่งผลต่อต้นทุนการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนปรับตัวสูงขึ้นตาม ส่งผลให้ภาคธุรกิจบางส่วนปรับแผนลด หรือเลื่อนการออกหุ้นกู้  และในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพหันไปพึ่งพาสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์มากขึ้น เพราะมีต้นทุนดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการเสนอขายหุ้นกู้

นอกจากนี้รายงานของ SCB EIC ระบุว่า แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศตลาดเกิดใหม่  แต่คาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจที่ยังเติบโตไม่ทั่วถึงและต่ำกว่าศักยภาพ

หารือคลังลดสรรพสามิตน้ำมัน

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานไทยว่า ขณะนี้ต้องติดตามทั้งสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกและฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างใกล้ชิด หลังราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง โดยขณะนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีสถานะติดลบประมาณ 87,000 ล้านบาท

หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อจะเพิ่มภาระการชดเชยราคาพลังงานและทำให้ฐานะกองทุนมีโอกาสแตะระดับ 1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องหารือร่วมกับกระทรวงการคลังในการลดภาษีสรรพสามิต เพื่อหาแนวทางบริหารภาระกองทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยต้องพิจารณาทั้งระดับราคาน้ำมัน ผลกระทบต่อประชาชน รายได้ของภาครัฐ และข้อจำกัดด้านการกู้เงินของกองทุน

แนวโน้มราคาน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลังราคาน้ำมันดิบโลกยังอยู่ในระดับเกิน 100 เหรียญต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันสำเร็จรูปโดยเฉพาะดีเซลจะอยู่ที่ขั้นต่ำ 150-160 เหรียญต่อบาร์เรล  ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อราคาขายปลีกประชาชนจะยังคงต้องใช้ราคาน้ำมันที่สูงอยู่ ขณะที่ภาระของกองทุนน้ำมันฯ ก็ต้องสูงตามไปด้วย  

“กองทุนต้องบริหารให้ดีที่สุดเพราะถ้าปล่อยให้ภาระเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จนแตะระดับแสนล้านบาท จะมีข้อจำกัดมากขึ้นในการบริหารสภาพคล่อง ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีภาระทางการคลังจึงต้องดูภาพรวมร่วมกัน”

ธุรกิจใหญ่ไม่สะเทือน

ดร.สุกรี กีไร ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ซิสเต็มส์ แอลแอลซี ผู้ผลิตเครื่องซักผ้าอุตสาหกรรมให้เชนร้านสะดวกซัก จากโรงงานทั้งในไทยและต่างประเทศ กล่าวว่า การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐครั้งนี้แม้จะส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์แต่ไม่กระทบกับบริษัทมากนัก เนื่องจากมีการทำสัญญาล่วงหน้ามาระยะหนึ่งแล้ว ทำให้โรงงานในแต่ละประเทศรวมถึงไทยสามารถรับมือด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น ล็อกค่าเงิน และเซ็นสัญญาซื้อวัตถุดิบระยะยาวเอาไว้แล้ว 

สอดคล้องกับนายอิปเป โอตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายว่า เครือข่ายบริษัทมูจิในไทยและต่างประเทศต่างทำสัญญาล่วงหน้ากับคู่ค้าไว้แล้ว ทำให้แม้ค่าเงินดอลลาร์สูงขึ้น แต่จะไม่ส่งผลต่อต้นทุนสินค้าในทันที พร้อมกันนี้จะติดตามสถานการณ์ในตลาดต่อเนื่อง เพื่อวางแผนรับมือด้วยกลไกให้สามารถตรึงราคาสินค้าเอาไว้ไม่ให้กระทบผู้บริโภคและโพซิชั่นด้านความเข้าถึงง่ายของแบรนด์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอกเบี้ย