ตลาดฟิตเนสเปลี่ยนสู่ยุค “สมรรถภาพ” Virgin Active ชี้ Recovery โอกาสใหม่
เวอร์จิ้นฯ ชี้ตลาดฟิตเนสไทยขยับจากการออกกำลังกายสู่การสร้างสมรรถภาพ เทรนด์ฝึกความแข็งแรงโต 30% แต่เปิดโจทย์ใหม่ “ช่องว่างการฟื้นฟู” วัยทำงานซ้อมหนักพักไม่พอ ดันธุรกิจขยับสู่ Social Wellness Club รับเทรนด์ปลายปี’69 ถึงต้นปี’70
นางสาวโจแอนน์ ลิม หัวหน้าฝ่ายการตลาด และประสบการณ์สมาชิก เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ประเทศไทยและสิงคโปร์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมฟิตเนสและสุขภาพของไทยกำลังก้าวผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญ จากเดิมที่เน้นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพทั่วไป สู่ยุคของการเค้นสมรรถภาพทางกาย ภาพการเปลี่ยนผ่านนี้สะท้อนได้ชัดเจนจากข้อมูลของแพลตฟอร์ม Garmin Connect ที่ระบุว่า การฝึกเพื่อสร้างความแข็งแรง ของผู้ใช้งานชาวไทยในปี 2568 มีอัตราการเติบโตพุ่งสูงถึง 30% อีกทั้งยังขยับขึ้นมาเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดอันดับ 3 แซงหน้าการปั่นจักรยานเป็นที่เรียบร้อย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตามมาพร้อมกับเทรนด์โหมซ้อมหนัก คือวิกฤต “ช่องว่างของการฟื้นฟู” หรือ Recovery Gap โดยข้อมูลจากผลสำรวจวัยทำงาน 1,000 คนทั่วประเทศ ชี้ให้เห็นความย้อนแย้งว่า แม้คนไทยถึง 87% จะตระหนักดีว่าการพักผ่อนและการฟื้นฟูร่างกายเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาวะ ทว่ามีถึง 53% ที่ยอมรับว่าตนเองยังพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ปัญหานี้นำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงต่อผู้บริโภคในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา โดย 66% ประสบภาวะอ่อนล้า 57% เผชิญความเครียด 53% มีปัญหาการนอน 41% มีอาการปวดตึงกล้ามเนื้อ และ 39% กำลังเผชิญภาวะหมดไฟ (Burnout)

ด้าน ผศ.ดร.วิมลมาศ ประชากุล นักจิตวิทยาการกีฬาแห่งชาติ อธิบายสภาวะนี้ผ่าน “ทฤษฎีสกุชชี่” ว่า หากชีวิตคนเราเปรียบเหมือนสกุชชี่ที่ถูกบีบอัดจากการใช้ชีวิตและการโหมซ้อมตลอดเวลาโดยไม่เคยมีเวลาให้คลายตัว สกุชชี่นั้นก็จะเละ พัง และเสื่อมสภาพในที่สุด นอกจากนี้ การรับข้อมูลข่าวสารจำนวนมากโดยไม่มีการหยุดพักเพื่อทำ Social Detox ยังเสี่ยงต่อการเกิด “มะเร็งอารมณ์” ที่กระแทกความรู้สึกจนอารมณ์เปลี่ยนในเสี้ยววินาที ความต้องการการฟื้นฟูที่เฉพาะบุคคลมากขึ้นนี้ จึงกลายเป็นรอยรั่วขนาดใหญ่ที่ธุรกิจฟิตเนสต้องเร่งขยับโมเดลจากเพียง Exercise ไปสู่ Exercise + Recovery อย่างเร่งด่วน
แรงกระเพื่อม HYROX พลิกโฉมความต้องการผู้บริโภค
ขณะที่ ผศ.ดร.ศุภัตรา ศิลปะวงษ์ อาจารย์ประจำสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเข้ามาของกระแสกีฬา HYROX ได้สร้างแรงกระเพื่อมและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงจนเปลี่ยนโครงสร้างความต้องการของผู้บริโภคในตลาดอุตสาหกรรมฟิตเนส เห็นได้จากการแข่งขัน HYROX Bangkok เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ดึงดูดนักกีฬาเข้าร่วมได้กว่า 20,000 คน จากกว่า 60 ประเทศ จนขึ้นแท่นเป็นงาน HYROX ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตัวเลขนี้สะท้อนว่าคนออกกำลังกายในปัจจุบันมีเป้าหมายที่จริงจังและต้องการท้าทายขีดจำกัดของตนเองในระดับที่สูงขึ้น
การเปลี่ยนแปลงนี้บีบให้ธุรกิจฟิตเนสต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ และไม่สามารถให้บริการเพียงแค่พื้นที่ยกน้ำหนักหรือลู่วิ่งแบบดั้งเดิมได้อีกต่อไป แต่ถูกบังคับให้ต้องปรับตัว 2 ด้านพร้อมกัน ได้แก่
- 1. ต้องเตรียมพื้นที่และอุปกรณ์ให้พร้อมรองรับการฝึกซ้อมที่หนักหน่วงในรูปแบบ Functional Training
- และ 2.ต้องมีระบบการฟื้นฟู มารองรับควบคู่กันทันที
เนื่องจากการซ้อมที่หนักหน่วงคือการให้ความเครียดกับร่างกาย หากปล่อยให้ร่างกายฟื้นฟูตามธรรมชาติอาจไม่เพียงพอ และหากฟื้นฟูไม่ทันจะนำไปสู่ภาวะการฝึกเกิน ซึ่งจะทำให้การออกกำลังกายกลายเป็นผลเสีย ส่งผลให้ลูกค้าเกิดอาการบาดเจ็บหรือหมดไฟจนต้องทิ้งการออกกำลังกายไปในที่สุด
Social Wellness Club อุดช่องโหว่ตลาด
นางสาวโจแอนน์ กล่าวต่อว่า เพื่อต่อยอดและรับมือกับกระแสดังกล่าว เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ได้สร้างกรณีศึกษาในการปรับทัพธุรกิจ โดยยกระดับคลับสู่โมเดล Social Wellness Club อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แคมเปญระดับโลก ‘Everything You Need Is Inside’ ซึ่งแนวทางของบริษัทไม่ได้ละทิ้งกลุ่มที่ต้องการซ้อมหนัก แต่เลือกที่จะบูรณาการ “การฝึกซ้อม” เข้ากับ “การฟื้นฟู” แบบ End-to-End
ในด้านการเสิร์ฟ Facility แบบครบวงจร บริษัทได้จัดเตรียมคลาสเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน HYROX โดยเฉพาะ พร้อมเชื่อมโยงการฝึกซ้อมเข้ากับพื้นที่ฟื้นฟูระดับไฮเอนด์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น บ่อแช่น้ำเย็น (Cold Plunge), สระสปาไฮโดรเทอราพี, ห้องอบไอน้ำ (Steam Room), แคปซูลนอน (Sleeping Pod) และห้องเกลือหิมาลัย รวมไปถึงการมีคลาสเพื่อการคลายกล้ามเนื้อและการฟื้นฟูจิตใจ เช่น Reformer Pilates Recovery, Slow-flow Yoga, การทำ Sound Bath และศาสตร์แห่งการฝึกหายใจ (Breathwork)


ที่สำคัญ บริษัทยังใช้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้นำทางในการฟื้นฟู ด้วยการนำเทรนเนอร์ส่วนตัวที่ได้รับการรับรองมาเป็นที่ปรึกษา
สอดคล้องกับ นายกะรัตน์ วีรประภาพร ผู้จัดการฝ่ายผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล ที่ระบุว่า เทรนเนอร์จะทำหน้าที่ประเมินความเหนื่อยล้าและความตึงเครียดของกล้ามเนื้อสมาชิกในแต่ละวัน จากนั้นจึงจัดโปรแกรมที่สมดุลว่าวันไหนควรซ้อมหนัก หรือวันไหนควรทำ Active Recovery เบาๆ ก่อนไปใช้ห้องอบไอน้ำ โดยกลยุทธ์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์อินไซต์ของผู้บริโภคถึง 51% ที่ต้องการได้รับคำแนะนำด้านการฟื้นฟูอย่างถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ
Recovery คือบลูโอเชียน
นางสาวโจแอนน์ กล่าวทิ้งท้ายว่าสำหรับทิศทางธุรกิจฟิตเนสในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 ตลาดจะเคลื่อนตัวเข้าสู่การเป็น “ศูนย์กลางสุขภาวะองค์รวม” อย่างเต็มรูปแบบ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาสมดุลระหว่างการเสิร์ฟบริการสำหรับสายฮาร์ดคอร์และสายฟื้นฟูให้เป็นเนื้อเดียวกัน
เหตุผลสำคัญที่ขับเคลื่อนเทรนด์นี้มาจากการประเมินว่า กระแสกีฬาที่ท้าทายขีดจำกัดอย่าง HYROX จะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฟิตเนสจำเป็นต้องลงทุนเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายนี้ให้เพียงพอ ในขณะเดียวกัน ข้อมูลจากผลสำรวจกลับเผยให้เห็นขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ ว่าปัจจุบันมีผู้บริโภคเพียง 11% เท่านั้นที่หันไปพึ่งพาฟิตเนสเพื่อหาทางออกในเรื่องการฟื้นฟูร่างกาย
ช่องว่างระหว่างความต้องการคำแนะนำที่สูงถึง 51% แต่มีการตอบสนองจริงเพียง 11% นี้ สะท้อนให้เห็นว่าตลาด Recovery ยังคงเป็น “บลูโอเชียน” ขนาดใหญ่ที่เปิดกว้าง
ดังนั้น คลับออกกำลังกายใดที่สามารถบูรณาการความท้าทายของการฝึกซ้อม เข้ากับศาสตร์การฟื้นฟูที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลได้อย่างเบ็ดเสร็จ จะเป็นผู้กุมความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างเด็ดขาดในโค้งสุดท้าย และพร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดในปีหน้าอย่างแน่นอน