โจทย์ยาก…กรมศุลฯ ภาษีต่ำเป้า-‘Zero Corruption’
ในปีงบประมาณ 2569 นี้ กรมศุลกากรเจอโจทย์ท้าทายค่อนข้างมาก ทั้งการจัดเก็บรายได้ที่ขณะนี้ผ่านมา 11 เดือนของปีงบประมาณ (ต.ค. 68-ส.ค. 69) ยังจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ขณะเดียวกันการที่ประเทศไทยจะเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งจะต้องผลักดัน “Zero Corruption” ก็เป็นอีกโจทย์ที่สำคัญที่ท้าทาย “พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์” อธิบดีกรมศุลกากรคนปัจจุบัน ที่สะท้อนในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนล่าสุด
ยอมรับปีนี้ส่อเก็บรายได้ต่ำเป้า
“พันธ์ทอง” กล่าวว่า คาดว่าในปีงบประมาณนี้รายได้ของกรมจะเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 116,300 ล้านบาท เพราะขณะนี้เหลือแค่อีกไม่กี่วันจะจบปีงบประมาณ แต่หากจะเก็บให้ได้ตามเป้าต้องเก็บเพิ่มอีกเกือบ 4,000 ล้านบาท ซึ่งยอมรับว่าคง “หืดขึ้นคอ” เพราะประเทศไทยมีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับหลายประเทศ และยอดการใช้สิทธิ FTA เพิ่มขึ้น 13%
“การใช้สิทธิผ่านมาตรการ Thailand FastPass ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นักลงทุนต่างชาติ ก็เพิ่มขึ้น 40% จึงไม่สามารถเก็บภาษีนำเข้าได้สูงนัก การจัดเก็บรายได้ของกรมจึงไม่โตตามมูลค่าการนำเข้า”

ทั้งนี้รายได้ศุลกากรที่ลดลงเป็นความท้าทายที่กรมศุลกากรหลายประเทศกำลังเผชิญ ทำให้บางประเทศไม่เก็บภาษีนำเข้าแล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่าการเก็บภาษีนำเข้ามักเก็บจากประเทศที่ยังไม่พัฒนา เพื่อเป็นกำแพงป้องกันสินค้าประเทศอื่นทะลักเข้ามา
“อีกหน่อยภาษีศุลกากรคงเป็น 0% หมด เมื่อใดก็ตามที่ยังเป็นโลกการค้าเสรี ยิ่งไทยเป็นฮับของการนำเข้า-ส่งออก ภาษีนำเข้าต้องต่ำ แล้วอีกหน่อยก็จะเปลี่ยนจากการเก็บภาษีนำเข้า (Customs Tax) เป็นการเก็บภาษีสรรพสามิตแทน (Excise Tax) ซึ่งเป็นเทรนด์ทั่วโลก ตั้งแต่เข้าไปเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) และมีการทำ FTA ภาษีศุลกากรมันก็ต่ำลงเรื่อย ๆ”
เก็บภาษีนำเข้าปกป้องเอสเอ็มอี
ขณะที่มาตรการจัดเก็บภาษีอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาท เป็นการเก็บเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ดังนั้นวัตถุประสงค์หลักไม่ได้อยู่ที่รายได้
“การที่กรมศุลกากรเก็บอากรได้ราว 4,600 ล้านบาทนั้น เมื่อเทียบกับมูลค่านำเข้าที่ 43,000 ล้านบาท คิดเป็นราว 10% ซึ่งช่วยเอสเอ็มอีไทยได้บางส่วน แต่ ‘ยังไม่มากพอ’ ดังนั้นต้องมีการทบทวนการเก็บภาษีดังกล่าว”
ปรับเกม-แก้ปมสวมสิทธิส่งออก
“พันธ์ทอง” กล่าวอีกว่า ประเด็นการสวมสิทธิส่งออกสินค้าไปสหรัฐ พบว่ามีมูลค่าอยู่ที่หลักพันล้านบาท จากมูลค่าส่งออกไปสหรัฐทั้งสิ้น 2.7 ล้านล้านบาท ซึ่งการแก้ปัญหาในอนาคตได้หารือกับกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อปรับปรุงการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (C/O) ในการตรวจสอบความเสี่ยงการสวมสิทธิ จากเดิมใช้วิธีการดูทุนจดทะเบียนที่น้อยกว่ามูลค่าการส่งออกในสัดส่วนที่สูง การนำเข้าและส่งออกมีพิกัดเดียวกัน และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4)
“ตัวเลข MPI (ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม) ต่ำ แต่บอกไม่สวมสิทธิ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ผลิต แล้วจะเรียกว่าอะไร เราต้องทำ MPI ให้ทันสมัยขึ้น ซึ่งต้องปรับ Coverage ให้เป็นปัจจุบัน อย่างหลายบริษัทที่มีการผลิตและส่งออกสินค้า 10 อันดับแรก ส่งออกเป็นแสนล้าน แต่ไม่ถูกคำนวณใน MPI มันก็อาจไม่ถูกต้อง”
แนะกำกับการนำเข้าทองคำ
นอกจากนี้ประเทศไทยขาดดุลการค้าราว 1.6 ล้านล้านบาท เป็นผลจากการนำเข้าทองคำมูลค่า 9 แสนล้านบาท และนำเข้าน้ำมันดิบมูลค่า 1 ล้านล้านบาท รวมกันกว่า 2 ล้านล้านบาท โดยเห็นว่าประเทศไทยควรต้องกำกับการนำเข้าทองคำ ไม่ใช่แค่ข้อกังวลเรื่องสแกม หรือทุนเทา แต่เพราะมีผลกระทบต่อการขาดดุลการค้า ซึ่งปัจจุบันมีประเทศที่เก็บภาษีนำเข้าทองคำ อาทิ มาเลเซียเก็บ 10% อินเดียเก็บ 15% เป็นต้น
“น้ำมันดิบเป็นสินค้าที่ต้องนำเข้า เนื่องจากการผลิตในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่ว่าการนำเข้าทองคำในมูลค่าใกล้เคียงกับน้ำมันดิบนั้นน่าสงสัย โดยการนำเข้าทองคำมูลค่า 9 แสนล้านบาท คิดเป็น 7-8% ของการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งไม่ควรมีการบริโภคทองคำมากเท่านี้ รวมทั้งทองคำเป็นหนึ่งในสินค้าที่ไม่มีการเก็บภาษีนำเข้า ทำให้กรมเสียรายได้ในส่วนนี้ไป แล้วแทบไม่มีข้อมูลว่าการนำเข้าทองคำเข้ามาในประเทศนั้นมีเส้นทางไปไหนต่อ”
Zero Corruption เป็นไปไม่ได้?
“อธิบดีกรมศุลฯ” กล่าวว่า ภารกิจของกรมศุลกากร นอกจากรายได้ที่ต้องเก็บให้ได้ตามเป้า ยังมีเรื่องการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย และแก้ปัญหาทุจริต ต้องทำให้การค้าระหว่างประเทศเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ลดค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการ และทำให้โปร่งใสกว่าเดิม รวมทั้งลดการใช้อำนาจและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ โดยใช้ AI ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าแทน
ทั้งนี้ประเทศไทยจะเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งต้องผลักดัน Zero Corruption และทำให้อันดับองค์กรที่มีปัญหาทุจริตดีขึ้น
“ผมบอกว่าไม่เชื่อ ถ้า Less Corruption หรือ Least Corruption นั้นเป็นไปได้ แต่ Zero Corruption นั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะประเทศนี้มีทั้งเรียกรับและเสนอให้ มีคำถามว่าในปีนี้กรมศุลกากรไม่ติดอันดับ 1 ใน 10 องค์กรที่มีปัญหาทุจริต โดยอยู่อันดับ 12 ผมว่าถ้าไม่ติดสิแปลก เพราะอำนาจและดุลพินิจเยอะขนาดนี้ ดูแลการนำเข้า ส่งออก และเก็บรายได้ ถ้าไม่ติดแปลว่าโผนี้ใช้ไม่ได้”
“อธิบดีกรมศุลฯ” กล่าวด้วยว่า สำหรับในปีงบประมาณ 2570 ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 นี้ กรมศุลกากรได้รับเป้าหมายเก็บรายได้ที่ 116,300 ล้านบาท และจะเพิ่มบทบาทช่วยเหลือและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเชิงมหภาคมากขึ้น ผ่านมาตรการเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี